เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดหั่นดอกเบี้ยหลังภาคการผลิตสหรัฐชะลอตัว

04 มิ.ย. 2567 | 18:13น.
dollar

ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดหั่นดอกเบี้ยหลังภาคการผลิตสหรัฐชะลอตัว

วันที่ 4 มิถุนายน 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/6) ที่ระดับ 36.59/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (3/6) ที่ระดับ 36.65/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตที่อ่อนแอเกินคาด ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่าเมื่อวันศุกร์ (31/5) สหรัฐได้มีการเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐเพิ่มขึ้นตามคาดในเดือน เม.ย.

โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือน เม.ย.เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน เม.ย. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน เม.ย. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3%

อย่างไรก็ดีเมื่อวานนี้ (3/6) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 48.7 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 49.2 ในเดือน เม.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 49.6 โดยดัชนีปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 59% ที่เฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 53% ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ นอกจากนี้ S&P Global เปิดเผยว่า PMI ภาคการผลิตของไทยในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.3 สูงกว่าเดือน เม.ย. ที่ระดับ 48.6 ตัวเลขที่สูงกว่าระดับ 50 ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจขยายตัว ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.52-36.64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.59/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/6) ที่ระดับ 1.0906/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (3/6) ที่ระดับ 1.0833/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรได้แรงหนุนหลังข้อมูลบ่งชี้ว่าแรงกดดันราคาในยูโรโซนยังคงอยู่ในระดับสูง จากการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดในฝรั่งเศส, เยอรมนี และสเปน

ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคตได้ยากลำบากมากขึ้น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0868-1.0916 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0874/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/6) ที่ระดับ 156.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (3/6) ที่ระดับ 157.06/07 อย่างไรก็ดี ค่าเงินเยนยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่า โดยข้อมูลเมื่อวันศุกร์ (31/5) บ่งชี้ว่า เงินเฟ้อจากราคาผู้บริโภคพื้นฐานในกรุงโตเกียวเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือน พ.ค. ปรับตัวขึ้นจากระดับ 1.8% ในเดือน เม.ย.

นอกจากนี้กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเผยแพร่ข้อมูลว่าทางการญี่ปุ่นได้ใช้เงิน 9.79 ล้านล้านเยน (6.22 หมื่นล้านดอลลาร์) ในการแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อพยุงค่าเงินเยนในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ช่วยไม่ให้ค่าเงินเยนร่วงทดสอบระดับต่ำสุดใหม่ แต่ไม่มีแนวโน้มที่จะพลิกฟื้นจากแนวโน้มการลดลงในระยะยาว ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.02-156.50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 155.10/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน เม.ย. (4/6) ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน เม.ย. (4/6), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน พ.ค.จาก ADP (5/6), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้าย (5/6), ดัชนีภาคบริการเดือน พ.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (5/6),

สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ (5/6), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์ (5/6), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (6/6), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน เม.ย. (6/6), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน เม.ย. (7/6) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค. (7/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.5/-9.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.0/-5.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ