Skip to content

ส่องแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ “แจกเงิน-เติมเงิน SMEs-ปลุกเที่ยวเมืองรอง”

28 พ.ค. 2567 | 09:02น.
ส่องแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ “แจกเงิน-เติมเงิน SMEs-ปลุกเที่ยวเมืองรอง”

ครม.เศรษฐกิจ ถกแนวทางจัดแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมชง ครม. ไฟเขียวจัดทำงบฯ เพิ่มเติม 1.22 แสนล้านบาท เดินหน้า “แจกเงินดิจิทัลวอลเลต”-โครงการค้ำประกันสินเชื่อเติมสภาพคล่อง SME-เร่งรัดเบิกจ่ายงบฯลงทุน รวมถึงมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง คาดชง ครม. ใน 2-3 สัปดาห์

วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) วานนี้ (27 พ.ค.) ได้พิจารณาแนวทางการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการตั้งงบประมาณเพิ่มเติมปี 2567 จำนวน 122,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต รวมถึงตั้งงบประมาณปี 2568 อีกกว่า 160,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการเดียวกันนี้ รวม ๆ แล้วเป็นเม็ดเงินงบประมาณเกือบ 300,000 ล้านบาท

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือกันถึงที่มาของปัญหาเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าคาดการณ์ จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจในปี 2567 จะโตได้ที่ 2.7% แต่จากตัวเลขที่ออกมาโตได้ 2.5%

อย่างไรก็ดี ศักยภาพเมืองไทยอยู่ในศักยภาพที่ดี โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ที่สามารถดึงเม็ดเงินเข้าประเทศได้ แต่เศรษฐกิจไตรมาสแรกของปี 2567 โตเพียง 1.5%  และโตต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะมีปัญหา

“เราต้องทำทุกวิถีทาง แต่ผมยังตอบไม่ได้ และคงไม่พอใจที่ตัวเลขแค่ 2.5% อย่างแน่นอน ซึ่งจะมีการจัดเม็ดเงินวินัยการเงินภายใต้วินัยการเงินการคลัง เป็นการใส่เงินลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อทำให้คนตื่นขึ้นมา และหลังจากนี้ธนาคารของภาครัฐจะมีโครงการอีกจำนวนมากเพื่อให้คนหลุดจากสภาพหนี้ที่ติดอยู่ได้ ซึ่งภาครัฐจะมีมาตรการเสริมเข้าไปเพื่อให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ นอกจากนี้สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ จะมีมาตรการที่ยืดหยุ่นในระยะปานกลาง” นายพิชัยกล่าว

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวว่า คลังได้เสนอมาตรการระยะสั้น เติมแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยใช้กลไกบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกันการกู้ผ่านโครงการ PGS 11 แก้ปัญหา ธนาคารที่ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ เพื่อเติมแหล่งทุนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการกู้เงินรายใหม่เป็นลำดับแรก คาดว่าจะเข้าสู่ ครม. อีก 2-3 สัปดาห์

นอกจากนี้ ประชุมได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเร่งการเบิกจ่ายงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และเม็ดเงินงบประมาณ ขณะที่ในส่วนสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ได้รับโจทย์ให้ไปเร่งรัดการปล่อยสินเชื่อที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น

รวมถึงนายกฯ ยังมีข้อสั่งการไปยัง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้หามาตราการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง เข้ามาเสริมช่วงโลว์ซีซั่นท่องเที่ยวของไทย และกระทรวงการคลังจะช่วยสนับสนุนท่องเที่ยวในเมืองรอง

ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการด้านภาษีนั้น กระทรวงการคลัง จะเตรียมนำมาเสนอที่ประชุมรับทราบอีกครั้ง เช่น ภาษีสรรพสามิต เพื่อสนับสนุนกลไกของคาร์บอนเครดิต มุ่งสู่สังคมสีเขียว

รวมทั้งยังหารือถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อดำเนินการจัดเก็บภาษี Global Minimum Tax หรือการกำหนดให้ธุรกิจมีการเสียภาษีขั้นต่ำ ที่อัตรา 15% ตามข้อตกลงร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมในด้านการจัดเก็บภาษีบริษัทข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะเสนอ ครม. และนำเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎร ต่อไป