เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน เตรียมถกปมสารพิษแม่น้ำกก  ‘ผู้นำเมียนมา’ ช่วงเยือนไทย 3-4 ส.ค.
Politics อนุทิน เตรียมถกปมสารพิษแม่น้ำกก ‘ผู้นำเมียนมา’ ช่วงเยือนไทย 3-4 ส.ค.
อนุทิน บุกเมืองชล ลั่น “จัดเต็มสุดซอย” ปราบภัยทุกมิติ ชี้ยุคนี้ไม่มีรับเคลียร์ทุจริต
Politics อนุทิน บุกเมืองชล ลั่น “จัดเต็มสุดซอย” ปราบภัยทุกมิติ ชี้ยุคนี้ไม่มีรับเคลียร์ทุจริต
Garmin เปิดตัว ‘CIRQA Smart Band’ สายรัดสุขภาพรุ่นแรก 6,990 บาท ไม่มีค่าบริการรายเดือน
Tech Garmin เปิดตัว ‘CIRQA Smart Band’ สายรัดสุขภาพรุ่นแรก 6,990 บาท ไม่มีค่าบริการรายเดือน
เปิด 10 ทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ดัชนี ‘ราคาที่ดินเปล่า’ แพงขึ้น สายสีเขียวคูคต-ลำลูกกาพุ่งแรง
Real Estate เปิด 10 ทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ดัชนี ‘ราคาที่ดินเปล่า’ แพงขึ้น สายสีเขียวคูคต-ลำลูกกาพุ่งแรง
ออร์บิกซ์ เปิดจองซื้อ MTS Gold Investment Token โทเคนดิจิทัลลงทุนทองคำ เริ่ม 24 ก.ค.นี้
Finance ออร์บิกซ์ เปิดจองซื้อ MTS Gold Investment Token โทเคนดิจิทัลลงทุนทองคำ เริ่ม 24 ก.ค.นี้
‘ทรัมป์’ ประกาศแผนต่อเวลาผู้ผลิตย้ายฐาน 2 ปี ก่อนขึ้นภาษียาสามัญ 100 %
World ‘ทรัมป์’ ประกาศแผนต่อเวลาผู้ผลิตย้ายฐาน 2 ปี ก่อนขึ้นภาษียาสามัญ 100 %
‘อนุทิน’ จ่อคุย ‘มิน อ่อง ลาย’ ช่วงเยือนไทย รบ.ไร้กังวลชี้ เมียนมา มีสันติภาพได้ประโยชน์
Politics ‘อนุทิน’ จ่อคุย ‘มิน อ่อง ลาย’ ช่วงเยือนไทย รบ.ไร้กังวลชี้ เมียนมา มีสันติภาพได้ประโยชน์
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,250 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,250 บาท รูปพรรณขายออก 66,800 บาท
‘บัตรคนจน’ ถึงขั้น ‘เผาป่า-ล่าหนู’
Columns ‘บัตรคนจน’ ถึงขั้น ‘เผาป่า-ล่าหนู’
นายกฯ ทบทวน “แลนด์บริดจ์” ปรับแผนเร่งลงทุน เชื่อมไทยสู่ฮับโลจิสติกส์อาเซียน
Politics นายกฯ ทบทวน “แลนด์บริดจ์” ปรับแผนเร่งลงทุน เชื่อมไทยสู่ฮับโลจิสติกส์อาเซียน
ดูทั้งหมด

“วิทัย” กลับบ้าน กบข. ชูบริหารงานสมาชิก ในวันที่หุ้นไม่เร้าใจ

22 พ.ค. 2561 | 11:28น.

สัมภาษณ์พิเศษ

หลังออกไปรับภารกิจตัวช่วยขับเคลื่อนองค์กรหลายแห่ง ปัจจุบัน นับตั้งแต่ 17 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา “วิทัย รัตนากร” ได้กลับมา “บ้านหลังเดิม” ในตำแหน่งเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่เขาเคยรับบทบาท “ฟันด์แมเนเจอร์” อยู่ 7-8 ปี โดย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รับโอกาสสัมภาษณ์พิเศษมานำเสนอ

เน้นบริหารงานสมาชิก

“วิทัย” เริ่มต้นฉายภาพถึงวัตถุประสงค์การจัดตั้ง กบข.ว่า มี 3 ส่วนด้วยกัน คือ 1.จ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (การลงทุนให้เกิดผลตอบแทนที่ดี) 2.ให้ความรู้ ส่งเสริมการออม และ 3.จัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก โดยที่ผ่านมาอาจจะโฟกัสที่การลงทุนเป็นสำคัญ แต่ในยุคของตนจะหันมาเน้นการ “บริหารงานสมาชิก” ตามวิสัยทัศน์ที่แสดงต่อบอร์ดในการสมัครคัดเลือกเข้ามานั่งตำแหน่งนี้

โดยเขามองว่า ในระยะยาว หากจะทำให้ กบข.แข็งแรงได้ ต้องทำให้สมาชิกรัก กบข. และสมาชิกรู้สึกได้ว่าการเป็นสมาชิก กบข.มีความแตกต่าง จากสิทธิประโยชน์ที่จะนำไปสู่ความผูกพันกับ กบข.ในระยะยาว และที่สำคัญ สมาชิกต้องภาคภูมิใจที่เป็นสมาชิก กบข.

“80% จะทุ่มไปที่งานสมาชิก โดยที่ผ่านมา กบข.ก็ทำกันมาได้ดี เพียงแต่ผมจะโฟกัสมากขึ้น”

อัพเกรดบริการดิจิทัล

สำหรับแผนบริหารงานสมาชิกหลังจากนี้ “วิทัย” บอกว่า จะมุ่งเน้น “สมาชิกเป็นศูนย์กลาง” (member centric) โดยมุ่งสู่การเป็น “digital pension” ในการให้บริการ ภายใต้นโยบาย “digital government” และ “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาล เนื่องจากการให้บริการบนมือถือ (service on mobile) จำเป็นมากขึ้น

“ถ้าไม่ทำตอนนี้ อีก 3 ปีก็ต้องทำ ทั้งการให้บริการสมาชิก และการบริหารงานองค์กรทั้งหมด ต้องทำบนดิจิทัลหมด โดยสมาชิก กบข.จะสามารถรับบริการบนมือถือได้ตั้งแต่วันสมัครสมาชิกวันแรก จนถึงวันเกษียณอายุราชการวันสุดท้าย (end to end service) ซึ่งปัจจุบัน กบข.มีสมาชิก 1 ล้านคน แต่ละปีจะมีสมาชิกใหม่ราว 6 หมื่นคน ออกประมาณ 2.5-3 หมื่นคน ก็ขึ้นกับว่าใครอยู่ขั้นตอนไหนก็สมัครรับบริการบนมือถือได้ แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องบัตรหายด้วย”

ทั้งนี้ “วิทัย” ยืนยันว่า การลงทุนระบบไอทีในยุคของเขานี้ จะประหยัดที่สุด “ใช้เงินน้อยที่สุด” ในรอบ 3 ปี

สำหรับสิ่งที่ทำต่อมา คือ การสื่อสารกับสมาชิก กบข.ที่จะดำเนินการผ่านดิจิทัลทั้งหมดเช่นกัน แต่ก็จะยังเปิดช่องทางอื่นไว้สำหรับสมาชิกที่ยังนิยมใช้ระบบ off-line ด้วย และปัจจุบัน กบข.จะส่งข่าวสารสมาชิกในลักษณะ “ข้อมูลชุดเดียว” ซึ่งหลังจากนี้จะมีการแบ่งเซ็กเมนต์ โดยใช้ data analytics เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกทั้งหมด แล้วนำมาใช้ส่งเสริมการออมได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย เช่น แบ่งตามฐานเงินเดือน แบ่งตามฐานอาชีพ 14 อาชีพ แบ่งตามพฤติกรรม แบ่งตามหลักประชากรศาสตร์ (demography) หรือแม้แต่แบ่งตามหลักภูมิศาสตร์ (geography) เป็นต้น

“สมาชิก กบข. 1 ล้านคน ถ้าเราสามารถมีข้อมูลที่สมบูรณ์ แบ่งเซ็กเมนต์ได้ การส่งข้อมูลไปแต่ละเซ็กเมนต์ก็จะชัดเจน ตลอดจนการจัดสวัสดิการตามเซ็กเมนต์ และจะพัฒนาไปสู่การดูแลเป็นรายบุคคลในอนาคต โดยเป้าหมายสุดท้ายทั้งหมดคือ ให้สมาชิกมีเงินออมยามเกษียณอย่างพอเพียง”

พร้อมกันนี้ กบข.ยังต้องพัฒนาช่องทางการสื่อสาร (channel) โดยใช้ “โซเชียลมีเดีย” มากขึ้น ควบคู่ไปกับช่องทางสื่อสารเดิม คือ วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วารสาร การจัดสัมมนา ฯลฯ

ขณะที่การนำเสนอข่าวสารสู่สมาชิกก็จะทำให้ย่อยง่ายขึ้น เช่น โมชั่นกราฟิก (การ์ตูน) เป็นต้น

จัดสิทธิประโยชน์ที่แตกต่าง

“วิทัย” บอกอีกว่า ในส่วน “สวัสดิการสมาชิก” จะปรับปรุงใหม่ โดยตนจะลงไปติดต่อกับพันธมิตรเพื่อจัดสวัสดิการแก่สมาชิกด้วยตัวเอง ซึ่งจะทำให้เห็นชัดเจนว่า สมาชิก กบข.แตกต่างจากข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก รวมถึงคนทั่วไป ด้วยสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะสร้างความแตกต่าง ซึ่งจะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญภายใน 1 ปี

“ผมจะผลักดันให้ กบข.เป็นผู้นำด้านการส่งเสริมการออมหลังเกษียณ ดังนั้นการจัดสวัสดิการ ก็จะเป็นการให้สมาชิกได้เตรียมตัวรับการเกษียณ ซึ่งที่คิดไว้ก็จะมี เช่น ประกันแบบบำนาญ สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุ (รีเวิร์สมอร์ตเกจ) เป็นต้น โดยจะเจรจากับพันธมิตรเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด แบบที่ในท้องตลาดไม่มี”

ปรับกลยุทธ์ลงทุนหุ้น

ด้านแผนการลงทุน “วิทัย” บอกว่า ในปี 2561 นี้ ตลาดหุ้นอาจจะไม่ได้ดีเหมือนกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่หุ้นขึ้นตลอด โดยปี 2560 หุ้นทั่วโลกขึ้นกว่า 20-30% ทั้งโลก จึงค่อนข้างเป็นไปได้ยากที่ปีนี้หุ้นจะขึ้นถึงขนาดนั้นอีก เพราะหุ้นมีการพักฐาน ดังนั้นจึงท้าทายการบริหารเพื่อให้ได้ผลตอบแทนอยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากหุ้นก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีในการลงทุนอยู่ เพียงแต่กลยุทธ์ปีนี้ก็ต้องเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงระยะสั้น ทั้งเรื่องความผันผวนตามประเภทสินทรัพย์ และอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

โดยปัจจุบัน กบข.มีพอร์ตลงทุน 8.6 แสนล้านบาท (ณ สิ้น เม.ย. 2561) จาก ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 8.3 แสนล้านบาท ลงทุนในหุ้นประมาณ 20% ของพอร์ต ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ ส่วนตราสารหนี้มีประมาณ 63% ที่เหลือเป็นสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกนั้นมีการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มากที่สุด

ขณะที่การลงทุนในต่างประเทศ เพดานปัจจุบันอยู่ที่ไม่เกิน 30% แต่ปัจจุบันลงทุนไปแล้วราว 27-28% ซึ่งมีทั้งลงทุนในหุ้น ในพันธบัตร และสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ซึ่งการขยายไปตลาดโลกจะทำให้มีโอกาสเลือกหุ้นดี ๆ ลงทุนได้มากขึ้น และผลตอบแทนจะทำได้ดีกว่า

“ต้องยอมรับว่า 5 ปีที่ผ่านมา หุ้นขึ้นมาต่อเนื่อง และราคาแพง ฉะนั้นจะเห็นว่าพอเจออะไรนิดเดียวถึงปักหัวลงทันที เป็นเหมือนกันทั่วโลก ไม่เฉพาะหุ้นไทย ดังนั้นต้องยอมรับว่าเป็นเลขาฯ กบข.ช่วงนี้ ไม่สบาย สิ่งที่ต้องเน้นคือการบริหารจัดการความเสี่ยงระยะสั้น คือ ปีที่แล้วเราได้ผลตอบแทน 6.43% ส่วนไตรมาสแรกปีนี้ได้ประมาณ 1% คิดว่าปีนี้หุ้นคงไม่ดีเท่าปีที่แล้วแน่นอน อาจมีดาวน์ไซด์ด้วย อย่างไรก็ดี เราก็ต้องกระจายความเสี่ยง เพื่อบริหารผลตอบแทนให้ดีที่สุด”

อีก 1 ปีนับจากนี้ภาพลักษณ์ กบข.จะเปลี่ยนแปลงสู่การเป็น “digital GPF” ได้เป็นรูปธรรมแค่ไหน มารอดูกัน