กีฬาโต้คลื่น “Paris 2024” กับการต่อสู้ของคนเกาะตาฮีตี เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และแนวปะการัง ผู้จัดงานโอลิมปิกพยายามปรับแผน ลดความจำเป็นในการสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่
ปารีส 2024 มีเป้าหมายยกระดับการแข่งกีฬา จึงได้เพิ่มกีฬา 4 ประเภท ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “เซิร์ฟบอร์ด” หรือกีฬาโต้คลื่น และได้คัดเลือกสถานที่ของหมู่บ้านเตอาฮูโปโอ (Teahupo’o) บนเกาะตาฮีตี (Tahiti) ในดินแดนเฟรนช์พอลินีเชีย ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน
หมู่บ้านเตอาฮูโปโอตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาเขียวขจีและทะเลใสสะอาด มีความงามตามธรรมชาติและมีแนวปะการังที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่การจัดการแข่งขันกีฬาโต้คลื่นครั้งนี้ได้สร้างความกังวลแก่ชาวบ้าน ชาวประมงในท้องถิ่น และนักสิ่งแวดล้อม อย่างมาก
แม้ว่าเกาะตาฮีตีจะเป็นที่รู้จักของนักเล่นเซิร์ฟทั่วโลก แต่ความดั้งเดิมและความเป็นธรรมชาติของพื้นที่แห่งนี้ยังถูกรักษาไว้โดยชาวบ้าน หมู่บ้านเตอาฮูโปโอแทบจะไม่มีร้านขายอุปกรณ์เล่นเซิร์ฟ และมีร้านขายของทานเล่นเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
คนเกาะตาฮีตีต่อต้านให้ใช้พื้นที่
นับตั้งแต่ทีมงาน Paris 2024 เข้าไปยังพื้นที่เพื่อเตรียมสถานที่สำหรับการแข่งขัน ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่และนักเล่นเซิร์ฟกัวอนุรักษ์ได้รวมตัวกันเพื่อปฏิเสธที่จะให้ใช้พื้นที่เพื่อการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ เพราะเกรงว่าจะทำลายสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต รวมถึงทลายแนวปะการังที่ต้องโดนคลื่นซัดเข้าใส่
แต่ความต้องการของ Paris 2024 ละเลยความต้องการชาวมาโอฮี (ชาวตาฮีตีพื้นเมือง) แทนที่จะใช้หอคอยไม้ที่มีอยู่แล้วในทะเล เพื่อเป็นหอตัดสินให้คณะกรรมการใช้เป็นที่ทำงานดูการแข่งขัน แต่ผู้จัดงานโอลิมปิกกลับเปิดไฟเขียวให้สร้างหอคอยอะลูมิเนียม ตกแต่งด้วยสีประจำการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2024 มูลค่าเกือบ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการสร้างหอคอยจะทำให้แนวปะการังได้รับความเสียหาย
นอกจากนั้น ท่าจอดเรือของหมู่บ้านก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ และมีการสร้างเต็นท์สีขาวชั่วคราวหลายหลังอยู่ใกล้กับชายฝั่ง นับว่า การจัดการแข่งกีฬาโต้คลื่นของ Paris 2024 ได้ท้าทายความต้องการของคนในชุมชน ที่พยายามปกป้องวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดกับผืนป่าและมหาสมุทร
ต้นตอปัญหา ขาดการสื่อสารที่ชัดเจน
สาเหตุหลักประการหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างชุมชน Teahupo’o และ Paris 2024 คือการขาดช่องทางการสื่อสารระหว่างฝ่ายต่าง ๆ และการขาดความชัดเจนในประเด็นต่าง ๆ เช่น หอคอย
บีบีซีรายงานว่า “บาร์บารา มาร์ตินส์-นีโอ” ผู้จัดการอาวุโสของคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2024 กล่าวว่า หลังจากวิกฤตคณะกรรมการโอลิมปิกก็ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการทำงานร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส และหน่วยงานของรัฐบาล
ตอนนี้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโอลิมปิกกับกลุ่มคนในท้องถิ่นกำลังดีขึ้น และทีมจัดงานได้ถอยห่างจากปัญหาหลาย ๆ ประเด็น และปรับปรุงการมีส่วนร่วมของกลุ่มคนในท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อให้การก่อสร้างมีความโปร่งใสอย่างเต็มที่
“ชาวตาฮีตีมีความสัมพันธ์พิเศษกับธรรมชาติและกับดินแดนของพวกเขา การกระทำของพวกเราก่อนหน้านี้ถเป็นความผิดพลาดอย่างมาก”
ผู้จัดงานโอลิมปิกพยายามปรับแผน
จากการรายงานของยูโรนิวส์ ผู้จัดงานพยายามปรับแผนเพื่อสอดคล้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงมีการจัดทำแผนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดความจำเป็นในการก่อสร้างใหม่ โดยที่พักสำหรับรองรับกีฬาโอลิมปิก 98% จะไม่ถูกสร้างใหม่ แต่จะใช้บ้านของคนท้องถิ่นเป็นที่รับรอง นอกจากนั้น นักกีฬาจะใช้เรือสำราญที่จอดทอดสมออยู่ใกล้ ๆ เป็นที่พักด้วย และขนาดของหอตัดสินก็ถูกปรับขนาดลดลง และฐานของหอคอยก็มีน้ำหนักเบา
อย่างไรก็ตาม นักสิ่งแวดล้อมและชาวประมงในท้องถิ่นยังมีความกังวลว่า การที่มีการเจาะลงไปในแนวปะการังตอนสร้างหอคอย อาจดึงสาหร่ายซิเกวเทอราให้ลอยขึ้นมา ซึ่งเป็นสาหร่ายที่ทำให้ปลาติดเชื้อ และเมื่อผู้คนกินเข้าไปก็จะป่วยได้
ชาวบ้านเปิดบ้านให้เช่า
แม้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านมีความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คนบนเกาะบางส่วนยังคงมองว่าการแข่งขันเป็นโอกาสที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและฐานะของคนบนเกาะ
ยูโรนิวส์ได้สัมภาษณ์ “เกร็กกอรี่ ปาร์คเกอร์” ชาวเตอาฮูโปโอ โดยเขาบอกว่า เต็มใจที่ให้เช่าบ้านเพื่อหารายได้ ทั้งนี้ คนในครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากในหมู่บ้าน และมักจะเปิดให้นักเซิร์ฟนานาชาติเช่าระหว่างการแข่งขัน World Surf League ประจำปี และเขาตั้งใจจะทำเช่นเดียวกันสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก
“ผมจะไปอาศัยอยู่ที่บ้านของลูกสาวระหว่างมีการแข่งขัน แต่ถ้าเธอปล่อยบ้านให้เช่าด้วย ผมก็จะนอนในเต็นท์แทน มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับสองสัปดาห์ เมื่อเทียบกับรายได้ที่ผมจะหาได้ก็นับว่าคุ้มค่า”
