โบรกฯ แนะลงทุน 8 กลุ่มหุ้นเด่น รับผลดีจากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว
บล.เอเซีย พลัส แนะ 8 กลุ่มหุ้นเด่น รับประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว หลังจีนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ ครอบคลุมทั้ง การลดดอกเบี้ย การกระตุ้นกำลังซื้ออสังหาฯ และการพยุงตลาดหุ้น หนุนส่งออก-ท่องเที่ยวไทยมากขึ้น
วันที่ 25 กันยายน 2567 บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด รายงานผ่านบทวิเคราะห์ ว่า การประกาศ package กระตุ้นเศรษฐกิจจีนชุดใหญ่ ครอบคลุมทั้ง การลดดอกเบี้ย การกระตุ้นกำลังซื้ออสังหาฯ และการพยุงตลาดหุ้น ถือเป็นชุดมาตรการที่สร้างความเชื่อมั่นเห็นได้จากตลาดหุ้นจีนที่ปรับขึ้นแรงขณะเดียวกันก็ผลักดันให้ราคา COMMODITY หลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น สำหรับเศรษฐกิจไทยที่มีการส่งออกไปที่จีน 15.5% ของมูลค่าการส่งออกรวม ก็น่าจะได้อานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีอุปสรรคในเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่ารวดเร็ว ทั้งนี้รัฐบาลเตรียมที่จะหารือกับ ธปท. ในเรื่องการดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งแนวทางหนึ่งที่มีโอกาสถูกนำมาใช้ได้แก่ เรื่องการปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งในปัจจุบันก็มีแรงกดดันให้ปรับลดอยู่แล้วตามวัฏจักรดอกเบี้ยโลกที่อยู่ในขาลง สภาวะดังกล่าวถือเป็นบวกต่อตลาดหุ้น
โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน หนุนให้ตลาดหุ้นจีน CSI300 และ HANG SENG สามารถ outperform ตลาดหุ้นอื่น ๆ ในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งมาตรการกระตุ้นจะมาจาก 3 ส่วน คือ ดอกเบี้ย-อสังหาฯ-ตลาดหุ้น เพื่อที่จะหนุนให้ GDP GROWTH ปีนี้ยังคงระดับ 5% ดังเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- ลดการกันสำรองของแบงก์พาณิชย์ (RRR) ลง 0.5% เพื่อปล่อยสภาพคล่อง เข้าระบบราว 1 ล้านล้านหยวน
- ลดดอกเบี้ยระยะสั้น REVERSE REPO ระยะ 7 วัน ลง 0.2% เหลือ 1.5%
- ลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านลง 0.5%
- ลดเงินดาวน์ขั้นต่ำการกู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 จาก 25% เหลือ 15%
- เตรียมตั้งกองทุนพยุงหุ้น มูลค่าอย่างน้อย 8 แสนล้านหยวน (การสวอป 5 แสนล้านหยวน/เงินกู้ 3 แสนล้านหยวน)
ต่อมาที่ประเทศไทย ซึ่งจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน หากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว เนื่องจากไทยมีมูลค่าส่งออกไปจีนเป็นลำดับ 2 (เป็นรองแค่สหรัฐ) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 15.5% ของมูลค่าส่งออกในไทยทั้งหมด และหากพิจารณาในมุมของจีนก็นำเข้าสินค้าจากไทย สูงเป็นลำดับ 13 หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 1.83% ของมูลค่านำเข้าในจีนทั้งหมด และมีโอกาสเสริมให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากขึ้นในอนาคต

ประเด็นดังกล่าวหนุนให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาส outperform ตลาดหุ้นโลกคล้ายคลึงตลาดหุ้นจีน โดยกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ เน้นหุ้นได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว อาทิ
- กลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรม และโลจิสติกส์ ได้แก่ AOT, SJWD, ERW, CENTEL, MINT, III
- กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ HANA, KCE, DELTA
- กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ได้แก่ AP, LH, SIRI ORI
- กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ SCC, SCGP
- กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ได้แก่ PTT, TOP, PTTGC, PTTEP, IVL
- กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ CBG, CRC, BJC, CPALL
- กลุ่มยางพารา ได้แก่ NER, STA
- กลุ่มเช่าซื้อ ได้แก่ MTC, SAWAD, TIDLOR
