Skip to content

“สรรพากร” กางแผนขยายฐานภาษี ปี’68 บี้ยักษ์ข้ามชาติ-ผู้มีเงินได้นอกประเทศ

07 ก.ย. 2567 | 16:36น.
“สรรพากร” กางแผนขยายฐานภาษี ปี’68 บี้ยักษ์ข้ามชาติ-ผู้มีเงินได้นอกประเทศ

สรรพากรมั่นใจปีงบฯ 67 เก็บรายได้ไม่หลุดเป้า 2.28 ล้านล้าน ขณะที่ปีงบฯ 68 ตั้งเป้าจัดเก็บ 2.37 ล้านล้าน เพิ่ม 4.2% เดินหน้าเก็บภาษีนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่ 15% ชงเรื่องไปที่ ครม.แล้ว รวมถึงเก็บภาษีผู้มีเงินได้จากต่างประเทศ แม้ไม่ได้นำเงินกลับมาไทย

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า มั่นใจว่าปีงบประมาณ 2567 จะเก็บรายได้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 2.28 ล้านล้านบาท หลังจาก 11 เดือนแรก จัดเก็บภาษีได้กว่า 1.96 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการเอกสารงบประมาณ 8,482 ล้านบาท หรือ 0.4% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 47,911 ล้านบาท หรือกว่า 2.5% ประกอบกับมาตรการด้านภาษีของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา

กุลยา ตันติเตมิท
กุลยา ตันติเตมิท

โดยเฉพาะมาตรการ Easy e-Receipt เป็นตัวที่กระตุ้นการบริโภคภาคเอกชน ที่ช่วยเหลือประชาชนและร้านค้าที่เข้าร่วมออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt)

รวมถึงผลจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศที่เป็นแรงส่งให้การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการบริโภคภายในประเทศยังขยายตัวได้ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 7.7%

“ปีนี้เรามั่นใจว่าจะสามารถที่จะจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย ส่วนปีงบประมาณ 2568 สรรพากรตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ไว้ที่ 2.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2%”

ทั้งนี้ กรมสรรพากรยังเดินหน้าสานต่อนโยบาย oneRD : One Team One Seamless Tax Ecosystem ที่ทำภาษีให้ง่ายและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น โดยเตรียมความพร้อมสู่ระบบภาษีอากรที่เป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ ในปี 2568 กรมจะยกระดับบริการทางภาษีและแสดงข้อมูลทางภาษีให้ครบถ้วน

โดยเปิดให้บริการ One Portal : My Tax เริ่มให้บริการกลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และต่อยอดการกำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.3 ทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ซึ่งได้เริ่มใช้ในปีที่ผ่านมากับแบบ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.1 ก และ ภ.ง.ด.1 ก พิเศษ

“My Tax คือจะเข้าไปทีเดียว แล้วรู้ข้อมูลทุกอย่าง ว่าเคยถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ไหนบ้าง จะขึ้นโชว์ทั้งหมด และในอนาคตอาจจะไม่ต้องเก็บเอกสารไว้แสดงกับกรม เนื่องจากข้อมูลจะเข้ามาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ทำให้การเสียภาษีง่ายขึ้น”

สำหรับการสร้างความเป็นธรรมและความทั่วถึงในการจัดเก็บภาษีอากร กรมสรรพากรยังคงให้ความสำคัญในการเสนอแนะและจัดทำนโยบายทางภาษีที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน เช่น การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขาย Low-Value Goods รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์หรือกฎหมายการจัดเก็บภาษีให้มีความทันสมัย

“กรมอยู่ระหว่างเร่งเสนอกฎหมายและเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม ตามหลักการ Pillar2 การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำ หรือ Global Minimum Tax ที่กำหนดให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่เสียภาษีเงินได้ในอัตราภาษีที่แท้จริงไม่น้อยกว่า 15% ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในการออกกฎหมาย”

นางสาวกุลยากล่าวว่า นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างเสนอ ครม. พิจารณาร่างหลักการแก้กฎหมายมาตรา 41 ที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้จากต่างประเทศของบุคคลธรรมดาที่อยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วัน ซึ่งมีหน้าที่ต้องเสียภาษี โดยปัจจุบันหากมีเงินได้จากต่างประเทศ และนำเงินเข้ามาในประเทศไทย จะต้องยื่นแบบและเสียภาษี ซึ่งในปัจจุบันหากยังไม่ได้นำเงินเข้ามาจะไม่เสียภาษี แต่ต่อไปแม้จะไม่ได้นำเงินเข้ามาก็จะต้องเสียภาษี

“ในมุมของความเป็นธรรม World Wide Income เงินได้ ไม่ว่าจะได้จากที่ใด หากพำนักอยู่ในประเทศนั้น ๆ เช่น อยู่ในไทย ตามกฎหมาย หากอยู่เกิน 180 วัน ก็จะมีหน้าที่ต้องเสียภาษี โดยไม่จำเป็นต้องดูว่านำเงินเข้ามาหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้จะต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อจะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษี และต้องการที่จะบังคับใช้ให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งเร็วสุดก็อาจจะปี 2568”

อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวด้วยว่า ส่วนการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาทนั้น ขณะนี้กรมศุลกากรเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บให้ โดยกรมได้ร่วมกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มต่าง ๆ กำลังพัฒนาระบบเพื่อจัดเก็บจากแพลตฟอร์ม โดยแพลตฟอร์มจะเป็นผู้นำส่งภาษีสำหรับภาษี VAT อัตรา 7% ของมูลค่านำเข้าสินค้านั้น ๆ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงการหารือและพัฒนาระบบ คาดว่าจะสามารถดำเนินการใช้ได้ในช่วงต้นปี 2568