เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
Finance ‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
Business ‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
Economic เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
Economic เจ้าพระยาพ้นช่วงวิกฤต เร่งระบายน้ำออกทุ่ง จับตาฝนใหม่ 2-6 พ.ย. น้ำทะเลหนุนซ้ำ
เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
Economic เกษตรฯ ปัดฝุ่น “Mr./Mrs. รายสินค้า” คุมข้อมูล-บริหารตลอดห่วงโซ่ เชื่อม Big Data
ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
Economic ปศุสัตว์ตั้ง 6 ชุดเฉพาะกิจ ลุยตาก-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สกัดโค กระบือ เถื่อน
“วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
Economic “วัชระพล” ลงเลย หนุนอ้อยสดลดเผา เร่งแก้ที่ดิน ส.ป.ก.-แหล่งน้ำ
ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
Columns ความคุ้มค่า ‘โซลาร์ภาคประชาชน’
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ดูทั้งหมด

หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี การแรลลี่ครั้งใหญ่นี้จะชั่วคราวหรือยาวนาน ? 

01 ต.ค. 2567 | 07:38น.
หุ้นจีน

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2024 เป็นวันที่หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2008 โดยหุ้นเอ-แชร์ (A-Share) หรือหุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

การพุ่งขึ้นครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นขณะที่นักลงทุนแห่ซื้อหุ้นจีนเพื่อเก็งกำไร หลังจากที่รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่รอบล่าสุดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน นอกจากนั้น คณะกรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) ยังให้คำมั่นที่จะดำเนินการการใช้จ่ายทางการคลังที่จำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์และบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าไว้ 5%  

ดัชนี CSI 300 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบลูชิพของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ปิดที่ 4,017.85 จุด เพิ่มขึ้น 8.48% เป็นการพุ่งขึ้นวันเดียวที่สูงที่สุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2008 หลังจากทำผลงานรายสัปดาห์ +15.7% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2008 เช่นกัน  

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (SSEC) พุ่งขึ้น 8.1% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.17 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 13.97 ล้านล้านบาท) 

มูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้นอยู่ที่ 2.59 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 30.92 ล้านล้านบาท) 

ด้านดัชนีหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hang Seng China Enterprises Index : HSCEI) เพิ่มขึ้น 2.88% 

คำถามมีอยู่ว่า การแรลลี่ของตลาดหุ้นจีนจะยั่งยืน หรือดำเนินไปเป็นเวลานานแค่ไหน 

ตามการรายงานของนิกเคอิเอเชีย (Nikkei Asia) ในวันที่ 30 กันยายนระบุว่า นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ความพยายามดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปตามคำมั่นสัญญานั้น สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะรักษาความต่อเนื่องของการแรลลี่เอาไว้ 

โทมัส ฝาง (Thomas Fang) หัวหน้าฝ่ายตลาดโลกประจำสำนักงานจีนของธนาคารยูบีเอส (UBS) กล่าวในบทวิเคราะห์ในวันที่ 30 กันยายนว่า ผลการดำเนินงานของตลาดสัปดาห์ล่าสุดเป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนสำหรับหุ้นเอ-แชร์

สำหรับในระยะต่อไป ฝางวิเคราะห์ว่า โดยปกติแล้ว หลังจากการดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดประมาณ 20% อาจมีช่วงเวลาแห่งการต่อสู้กันระหว่างตลาดกระทิงและตลาดหมี โดยมีการเทขายทำกำไรบางส่วน และมีการปรับน้ำหนักการลงทุนจากหุ้นหมวดหนึ่งไปยังอีกหมวดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการแรลลี่ในระดับกว้างขึ้น 

ทั้งนี้ ตามการวิจัยโดยโทมัส แกตลีย์ (Thomas Gatley) ที่ปรึกษาจากบริษัทบริการด้านการเงิน กาเวกัล (Gavekal) ที่เผยแพร่ในวันที่ 30 กันยายน ดัชนี CSI 300 เคยได้เห็นการแรลลี่ครั้งใหญ่เพียง 5 ครั้งนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2005 ในจำนวนนั้นเป็นการแรลลี่ที่ขับเคลื่อนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ครั้ง คือ ช่วงปี 2008-2009, ปี 2014-2015 และปี 2020-2021 

“การแรลลี่ที่ขับเคลื่อนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมีอัตราการเพิ่มจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดราว 50-100% ดังนั้น หากตลาดหุ้นจีนกำลังเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ดังนั้น ก็น่าจะยังมีอัพไซด์อีกมาก แม้จะเพิ่งมีการกระโดดขึ้นล่าสุด” แกตลีย์เขียนวิเคราะห์ 

ในบทวิเคราะห์จากธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เมื่อวันที่ 29 กันยายน คณะนักวิเคราะห์ซึ่งนำโดย โรบิน สิง (Robin Xing) กล่าวว่า ยังมีพื้นที่สำหรับการแรลลี่เชิงยุทธวิธีอีก 10% ในระยะเวลาอันใกล้นี้ 

“หากเศรษฐกิจมหภาคสามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้และเงินฝืดได้สำเร็จ ด้วยมาตรการกระตุ้นเชิงนโยบาย และการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ฟื้นตัว โดยที่การบริโภคภาคเอกชนกลับมามีแนวโน้มเร่งตัวอีกครั้ง เราก็คาดว่าระดับดัชนีตลาดโดยรวมจะปรับตัวขึ้นอีก และเชื่อว่าหุ้นในเซ็กเตอร์สินค้าที่มีสัดส่วนการบริโภคภายในประเทศมากกว่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด และจะทำผลงานดีกว่า”  นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ วิเคราะห์