สส.สหรัฐจากพรรครีพับลิกันส่งหนังสือเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อตกลงทางธุรกิจระหว่าง Microsoft กับ G42 บริษัทด้านเอไอจากชาติอาหรับ ก่อนที่ข้อตกลงจะเข้าสู่เฟสสอง กังวล G42 อาจมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดจีน
วันที่ 12 กรกฎาคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า สส.พรรครีพับลิกันร้องขอการตรวจสอบเพิ่มเติมจากรัฐบาลไบเดน เกี่ยวกับการลงทุนของไมโครซอฟท์ (Microsoft) กับจี42 (G42) บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี เนื่องจากกังวลต่อในประเด็นการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว เพราะ G42 อาจมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีน
นายไมเคิล แมกคอล (Micheal McCaul) ประธานคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้านความสัมพันธ์ต่างประเทศ และนายจอห์น มูเลนาร์ (John Moolenaar) หัวหน้าคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจด้านจีนของสภาผู้แทนราษฎรทำหนังสือลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2024 ถึงนายเจก ซัลลิแวน (Jake Sullivan) ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ประจำทำเนียบขาว เพื่อขอให้ตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนที่ข้อตกลงจะดำเนินการสู่ระยะที่สอง โดย สส.รีพับลิกันต้องการให้มีการจัดบรรยายสรุปเกี่ยวกับข้อตกลง ซึ่งถูกประกาศไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
หนังสือดังกล่าวเป็นสัญญาณความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขาดกฎควบคุมการส่งออกโมเดลเอไอที่อ่อนไหว ความหวาดระแวงเพิ่มขึ้นว่า หลายบริษัทอย่าง G42 อาจแบ่งปันเทคโนโลยีเอไอกับศัตรูของสหรัฐอย่างเช่นจีน
“เรายังคงกังวลอย่างยิ่งจากความพยายามที่จะขยับความเป็นหุ้นส่วนให้รุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนเทคโนโลยีสหรัฐที่มีความอ่อนไหวสูงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และโดยที่ไม่ได้มีการปรึกษาสภาคองเกรสหรือการบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน” สส.รีพับลิกันระบุ
เจ้าหน้าที่สหรัฐเชื่อว่า เอไอมีศักยภาพในการปฏิวัติสมรรถภาพทางการทหารและการจารกรรม และอาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติได้ หากเทคโนโลยีดังกล่าวตกไปอยู่ในเงื้อมมือของประเทศที่เป็นปฏิปักษ์
สส.รีพับลิกันขอให้มีการประเมินความสัมพันธ์ระหว่าง G42 กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน กองทัพปลดแอกประชาชนจีนตลอดจนรัฐบาลจีน ก่อนที่ดีลของไมโครซอฟท์จะคืบหน้าไปกว่านี้ โดยอ้างการเยือนจีนของเชค มุฮัมมัด บิน ซัยยิด อัล-นะฮ์ยาน ประธานาธิบดียูเออีเพื่อหารือความร่วมมือในสาขาเอไอ ในการสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบ
หนึ่งในเจ้าหน้าที่กรรมการเฉพาะกิจด้านจีนได้แสดงความเป็นกังวลเพิ่มเติมต่อ “การสอดแนมทางดิจิทัล” เพราะ G42 เป็นหุ้นส่วนการค้ากับหัวเว่ย (Huawei) ซึ่งถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่จีนใช้ในการสอดแนม ทั้งยังเน้นย้ำอีกว่าพนักงานของ G42 มีความเชื่อมโยงกับ DarkMatter บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของยูเออีที่เคยมีส่วนร่วมในกิจกรรมจารกรรมทางไซเบอร์อย่างลับ ๆ ในปี 2019
ความสัมพันธ์ของ G42 กับจีน
ไฟแนนเชียล ไทมส์ (Financial Times) รายงานเพิ่มเติมว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Microsoft ทำข้อตกลงการลงทุนกับทางยูเออี มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 54,000 ล้านบาท และได้รับอนุญาตโดยรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้เงื่อนไขการถอดอุปกรณ์ของ Huawei ออกจากพื้นที่อ่อนไหว
นอกจากนี้ ชีก มุฮัมมัด บิน ซัยยิด อัล-นะฮ์ยาน (Sheikh Mohammed bin Zayed al-Nahyan) ประธานาธิบดียูเออีเพิ่งจะบินไปพบสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนที่กรุงปักกิ่ง เพื่อถกถึงความร่วมมือทางด้านเอไอเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา
G24 ถอยห่างจากจีนอย่างเปิดเผย โดยในเดือนธันวาคม 2023 ตัดความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์จากจีน และในเดือนกุมภาพันธ์ G42 บอกว่ากองทุน 42XFund ซึ่งเป็นกองทุนลงทุนในเทคโนโลยีของบริษัท ได้ขายหุ้นในบริษัทจีนไปหมดแล้ว
แม้ว่าทาง G42 ไม่เปิดเผยว่าขายหุ้นให้ใคร โดยอ้างว่าอยู่ภายใต้ข้อตกลงการห้ามเปิดเผยข้อมูล แต่บลูมเบิร์กรายงานว่า การลงทุนในจีนของ G42 ตอนนี้ถูกบริหารจัดการโดยลูเนต (Lunate) ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์และการลงทุนที่ตั้งอยู่ในกรุงอาบูดาบี
ทั้งนี้ Lunate และ G42 เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรธุรกิจที่กำลังขยายตัว ภายใต้การดูแลของ ชีก ทาห์นูน บิน ซัยยิด อัล-นะฮ์ยาน (Sheikh Tahnoon Bin Zayed al-Nahyan) ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นประธานบริษัท G42 ด้วย
ข้อชี้แจง
ไมโครซอฟท์กล่าวในแถลงการณ์ว่า กำลังทำงานร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติและกระทรวงพาณิชย์ของอเมริกาอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำว่า จะยังคงให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติเป็นอันดับแรกต่อไป
ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐชี้แจงว่า รัฐบาลไบเดนกำลังเจรจากับฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้มั่นใจว่าโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้รับการประเมินอย่างดีแล้ว “ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติตั้งตารอคอยที่จะหารืออย่างสร้างสรรค์ในประเด็นนี้รวมถึงกับนายแมกคอล”
ยูเซฟ อัล-โอไทบา (Yousef al-Otaiba) เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำสหรัฐอเมริกา กล่าวกับไฟแนนเชียล ไทมส์ว่า ทางยูเออีร่วมกับสหรัฐ ได้มีความคืบหน้าอย่างมากในการเสริมความมั่นคงและการควบคุมเทคโนโลยีสำคัญ ระหว่างทั้งสองประเทศ