CMDF เปิดผลศึกษา ‘โบรกเกอร์ไทย’ เตรียมชง ก.ล.ต.-ตลท. ต่อยอดโครงสร้างอุตสาหกรรม
CMDF เผยงานวิจัยประเมิน “จำนวนบริษัทหลักทรัพย์” ที่เหมาะสมกับขนาดตลาดทุนไทยเสร็จแล้ว เตรียมส่ง ก.ล.ต.-ตลท. ศึกษาต่อยอด พร้อมเดินหน้าวิจัยเชิงนโยบาย หลัง 6 ปีหนุนแล้ว 63 ฉบับ วงเงินกว่า 400 ล้านบาท ลุ้น TISA ชัดเจนภายในสิ้นปีนี้
นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เปิดเผยว่า CMDF ได้ศึกษาประเด็นโครงสร้างอุตสาหกรรมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เพื่อประเมินโครงสร้างและจำนวนบริษัทหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับขนาดของตลาดทุนไทย โดยเปรียบเทียบกับพัฒนาการของตลาดทุนไทยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา รวมถึงศึกษาโครงสร้างของอุตสาหกรรมในต่างประเทศประกอบ
สำหรับการศึกษาดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายที่จะนำรูปแบบหรือจำนวนบริษัทหลักทรัพย์ในต่างประเทศมาใช้กับประเทศไทยโดยตรง แต่เป็นการนำข้อมูลมาเปรียบเทียบประกอบการศึกษา เนื่องจากต้องพิจารณาความเหมาะสมกับบริบทและขนาดของตลาดทุนไทยด้วย
ปัจจุบันงานวิจัยดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นำไปศึกษาและพิจารณาต่อยอดต่อไป
ทั้งนี้ งานศึกษาโครงสร้างอุตสาหกรรมบริษัทหลักทรัพย์เป็นหนึ่งในงานวิจัยเชิงนโยบายที่ CMDF ให้การสนับสนุน โดยตลอดระยะเวลาประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา เฉพาะโครงการด้านงานวิจัย CMDF สนับสนุนงานวิจัยแล้วทั้งหมด 63 ฉบับ ใช้งบประมาณรวมกว่า 400 ล้านบาท ครอบคลุมหลายประเด็น ทั้ง ESG นโยบายและการกำกับดูแลตลาดทุน รวมถึงประเด็นด้านกฎหมาย
“งานวิจัยส่วนใหญ่เน้นลักษณะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้หรือสร้างผลลัพธ์ในทางปฏิบัติได้ ไม่ได้มุ่งเฉพาะงานวิจัยเชิงวิชาการ โดยเป้าหมายสำคัญคือการนำผลการศึกษามาต่อยอดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายหรือแนวทางพัฒนาตลาดทุนไทย”
อีกหนึ่งงานวิจัยสำคัญ คือ การศึกษาแนวทางจัดตั้งบัญชีการลงทุนส่วนบุคคลที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (TISA) โดยศึกษาบทเรียนและความสำเร็จจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่มีระบบ NISA ซึ่งสามารถดึงเงินออมของประชาชนเข้าสู่ตลาดทุนได้จำนวนมาก และเป็นเครื่องมือสร้างเงินออมระยะยาวสำหรับวัยเกษียณ
สำหรับประเทศไทย แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาศึกษาและปรับให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยคาดหวังให้ TISA เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเพิ่มการออมและการลงทุนระยะยาวของประชาชน
อย่างไรก็ตาม รูปแบบสุดท้ายของ TISA ยังต้องรอการพิจารณาจากภาครัฐ โดยคาดหวังว่าจะเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้
นอกจากนี้ CMDF ยังสนับสนุนงานศึกษาเกี่ยวกับแนวทางยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน ซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงที่ภาครัฐผลักดันนโยบายดังกล่าว โดยศึกษาทั้งความพร้อมและแนวทางที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย ก่อนนำผลการศึกษาเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพิจารณาและต่อยอดเชิงนโยบาย
นายจักรชัยกล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานของ CMDF มุ่งสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทยภายใต้พันธกิจหลัก 4 ด้าน โดยด้านแรก คือ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน (Infrastructure) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครื่องมือใหม่ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูล
หนึ่งในโครงการที่ CMDF ให้การสนับสนุน คือ โครงการ JUMP+ ซึ่งดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการจัดทำบทวิเคราะห์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยมีหน่วยงานภาคีเข้ามาร่วมดำเนินงาน
เดิมโครงการตั้งเป้าหมายให้มีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมประมาณ 100 บริษัท แต่มีบริษัทสนใจเข้าร่วมจริง 142 บริษัท โดยคาดหวังว่าผลจากการดำเนินโครงการจะทยอยเห็นชัดขึ้นในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน
CMDF ยังสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cyber Security เพื่อยกระดับระบบป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ในตลาดทุน รวมถึงการดูแลและปกป้องข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน
ซึ่งการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับธุรกิจสตาร์ตอัพ โดย CMDF สนับสนุนโครงการผ่านสมาคมการค้าสตาร์ตอัพไทย เพื่อสร้างฐานข้อมูลและพื้นที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการสตาร์ตอัพในประเทศไทย ปัจจุบันมีสตาร์ตอัพเข้าร่วมในระบบประมาณ 5,600 บริษัท
ขณะเดียวกัน CMDF ยังสนับสนุนการระดมทุนด้าน ESG ของบริษัทจดทะเบียน โดยช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการออก ESG Bond อาทิ ค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษาและผู้ตรวจสอบ เพื่อจูงใจให้บริษัทจดทะเบียนใช้เครื่องมือทางการเงินด้านความยั่งยืนมากขึ้น
ที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียนออกหุ้นกู้ภายใต้โครงการดังกล่าวแล้ว 22 บริษัท คิดเป็นมูลค่าการเสนอขายรวมมากกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในผลลัพธ์จากการสนับสนุนของกองทุนที่สามารถวัดผลได้
2.การยกระดับศักยภาพบุคลากรในตลาดทุน (People) ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะบุคลากรของบริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงิน แต่ครอบคลุมถึงบุคลากรของบริษัทจดทะเบียนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน
CMDF สนับสนุนการเพิ่มและยกระดับทักษะ รวมถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการสอบคุณวุฒิวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน เช่น CFA ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบุคลากรในอุตสาหกรรมที่ผ่านการสอบสามารถขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขของกองทุน
3.การส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ให้แก่ประชาชนในวงกว้าง ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างความรู้ด้านการออม การลงทุน และการวางแผนทางการเงินในระยะยาว
ที่ผ่านมา CMDF ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนในการจัดทำเนื้อหาและสื่อความรู้ทางการเงิน ทั้งเรื่องการออม การลงทุน และการป้องกันกลโกงทางการเงิน ผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึง Infographic และ Social Media เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่ายขึ้น
และ 4.การส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดทุน โดยมีสถาบันวิจัยตลาดทุน หรือ Capital Market Research Institute (CMRI) เป็นกลไกสำคัญในการผลักดัน
บทบาทของ CMRI ไม่ใช่การทำงานวิจัยทั้งหมดด้วยตัวเอง แต่ทำหน้าที่ออกแบบระบบสนับสนุน คัดกรองหัวข้อ และพิจารณางานวิจัยที่มีศักยภาพสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาตลาดทุน รวมถึงสอดคล้องกับประเด็นสำคัญในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้งานวิจัยสามารถนำไปต่อยอดและสร้างประโยชน์ต่อตลาดทุนไทยได้จริง