คอลัมน์ : เติมความคิด พิชิตการลงทุน ผู้เขียน : เอกภาวิน สุนทราภิชาติ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด
สวัสดีครับท่านนักลงทุน SET ในเดือน ก.ย. ปรับขึ้นโดดเด่น หลังการเมืองในประเทศที่มีความชัดเจนเป็นแรงส่ง เริ่มจากการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความราบรื่น ตามด้วยการแถลงนโยบายผลักดัน 10 นโยบายเร่งด่วน การแจกเงินดิจิทัลวอลเลตระยะที่ 1 และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อัดฉีดเม็ดเงิน 1.4 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากเม็ดเงินของกองทุนวายุภักษ์ที่เปิดขายเร็วกว่าคาด ขณะที่กระแส Fund Flow ที่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิหลังจากขายสุทธิติดต่อกัน 4 เดือน เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ทั้งนี้ SET ในเดือน ก.ย. ต่างชาติสลับมาซื้อสุทธิประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนหน้าที่ขายสุทธิ 6 พันล้านบาท
ขณะที่ภาพรวมกระแส Fund Flow เดือนนี้ไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ราว 2.8 พันล้านเหรียญ โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไต้หวัน และเวียดนาม ราว 4.9, 0.9 และ 0.07 พันล้านเหรียญ แต่ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ราว 1.6, 0.9, 0.3 และ 0.2 พันล้านเหรียญ ตามลำดับ
ด้านแนวโน้ม SET ในเดือน ต.ค. แม้บางช่วงคาดมีการพักตัวสลับ เพื่อลดความร้อนแรงบ้าง หลังจากเดือน ก.ย. ปรับขึ้นมาอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมคาดว่ายังปรับขึ้นได้ต่อ ด้วยปัจจัยหนุน 1) การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ 2) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และ 3) เม็ดเงินจากกองทุนวายุภักษ์ และ ThaiESG คาดช่วยสร้างเสถียรภาพต่อตลาด
โดย SET มีกรอบล่างอยู่ที่บริเวณแนวรับ 1,440 และ 1,425-1,430 จุด ตามลำดับ ที่คาดยังรองรับได้ ส่วนแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1,490 และ 1,500 จุด ตามลำดับ
ดังนั้น การพักตัวในช่วงนี้ จึงเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสมตามแนวรับ ซึ่งมองไว้ที่บริเวณ 1,440 และ 1,425-1,435 จุด ตามลำดับ
ส่วนหุ้นที่น่าสนใจ แนะนำใน 3 ธีมหลัก ดังนี้ 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากกองทุนวายุภักษ์รอบใหม่ โดยเลือกหุ้น SET100 ที่มีคุณสมบัติจ่ายเงินปันผลดี ให้ Dividend Yield ขั้นต่ำปีละ 3.5% มี ESG Rating สูงตั้งแต่ระดับ A-AAA และ CG ระดับ 5 ดาว และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตได้ในปี 2025 เลือก KTB BBL BCP ADVANC HMPRO
2) นักลงทุนที่ต้องการหุ้นเก็งกำไรซึ่งคาดได้อานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง แนะนำ กลุ่มเช่าซื้อ (MTC) กลุ่มอสังหาฯ (AP) กลุ่มค้าปลีก (CPALL) กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF) กลุ่ม REITs (LHHOTEL DIF)
และ 3 นักลงทุนที่ต้องการหุ้นเก็งกำไรซึ่งได้อานิสงส์บวกจากสถานการณ์น้ำท่วม แนะนำ HMPRO GLOBAL CPALL BJC DCC และ TASCO ซึ่งจากสถิติปีที่เกิด La Nina หากลงทุนช่วงครึ่งหลัง ก.ย. และขายต้น พ.ย. คาดหวังจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 5.0%
ขณะที่การแข็งค่าของเงินบาทอย่างรุนแรงใน 3Q67 มองจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นที่มีรายได้จากการส่งออก แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนช่วงสั้น ได้แก่ TU GFPT และ CBG KCE ส่วนนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรหุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทแข็งค่า แนะนำ AAV GULF GPSC และ BCP
ปิดท้าย ขอแนะนำ Stock Picks ใน 4Q24 ของฝ่ายวิจัย InnovestX มาแนะนำท่านนักลงทุน โดยหุ้นที่น่าสนใจต้องมีคุณสมบัติ 4 ประการที่จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดใน 4Q24 ดังนี้ 1) ฐานะการเงิน (งบดุล) ที่ดีซึ่งจะช่วยป้องกันผลกระทบจากสภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูงและความท้าทายเชิงมหภาคในวงกว้าง 2) โมเมนตัมเชิงบวกจากการฟื้นตัวของกลุ่มสมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก และยานยนต์อย่างต่อเนื่อง 3) ผลประกอบการฟื้นตัวใน 4Q24 จากรายได้ฟื้นตัวและมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้น
และ 4) ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและนโยบายสนับสนุนระยะยาว ทั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในช่วงแรก ฝ่ายวิจัยฯ จึงยังคงเลือกหุ้นที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีสัญญาณกําไรฟื้นตัวอย่างชัดเจนใน 3Q24 และ 2H24 เน้นบริษัทที่สามารถเติบโตได้เร็วกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดและรักษาโมเมนตัมของกําไรเอาไว้ได้
และชอบบริษัทที่กําไรฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น จึงเป็นที่มาของ Stock Picks ใน 4Q24 ซึ่งได้แก่ BDMS CPALL GPSC HANA และ LHHOTEL
…แล้วพบกันใหม่ ในคอลัมน์ฉบับหน้า ด้วยรัก และหวังดี