ตั้งเป้า ‘ขอนแก่น’ ฮับดิจิทัลอีสาน ดัน MRO-Data Center อุตสาหกรรมใหม่
ขอนแก่นกำลังเดินหน้าพัฒนาเมืองสู่ “Eco-City” ที่มุ่งยกระดับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันได้เร่งต่อยอดจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์
เพื่อดึงอุตสาหกรรมใหม่ทั้ง Data Center และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO หวังเพิ่มบทบาทของขอนแก่นในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของภาคอีสาน

นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า แม้ภาพรวมภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดในปีนี้ชะลอตัวเล็กน้อย เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศและเศรษฐกิจโลก แต่ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดยังมีแนวโน้มขยายตัวและมีการลงทุนใหม่เกิดขึ้น สะท้อนบทบาทของขอนแก่นในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปัจจุบันโครงสร้างอุตสาหกรรมของขอนแก่นมีความหลากหลาย ทั้งโรงงานน้ำตาลและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคเกษตร อุตสาหกรรมยางพารา พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมชีวภาพ โดยเฉพาะขอนแก่นแหอวน ซึ่งเป็นผู้ผลิตอวนรายใหญ่และส่งออก รวมถึงโรงงานผลิตเสื้อผ้าและเสื้อกีฬาแบรนด์ระดับโลก
ปัจจุบันมีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ 300-400 แห่ง แม้ยังไม่มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ยังมีการลงทุนใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างดาต้า เซ็นเตอร์ เริ่มมีการประกาศลงทุนในพื้นที่ สะท้อนว่าขอนแก่นยังเป็นศูนย์กลางข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของอนุภูมิภาค
นอกจากนี้ ขอนแก่นมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาค เนื่องจากเป็นจุดตัดของระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก มีถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 12 รถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ (สายอีสาน) สนามบินขอนแก่น รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง หากดำเนินการได้ตามกรอบจะช่วยเชื่อมโยงขอนแก่นกับประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า รวมทั้งลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์
อีกทั้งยังมีการพัฒนาพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟท่าพระ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง 10 กม. โดยภาคเอกชนเริ่มเข้ามาพัฒนาพื้นที่สำหรับวางตู้สินค้าและศูนย์รวบรวมสินค้า รวมถึงรองรับสินค้าสำคัญ เช่น สินค้าเกษตร อ้อย น้ำตาล และสินค้าจากภาคอุตสาหกรรม
นายภพพลกล่าวต่อไปว่า อีกหนึ่งโอกาสสำคัญคือ การพัฒนาอุตสาหกรรม MRO หรือศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ในพื้นที่อำเภอน้ำพอง ปัจจุบันเปิดพื้นที่ให้สิงคโปร์เช่าเพื่อใช้ฝึกซ้อมการบินและการฝึกทางทหาร โดยมีทางวิ่งที่สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ระดับ Boeing 747 ได้ ส่งผลให้มีนักบินและบุคลากรจากสิงคโปร์เข้ามาพำนักในขอนแก่นครั้งละ 400-500 คน สร้างรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรมและภาคบริการในพื้นที่
หากสามารถพัฒนา MRO ได้สำเร็จ จะเป็นการสร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูงให้กับจังหวัด เชื่อมโยงกับธุรกิจอื่น ทั้งการบิน การท่องเที่ยว บริการ โลจิสติกส์ การศึกษา และการพัฒนาบุคลากรด้านช่างอากาศยาน โดยปัจจุบันเริ่มมีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว
ขณะเดียวกันยังเดินหน้าผลักดัน “Eco-City” เพื่อพัฒนาเมืองสู่ Smart City ตั้งแต่การมีสิ่งแวดล้อมที่ดี เพราะปัญหาฝุ่นละออง น้ำเสีย ขยะมูลฝอย และภาวะโลกร้อน ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรวม 22 หน่วยงาน ขับเคลื่อนโครงการขอนแก่น Eco-City มีแนวทางสำคัญทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การแจกต้นไม้ให้ประชาชน การส่งเสริมโรงงานและสถานประกอบการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริม Green Factory และการใช้พลังงานทดแทน
อีกโครงการสำคัญคือการจัดการ Food Waste จากร้านอาหาร ศูนย์การค้า และโรงแรม โดยอาหารที่ยังสามารถบริโภคได้จะรวบรวมและส่งต่อให้หน่วยงานที่มีความต้องการ ส่วนอาหารที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้จะเข้าสู่กระบวนการจัดการของเสียที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมและสถานประกอบการให้ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ภาคเกษตรจะมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต ควบคู่กับการผลิตอาหารและพืชผักปลอดภัย ซึ่งได้เตรียมขยายความร่วมมือไปยังเกษตรกรและผู้ประกอบการเพิ่มเติมในอนาคต
นายภพพลกล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาขอนแก่นในระยะต่อไปจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐต้องเร่งสนับสนุนงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัวด้านเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
ทั้งนี้ หากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง และระเบียงเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าได้ตามแผน ประกอบกับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่อย่าง Data Center และ MRO จะช่วยสร้างงาน ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มบทบาทของขอนแก่นในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ โลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในอนาคต