เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
Columns รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
Economic บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
News วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
พันธบัตรออมพลัสคึกคัก! ยอดจองพุ่ง 6.56 พันล้าน จากวงเงินขาย 2 พันล้าน
Finance พันธบัตรออมพลัสคึกคัก! ยอดจองพุ่ง 6.56 พันล้าน จากวงเงินขาย 2 พันล้าน
‘วราวุธ’ ย้ำภาษี EV ต้องสร้างแต้มต่อเท่ากัน ป้องกันรถนำเข้าได้เปรียบรถผลิตไทย
Economic ‘วราวุธ’ ย้ำภาษี EV ต้องสร้างแต้มต่อเท่ากัน ป้องกันรถนำเข้าได้เปรียบรถผลิตไทย
สนพ.เร่งแผนเปลี่ยนรถราชการเป็น EV พบใช้แค่ 1% จากกว่า 1.8 แสนคัน
Economic สนพ.เร่งแผนเปลี่ยนรถราชการเป็น EV พบใช้แค่ 1% จากกว่า 1.8 แสนคัน
ราคาเสนอขายน้ำมันรัสเซียพุ่งสูงขึ้น หลังจีนจำใจซื้อเพราะไร้ตัวเลือก
World ราคาเสนอขายน้ำมันรัสเซียพุ่งสูงขึ้น หลังจีนจำใจซื้อเพราะไร้ตัวเลือก
แซมมี่-ชนิตา Mrs. World 2025 พาชุดไทยและสินค้า GI อวดบนเวทีอเมริกา
Biz Movement แซมมี่-ชนิตา Mrs. World 2025 พาชุดไทยและสินค้า GI อวดบนเวทีอเมริกา
ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
Finance ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
ดูทั้งหมด

เงินบาทผันผวนในกรอบ รอปัจจัยใหม่สนับสนุน

25 ก.ค. 2567 | 19:08น.
เงินบาท

เงินบาทผันผวนในกรอบ รอปัจจัยใหม่สนับสนุน นักลงทุนยังรอติดตามศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีคุณสมบัตินายกฯ ของนายเศรษฐา ทวีสิน ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ 

วันที่ 25 กรกฎาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 36.06/07 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (25/7) ที่ระดับ 36.16/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงปรับตัวผันผวนเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index ปรับตัวในกรอบเดิมที่ระดับ 104.39 ขณะที่ดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐ พุ่งสูงสุดรอบกว่า 2 ปีในเดือน ก.ค. โดยดอลลาร์ปรับตัวแคบ ๆ เทียบเงินยูโรและปอนด์ และปรับตัวขึ้นเทียบทองคำ ขณะที่ยังคงอ่อนค่าเทียบเงินเยน

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ (25/07) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 0.6% ในเดือน มิ.ย.เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 617,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน และต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 640,000 ยูนิต และเมื่อเทียบรายปี ดิ่งลง 7.4% ในเดือน มิ.ย. โดยได้รับผลกระทบจากการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง และราคาบ้านในระดับสูง

นอกจากนี้ เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.0 ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 27 เดือน จากระดับ 54.8 ในเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคธุรกิจสหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคบริการ

ขณะที่ภาคการผลิตอยู่ในภาวะหดตัว โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวลงสู่ระดับ 49.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จากระดับ 51.6 ในเดือน มิ.ย. ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 28 เดือน จากระดับ 55.3 ในเดือน มิ.ย.

โดยช่วงแรกทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ รวมถึงการร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐ ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ก่อนจะย่อตัวลงจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น และการฟื้นตัวของดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ

ส่วนปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐผันผวนระหว่างวัน ตามการผันผวนของค่าเงินยูโรและค่าเงินปอนด์ ขณะที่การแถลงรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ตยังไม่มีเรื่องใหม่ รวมทั้งนักลงทุนยังรอติดตามศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีคุณสมบัตินายกฯของนายเศรษฐา ทวีสิน ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ ซึ่งไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินบาทมากนัก โดยตลาดยังคงติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐและผลการประชุม BOJ ของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.05-36.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.17/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/7) ที่ระดับ 1.0840/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/7) ที่ 1.0839/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวานนี้ (24/7) สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ากิจกรรมทางธุรกิจของสหภาพยุโรป (EU) ลดลงในเดือน ก.ค. เนื่องจากกิจกรรมธุรกิจของเยอรมนีหดตัวอย่างคาดไม่ถึง ขณะที่ฝรั่งเศสก็หดตัวเช่นกัน

โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน ซึ่งรวบรวมโดย S&P Global ลดลงสู่ระดับ 50.1 ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. ซึ่งแม้ว่าดัชนี PMI จะอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าธุรกิจขยายตัว แต่ตัวเลขค่อนข้างน่าผิดหวัง

ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจด้านนโยบายทางการเงินของธนาครกลางยุโรป (ECB) ซึ่งคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และส่งสัญญาณว่ามีความเปิดกว้างว่าอาจปรับลดดอกเบี้ยลงในเดือน ก.ยง ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0828-1.0858 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0845/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/7) ที่ระดับ 153.24/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/7) ที่ 154.71/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นผ่านระดับสำคัญเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 24 ก.ค. 2567 ส่งผลให้กลยุทธ์การซื้อขายแบบ Carry Trade ทั่วโลกเริ่มผ่อนคลาย ซึ่งส่งผลให้สกุลเงินต่าง ๆ อ่อนค่าขึ้น

นอกจากนี้ตลาดยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของทางญี่ปุ่นในวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2567 โดยนักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์เชื่อว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. หรือเดือน ต.ค.

แหล่งข่าวกล่าวว่า การตัดสินใจด้านดอกเบี้ยยังไม่เป็นที่แน่นอน และตัดสินใจได้ยากลำบากเนื่องจากแนวโน้มการบริโภคยังไม่ชัดเจน แม้ว่าคณะกรรมการส่วนใหญ่จะเห็นด้วยถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ แต่ยังบรรลุข้อตกลงได้ว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หรือในการประชุมช่วงปลายปี ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 151.94-153.97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 152.52/56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (25/7), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิถุนายน (25/7), ประมาณการเบื้องต้นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2567 (25/7), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิถุนายน (26/7), ประมาณการครั้งสุดท้ายดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (26/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.1/-8.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.1/-8.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ