เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่  สัปดาห์เดียวกัน
Business กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่ สัปดาห์เดียวกัน
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
Real Estate อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ดูทั้งหมด

กูรู วิเคราะห์ คริปโต เกือบหลับแต่กลับมาได้ เพราะอะไร

07 ส.ค. 2567 | 14:58น.

กูรูคริปโต มองสถานการณ์ตลาดคริปโต เดือดเพราะนักลงทุนตลาดดั้งเดิมกังวลปัญหาเศรษฐกิจ ขณะที่การพูดถึง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองของชาติถูกหยิบยกมาถกเถียงทางการเมือง

วันที่ 7 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าร่วงอย่างรุนแรง ตามแนวโน้มของตลาดหุ้นและตัวเลขทางเศรษฐกิจทั่วโลก นำโดย Bitcoin เจ้าตลาดร่วงแตะ 49,000 เหรียญสหรัฐ ในวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา นับว่าต่ำสุดนับแต่ต้นปี 2024 ฉุดมูลค่ารวมของตลาดจาก 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในสัปดาห์ก่อน เหลือ 1.95 ล้านล้านเหรียญสหรัฐวานนี้

อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้ ตลาดกลับมาทรงตัว Bitcoin ดีดกลับมาที่ 57,000 เหรียญสหรัฐ และมูลค่ารวมอยู่ที่ 2.01 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ความผันผวนของตลาดการลงทุนที่เกิดขึ้นล่าสุดได้ส่งผลกระทบให้เห็นเป็นวงกว้างทั้งในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัลและตลาดหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น

ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นจากการประกาศรายงานการจ้างงานของสหรัฐอเมริกาที่แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย รวมถึงความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น สืบเนื่องต่อไปยังความผันผวนของวอลล์สตรีต (Wall Street) เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่นักลงทุนจำนวนมาก ต่างโยกย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงอย่างสินทรัพย์ดิจิทัล

ซึ่งเมื่อมาผนวกกับการที่นักลงทุนได้รับผลตอบแทนลดลงจากการที่ปีนี้เป็นฤดูร้อนของคริปโต (Crypto Summer) ที่ชะลอตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ยิ่งทำให้นักลงทุนต่างพิจารณามองหาสินทรัพย์ประเภทอื่นมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนนี้ ยังมีแนวโน้มเชิงบวกเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ ในตลาดจะดิ่งลง เหล่าผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้มีการกล่าวถึงการสร้างคลังสำรองบิตคอยน์แห่งชาติ ที่ชี้ให้เห็นถึงการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงการเล็งเห็นศักยภาพของบิตคอยน์ที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ลาร์รี ฟิงก์ (Larry Fink) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยังได้ประกาศในรายการ CNBC ว่าเขามองบิตคอยน์เป็น “ตราสารทางการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย” ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงความคิดครั้งสำคัญ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาย้ำให้สาธารณชนเห็นถึงความไม่เชื่อมั่นในบิตคอยน์ที่เขามี

ทั้งนี้ เทรนด์การเติบโตของการยอมรับบิตคอยน์ในระดับสถาบันและกลุ่มการเมืองไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เพราะเมื่อสี่เดือนที่แล้ว ประเทศเอลซัลวาดอร์ ที่ถือว่าเป็นประเทศแรกที่ยอมรับบิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่สามารถนำมาชำระหนี้ (Legal Tender) และใช้แทนเงินสดได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ได้ดำเนินการโยกย้ายบิตคอยน์ส่วนใหญ่ไปเก็บรักษาแบบออฟไลน์หรือ “Cold Storage” ที่สามารถตรวจสอบได้โดยสาธารณะ จากข้อมูล ณ วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา คลังของเอลซัลวาดอร์มีจำนวนบิตคอยน์ทั้งสิ้น 5,825 บิตคอยน์ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 405 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างอันดีเยี่ยมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในบิตคอยน์ว่าเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงและเป็นปัจจัยสำคัญเชิงกลยุทธ์ทางการเงินของประเทศ

แต่อย่างไรก็ตาม สภาพตลาดในปัจจุบันก็ยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากความผันผวนของตลาดล่าสุด ซึ่งจะส่งผลให้แผนการจัดตั้งคลังสำรองยิ่งต้องทวีความซับซ้อนทั้งทางด้านกระบวนการทางกฎหมายและทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น

ด้าน ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน ผู้ร่วมก่อตั้ง FWX แพลตฟอร์มเทรดอนุพันธ์ไร้ศูนย์กลาง และอาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันว่า

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่เลวร้ายไม่ใช่แค่กับตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ยังรวมไปถึงตลาดคริปโตเคอร์เรนซีด้วย ตลาดการเงินทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเปิดเผยตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน สู่ระดับ 4.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ข้อมูลนี้สอดคล้องกับ Sahm Rule ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

โดย Sahm Rule ระบุว่าเมื่อค่าเฉลี่ยของอัตราการว่างงานในรอบ 3 เดือนเพิ่มขึ้นเกิน 0.5% เมื่อเทียบกับค่าต่ำสุดในรอบปี จะถือเป็นสัญญาณของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเช่นหุ้น เพื่อถือครองเงินสด

ในขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 0.25% จากเดิม 0 ถึง 0.1% ส่งผลให้ตลาด Nikkei ปิดลบถึง 4,451 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1987 การขึ้นดอกเบี้ยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักลงทุนจำนวนมากที่กู้เงินญี่ปุ่นดอกเบี้ยต่ำมาลงทุน ทำให้ต้องขายสินทรัพย์ทิ้งเพื่อลดภาระดอกเบี้ย

ในส่วนของตลาดคริปโต ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบคือการเทขายของ Jump Trading ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในการทำ Algorithmic Trading และ High Frequency Trading โดยได้เทขาย Ethereum มูลค่ากว่า 315 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจาก CEO ลาออกและมีการตรวจสอบจากหน่วยกำกับดูแลสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสหรัฐ (CFTC) การเทขายครั้งนี้ส่งผลให้ราคาของ Ethereum ร่วงลงกว่า 30% มีการคาดการณ์ถึงสาเหตุของการเทขายสองประการ คือ

1) Jump Trading อาจกำลังถอนตัวจากตลาดคริปโต หลังจากเหตุการณ์ภายในบริษัท หรือ 2) Jump Trading อาจมีการกู้ยืมเงินเยนจำนวนมากเพื่อใช้ในการทำ High Frequency Trading และการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่นทำให้ต้องขายสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้

อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบวกบางประการในตลาดคริปโต โดยเฉพาะจากกองทุน ETFs ของ Ethereum ในวันที่ 5 สิงหาคม มีเงินไหลเข้าสุทธิเป็นบวกที่ 48.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย Blackrock ที่มีแรงซื้อสุทธิถึง 47.10 ล้านดอลลาร์ แม้ในสภาวะตลาดที่ผันผวน ในขณะที่กองทุน ETHE ของ Grayscale มีเงินไหลออกสุทธิ 46.80 ล้านดอลลาร์

ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดนับตั้งแต่มีการอนุญาตให้มีกองทุน ETFs สำหรับ Bitcoin ETFs แม้จะมีปริมาณเงินไหลออกรวมเป็นลบ แต่กองทุนของ Blackrock ก็ยังมีปริมาณการซื้อสุทธิเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง

“ในวันที่ประกาศตัวเลขอัตราการว่างงาน มีหลายคนทางฝั่งทาง Crypto บอกว่าการที่สภาพเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มเข้าสู่สภาวะถดถอยย่อมเป็นผลดีต่อสินทรัพย์ทางเลือกอย่างคริปโต แต่ในความเป็นจริงตอนนี้ Lanscape ของการลงทุนฝั่งคริปโตเปลี่ยนไปแล้ว

มีนักลงทุนในโลกการเงินดั้งเดิมจำนวนมากเข้ามาลงทุนในคริปโต ทั้งผ่าน และไม่ผ่าน ETFs การที่สภาวะเศรษฐกิจเป็นลบ ราคาหุ้น และสินทรัพย์ดั้งเดิม ร่วงลงอย่างหนัก ย่อมทำให้นักลงทุนต้องขายสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อเก็บเงินสด สร้างสภาพคล่อง คริปโตเองที่ทางนักลงทุนในโลกดั้งเดิมมองว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูงก็คงไม่พ้นถูกผลกระทบนี้ด้วยเหมือนกัน

“หลังจากนี้ นักลงทุนคริปโตจำเป็นต้องจับตาตัวเลขทางเศรษฐกิจในภาพใหญ่มากขึ้น ทั้งเรื่องของอัตราดอกเบี้ย และนโยบายในการกระตุ้นและรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ เพราะปัจจัยเหล่านี้ได้กลายมาเป็นปัจจัยหลักในการเคลื่อนไหวของราคาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

เมื่อถามถึงมุมมองต่อการเทขายของ Jump Trading ดร.อุดมศักดิ์ ให้ความเห็นว่า

“การเทขายของ Jump Trading ถือเป็นปัจจัยลบระยะสั้นเนื่องจากมี Ethereum เหลืออยู่อีกแค่ 100 กว่าล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะการเคลื่อนไหวของผู้เล่นรายใหญ่เช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อตลาดในระยะสั้นได้”