เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
Biz Movement เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
‘Var Group’ ยักษ์ไอทีอิตาลีจับมือ CV Ventures ตั้ง Yarix APAC ดันไทยศูนย์กลางไซเบอร์ซีเคียวริตี้ภูมิภาค
Tech ‘Var Group’ ยักษ์ไอทีอิตาลีจับมือ CV Ventures ตั้ง Yarix APAC ดันไทยศูนย์กลางไซเบอร์ซีเคียวริตี้ภูมิภาค
สัมปทานรังนกพัทลุง 500 ล้านไร้เอกชนยื่นซองประมูล จี้มหาดไทยปลดล็อกกฎหมาย ดันส่งออกจีน
เศรษฐกิจภูมิภาค สัมปทานรังนกพัทลุง 500 ล้านไร้เอกชนยื่นซองประมูล จี้มหาดไทยปลดล็อกกฎหมาย ดันส่งออกจีน
หนี้ครัวเรือนสูง 86% ดึงยอดปฏิเสธกู้บ้านพุ่ง 50% สูงสุดรอบ 5 ปี BAM ผุดโมเดลพลิกบ้านมือสอง
Finance หนี้ครัวเรือนสูง 86% ดึงยอดปฏิเสธกู้บ้านพุ่ง 50% สูงสุดรอบ 5 ปี BAM ผุดโมเดลพลิกบ้านมือสอง
‘เอกนัฏ’ ลุยตรวจจุดน้ำมันรั่วพระราม 3 พบต้นตอแล้ว สั่ง 2 บริษัทเร่งแก้ไข-เยียวยาความเสียหาย
Politics ‘เอกนัฏ’ ลุยตรวจจุดน้ำมันรั่วพระราม 3 พบต้นตอแล้ว สั่ง 2 บริษัทเร่งแก้ไข-เยียวยาความเสียหาย
ไอคอนสยามจัดงานรักษ์โลก ครบรอบปีที่ 5 ชวนคนกทม.ลดขยะ สร้างเมืองยั่งยืน
SD ไอคอนสยามจัดงานรักษ์โลก ครบรอบปีที่ 5 ชวนคนกทม.ลดขยะ สร้างเมืองยั่งยืน
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่าหนัก ตามดอลลาร์แข็งค่า-เยนอ่อนค่า

02 ก.ย. 2567 | 18:38น.
เงินบาท

เงินบาทอ่อนค่าหนัก ตามดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า ส่วนเยนอ่อนค่า ขณะที่ปัจจัยในประเทศ แบงก์ชาติเปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการเงินเดือน ก.ค. 67  ชี้เศรษฐกิจไทยโดยรวมปรับตัวดีขึ้น

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/9) ที่ระดับ 34.04/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (30/8) ที่ระดับ 33.87/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30/8) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือน ก.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ จากระดับ 0.3% ในเดือน มิ.ย. ส่วนรายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน มิ.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน มิ.ย.

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.5% YOY ในเดือน ก.ค.ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.6% จากระดับ 2.5% ในเดือน มิ.ย. และดัชนี PCE ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.2% MOM ในเดือน ก.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ จากระดับ 0.1% ในเดือน มิ.ย.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 2.6% YOY ในเดือน ก.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.7% จากระดับ 2.6% ในเดือน มิ.ย. และดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.2% MOM ในเดือน ก.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ จากระดับ 0.2% ในเดือน มิ.ย.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ โดยศุกร์ที่ผ่านมา (30/8) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการเปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการเงินเดือน ก.ค. 67 ว่าเศรษฐกิจไทยโดยรวมปรับดีขึ้นหลังชะลอลงในเดือนก่อน (มิ.ย. 67) ตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ต่างประเทศ โดยการส่งออกสินค้า และรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและบริการที่เกี่ยวเนื่องขยายตัว ส่วนด้านการลงทุนภาคเอกชนกลับมาขยายตัวจากเดือนก่อน

ทั้งนี้ ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.04-34.24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.21/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/9) ที่ระดับ 1.1052/53 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (30/8) ที่ระดับ 1.1075/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ผลสำรวจล่าสุดเผยในวันนี้ (2/9) ว่า ภาคการผลิตของเยอรมนี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 5 ของประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่องในเดือน ส.ค. 2567

Advertisement

โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของเยอรมนีจากฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (HCOB) ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 42.4 ในเดือน ส.ค. จากระดับ 43.2 ในเดือน ก.ค. แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้นที่ระดับ 42.1

และรายงานล่าสุดในวันนี้ (2/9) เผยว่า ภาคการผลิตในยูโรโซนยังคงหดตัวต่อเนื่องในเดือน ส.ค. 2567 สอดคล้องกับอุปสงค์ที่ลดลงอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบปี ส่งผลให้ความหวังในการฟื้นตัวในระยะอันใกล้นี้ริบหรี่ลง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซนจากฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (HCOB) ซึ่งรวบรวมโดยเอสแอนด์พี โกลบอล อยู่ที่ระดับ 45.8 ในเดือน ส.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้นเล็กน้อยที่ระดับ 45.6

ทั้งนี้ในระหว่างวัน ยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1043-1.1077 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1065/66 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/9) ที่ระดับ 146.18/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (30/8) ที่ระดับ 145.18/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (2/9) ว่า การใช้จ่ายด้านทุนของบริษัทญี่ปุ่นในช่วงเดือน เม.ย.ปีนี้ ปรับตัวขึ้น 7.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทญี่ปุ่นได้พยายามกระตุ้นกำลังการผลิต ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว

ทั้งนี้ การลงทุนโดยบริษัทในทุกภาคส่วนยกเว้นภาคการเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ในด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างโรงงานและเพิ่มอุปกรณ์นั้น คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 11.92 ล้านล้านเยน (8.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 13 ไตรมาส โดยกำไรก่อนหักภาษีของบริษัทญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 13.2% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ะดับ 35.77 ล้านล้านเยน โดยได้แรงหนุนจากยอดขายในต่างประเทศที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการอ่อนค่าของเงินเยนซึ่งช่วยให้กำไรในต่างประเทศของกลุ่มผู้ส่งออกปรับตัวสูงขึ้นเมื่อมีการส่งเม็ดเงินดังกล่าวกลับสู่ประเทศ

ส่วนยอดขายปรับตัวขึ้น 3.5% แตะระดับ 368.96 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสเดือน เม.ย.-มิ.ย. และในวันนี้ ดัชนีผ้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของญี่ปุ่นจาก au Jibun Bank ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 49.8 ในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.1 ในเดือน ก.ค. สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 49.5 แม้ดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง

แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มปรากฏสัญญาณบวก เมื่อผลสำรวจภาคเอกชนชี้ว่าภาคการผลิตหดตัวในอัตราที่ชะลอลงในเดือน ส.ค. 2567 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 145.78-146.84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 146.68/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน ส.ค. จาก S&P Global (3/9), ดัชนีภาคการผลิตเดือน ส.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (3/9), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ก.ค. (4/9), ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน ก.คง (4/9), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน ก.ค. (4/9),

รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (4/9), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (5/9), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ส.ค. จาก ADP (5/9), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือ ส.ค. จาก S&P Global (5/9), ดัชนีภาคบริการเดือน ส.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (5/9), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (5/9), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. (6/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.5/-8.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7/-6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ