มากุโระ กรุ๊ป หรือ MAGURO หุ้นไอพีโอน้องใหม่ เข้าซื้อขายตลาดหุ้นวันนี้วันแรกราคาเปิดอยู่ที่ 23.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.1 บาท เหนือจอง 44.65% จากราคา IPO ที่ 15.90 บาท ลุยนำเงินระดมทุนใช้เปิดสาขาใหม่ปีนี้ไม่น้อยกว่า 11 สาขา ปรับปรุงสาขาเดิมและครัวกลาง ดึงระบบ IT รองรับการขยายตัวของจำนวนสาขาของบริษัทในอนาคต
วันที่ 5 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงให้บริการจัดส่งอาหาร และรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ภายใต้เครื่องหมายการค้าทั้งหมด 3 แบรนด์ จากสาขาของร้านอาหารทั้งหมด 27 สาขา ได้แก่ 1) มากุโระ ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิที่เปิดดำเนินการในปี 2558 จำนวน 14 สาขา พร้อมบริการจัดส่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม MAGURO Go 2) ซัมติง ทูเก็ทเตอร์ ร้านปิ้งย่างเกาหลีพรีเมี่ยม เปิดดำเนินการในปี 2564 จำนวน 6 สาขา และ 3) ฮิโตริ ชาบู ร้านอาหารชาบูและสุกียากี้สไตล์ญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ
เปิดดำเนินการในปี 2565 จำนวน 7 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมีครัวกลางตั้งอยู่ที่ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตประเวศ ในไตรมาสแรกปี 2567 บริษัทมีรายได้แยกตามแบรนด์ร้านอาหารมากุโระ : ฮิโตริ ชาบู : ซัมติง ทูเก็ทเตอร์ ในสัดส่วน 58 : 25 : 17 ตามลำดับ

เหนือจอง 44.65%
โดยเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯวันนี้ (5 มิ.ย. 2567) กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “MAGURO” มีราคาเปิดในวันแรกอยู่ที่ 23.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.1 บาท เหนือจอง 44.65% จากราคา IPO ที่ 15.90 บาท
MAGURO มีทุนชำระแล้วหลังเสนอขาย 63 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 104.54 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 21.46 ล้านหุ้น โดยผู้ถือหุ้นเดิมจะนำหุ้นออกขาย 12.6 ล้านหุ้น เป็นการเสนอขายต่อบุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์จำนวน 32.78 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท 0.62 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน 0.66 ล้านหุ้น
เมื่อวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2567 ในราคาหุ้นละ 15.90 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนหุ้นออกใหม่ 341.22 ล้านบาท รวมมูลค่าการเสนอขาย IPO 541.56 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 2,003.40 ล้านบาท ทั้งนี้ การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO พิจารณาอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E Ratio) เท่ากับ 27.38 เท่า
ซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิ 12 เดือนย้อนหลัง (ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Fully Diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.58 บาท โดยมีบริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นายเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มากุโระ กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากความประทับใจใน “วัฒนธรรมแห่งการให้มากกว่าที่ขอ (Give More)” ตามปรัชญาของชาวญี่ปุ่น คือจุดเริ่มต้นของการประกอบธุรกิจร้านอาหารระดับ Premium-Mass เพื่อมอบประสบการณ์แห่งมื้ออาหารที่คุ้มค่าและเปี่ยมคุณภาพให้กับลูกค้า
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน จะนำไปขยายธุรกิจของบริษัท ปรับปรุงสาขาเดิมและครัวกลาง ติดตั้งและปรับปรุงเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและรองรับการขยายตัวของจำนวนสาขาในอนาคต ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน
MAGURO มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO คือ ผู้ก่อตั้ง 4 ท่าน ประกอบด้วย นายเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง นายชัชรัสย์ ศรีอรุณ นายรณกาจ ชินสำราญ นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ถือหุ้นท่านละ 14.86% และ Holistic Impact Pte. Ltd. ซึ่งเป็นกองทุน Private Equity Fund ถือหุ้น 13.52% บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิของงบการเงินบริษัทภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมาย
MAGURO มีผลการดำเนินงานเติบโตสูงและต่อเนื่อง โดยในปี’64 บริษัทมีรายได้รวม 387.61 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 9.57 ล้านบาท ขณะที่ปี’65 มีรายได้รวม 665.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.78% มีกำไรสุทธิ 31.36 ล้านบาท เติบโต 227.69% สำหรับปี’66 มีรายได้รวม 1,045.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.06% และมีกำไร 72.48 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 131.12% จากปีก่อนหน้า
ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 สิ้นสุด 31 มี.ค. 2567 มีกำไรสุทธิ 20.13 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.19 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 19.44 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.19 บาท
