เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
MTC ขายหุ้นกู้ Social Bond สกุลเงินบาท ชูดอกเบี้ย 2.65-4% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อ 27-29 ต.ค.นี้
Finance MTC ขายหุ้นกู้ Social Bond สกุลเงินบาท ชูดอกเบี้ย 2.65-4% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อ 27-29 ต.ค.นี้
สธ. x MSD หนุนเศรษฐกิจยา ดันบริการ-วิจัยคลินิก-ผลิตในไทย
Biz Movement สธ. x MSD หนุนเศรษฐกิจยา ดันบริการ-วิจัยคลินิก-ผลิตในไทย
ทิพยประกันภัย เปิดตัว“TIPSOL” เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิก มอบโปรเด็ด 7 มิติทุกไลฟ์สไตล์
Biz Movement ทิพยประกันภัย เปิดตัว“TIPSOL” เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิก มอบโปรเด็ด 7 มิติทุกไลฟ์สไตล์
‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
Politics ‘เอกภพ เพียรพิเศษ’ รุ่น 1 พรรคส้ม ถึงโฆษก สู้ฟัดฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น
แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
Finance แบงก์ชาติชี้เอสเอ็มอีถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง จ่อ 3 มาตรการหนุน
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
News 9.9 ประมวลภาพภัยพิบัติ สุดขั้วทั่วโลก
แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
Real Estate แสนสิริ รุกหนักภูเก็ต เปิด 2 โครงการใหม่ ร่วมทุน “โฟร์ พี โฮลดิ้ง” ผุดคอนโดเวลเนส
CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
Finance CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
Biz Movement ICS Lifestyle Complex จัดนิทรรศการ “BLUE IN A BURNING WORLD”
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลลดลง

01 ก.ค. 2567 | 18:45น.
ธนบัตร U.S.dollar banknotes

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลลดลง ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า สอดคล้องกับสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค

วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/7) ที่ระดับ 36.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/6) ที่ระดับ 36.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าภาพรวมค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อลดลงในเดือน พ.ค.

ซึ่งตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (28/6) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน พ.ค.เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 27% ในเดือน เม.ย.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี สดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.8% ในเดือน เม.ย.

โดยดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หลังจากการเปิดเผย PCE นั้น ข้อมูลจาก LSEG บ่งชี้ว่า มีโอกาสประมาณ 67% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบกับ 65% ก่อนการเปิดเผยข้อมูล PCE

นอกจากนี้บรรดานักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ (5/7) ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ในตลาดวอลล์สตรีทคาดว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรอาจเพิ่มขึ้น 195,000 ตำแหน่งในเดือน มิ.ย. เทียบกับ 272,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ค.

สำหรับปัจจัยในภูมิภาค สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน มิ.ย.อยู่ที่ระดับ 49.5 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับในเดือน พ.ค. โดยดัชนีทีอยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของจีนยังคงอยู่ในภาวะหดตัว ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการ ซึ่งเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมด้านการบริการและการก่อสร้างนั้นอยู่ที่ระดับ 50.5 ในเดือน มิ.ย. ลดลงจากระดับ 51.1 ในเดือน พ.ค.

อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ภาคบริการอยู่เหนือระดับ 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการของจีนมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นายหัว โจว หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากบริษัท Guotai Junan Intemational กล่าวว่า การหดตัวของดัชนี PMI ภาคการผลิตอาจส่งผลให้ตลาดการเงินเรียกร้องให้รัฐบาลจีนเร่งออกมาตรการฟื้นฟูภาคการผลิตและกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน

Advertisement

สำหรับปัจจัยในประเทศ ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าสอดคล้องกับสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค รวมถึงค่าเงินหยวนและค่าเงินเยน โดยค่าเงินบาทยังถูกกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติที่ยังไหลออก ทั้งนี้ในระหว่างวัน ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.67-36.77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.71/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/7) ที่ระดับ 1.0756/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระบปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/6) ที่ระดับ 1.0707/09 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินยูโรฟื้นตัวกลับมา หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่า จากแรงกดดันเรื่องธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมครั้งล่าสุด รวมถึงถูกกดดันจากสถานการณ์การเมืองในฝรั่งเศส โดยในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0725-1.0777 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0763/66 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/7) ที่ระดับ 160.89/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/6) ที่ระดับ 160.70/75 โดยค่าเงินเยนอ่อนค่าแตะแนว 161.00 เยน/ดอลลาร์ ถือเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 38 ปี แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ (1/7) ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ (ทังกัน) ในไตรมาส 2/2567 ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 13 จากระดับ 11 ในไตรมาส 1/2567

ดัชนีทังกันซึ่งเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่นของบริษัทต่าง ๆ ในภาคการผลิต เช่น บริษัทในอุตสาหกรรมรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์นั้น ปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ไตรมาส และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของตลาดซึ่งสำนักข่าวเกียวโดสำรวจไว้ที่ระดับ 12

นอกจากนี้ รายงานของ BOJ ยังระบุด้วยว่าบริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นจะปรับเพิ่มการใช้จ่ายประเภททุนอีก 11.1% ในปีงบการเงินที่จะสิ้นสุดในเดือน มี.คง 2568 เทียบกับการสำรวจครั้งก่อนที่ระดับ 4.0% และเทียบกับตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของตลาดที่ระดับ 13.9% ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 160.61-161.19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 160.99/161.01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน มิ.ย. จากเอสแอนด์พี โกลบอล (1/7), ดัชนีภาคบริการเดือน มิ.ย. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (1/7), การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือน พ.ค. (1/7), ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน พ.ค. (2/7),

จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (3/7), ยอดนำเข้า ยอดส่งอก และดุลการค้าเดือน พ.ค. (3/7), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน พ.ค. (3/7), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (3/7), รายงานการประชุมวันที่ 11-12 มิ.ย. ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (3/7), และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน มิ.ย. (5/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.75/-9.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.70/-4.70 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ