เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
Biz Movement เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
ดูทั้งหมด

ฟองสบู่ AI กำลังระเบิด ?

07 ต.ค. 2567 | 20:36น.
immage art ai

นักวิชาการ MIT ชี้ AI ไม่ได้มาช่วยงานมนุษย์ดังคาด กระตุ้นเศรษฐกิจเพียง 5% แต่เม็ดเงินลงทุนกลับเพิ่มพูนมหาศาล เสี่ยงระเบิด ทิศทางของปัญญาประดิษฐ์หลังจากนี้ เกิดขึ้น 3 ทาง

ตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวในปลายปี 2022 ความตื่นตัวเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ก็แพร่กระจายไปกว้างขวาง ทั้งในฝั่งของผู้ใช้งานที่ตื่นเต้นกับความสามารถใหม่ๆ ที่โมเดลซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เหล่านี้สร้างขึ้น ฝั่งเอกชนเองก็มองหาโอกาสที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ และ “ขาย” มันให้ได้

แน่นอนว่าบริษัทเทคโนโลยีก็พยายามจะปรับปรุงให้มันเก่งขึ้น คลื่นแห่งการระดมทุนก็เพิ่มพูนมหาศาล การสั่งจองฮาร์ดแวร์อย่าง “ชิปเอไอ” ก็แน่นข้ามปี พร้อมกับคำพูดที่ว่า เอไอ คือสิ่งที่เปลี่ยนวิถีการผลิตของมนุษย์ในยุคถัดไป

นี่คือภาวะที่เรียกว่า “เอไอซัมเมอร์” ที่เม็ดเงินมหาศาลอัดฉีดลงไปที่การพัฒนาซอฟต์แวร์เอไออย่างบ้าคลั่ง

แต่กระนั้นก็นำมาซึ่งคำถามที่ว่า การโหมระดมทุนเหล่านี้มากเกินไปหรือไม่? การลงทุนในเอไอจะกลายเป็นฟองสบู่ที่พร้อมระเบิดแล้วหรือยัง? และ เอไอ จะเข้ามาปฏิวัติ “วิถีการผลิต” ที่กำกับทั้งผลิตภาพ และความสัมพันธ์ในการผลิตของมนุษย์ได้จริงไหม?

ดารอน อะเซโมกลู (Daron Acemoglu) ศาสตราจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ผู้ร่วมเขียนหนังสือเรื่อง Why Nations Fail ที่เขาร่วมเขียนเมื่อกว่าทศวรรษที่แล้ว ที่มองเห็นการมาถึงของ AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งเป็นรากฐานให้งานงานด้านเศรษฐศาสตร์ของเขามาหลายปี

เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว บลูมเบิร์ก ในประเด็นข้างต้นนี้อย่างน่าสนใจ

โดยเขาชี้แจงให้ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าเขาไม่ได้ต่อต้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขาเข้าใจถึงศักยภาพของมัน แต่สิ่งที่ทำให้เขาเห็น คือ ภัยทางเศรษฐกิจและการเงินที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะ กระแสโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI และวิธีที่มันกระตุ้นการลงทุนและการพุ่งขึ้นของหุ้นเทคโนโลยี

Advertisement

แม้ว่า AI จะดูมีความหวัง แต่ “อะเซโมกลู” ระบุว่า มีโอกาสน้อยที่มันจะเป็นไปตามโฆษณานั้น ตามการคำนวณของเขา มีเพียงสัดส่วนเล็ก ๆ ในเนื้องาน ประมาณ 5% เท่านั้น ที่พร้อมจะถูกเอไอแทนที่ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ได้รับความช่วยเหลือจาก AI ซึ่งจะเกิดราวทศวรรษหน้า

แม้นี่เป็นข่าวดีสำหรับคนทำงาน ที่เอไออาจมาช่วยงานซ้ำซากได้บางส่วน แต่อาจเป็นข่าวร้ายสำหรับบริษัทที่ลงทุนหลายพันล้านในเทคโนโลยีนี้ โดยคาดหวังว่าจะเกิดการเพิ่มผลผลิตอย่างมหาศาล

“เงินจำนวนมากจะสูญเปล่า คุณจะไม่ได้รับการปฏิวัติทางเศรษฐกิจ จากงานเพียงแค่ 5% นี้” อะเซโมกลู กล่าว

ผู้ที่เชื่อมั่นใน AI ระบุว่า เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติในหลาย ๆ ส่วน และจะนำมาซึ่งการค้นพบทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้าในยุคใหม่

“เจสัน หวง”  ซีอีโอของ Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของ AI ระบุว่าความต้องการใช้เทคโนโลยี AI ที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทและรัฐบาลทั่วโลก อาจต้องใช้เงินลงทุนมากถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการอัปเกรดอุปกรณ์ในศูนย์ข้อมูลในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ความสงสัยต่อคำกล่าวอ้างเหล่านี้เริ่มมีมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนใน AI ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นเร็วกว่ารายได้ของบริษัทต่าง ๆ อย่างเช่น Microsoft และ Amazon แต่ถึงอย่างนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงยินดีจ่ายราคาสูงสำหรับหุ้นที่มีแนวโน้มจะเติบโตตามกระแส AI

3 ฉากทัศน์สำหรับเอไอ อาจจบไม่สวย

“อะเซโมกลู” มองว่าเรื่องราวเกี่ยวกับ AI ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจเกิดขึ้นได้สามทาง

  • ทางแรก และเป็นทางที่ “อันตรายน้อยที่สุด” คือกระแสโฆษณาจะค่อย ๆ ซาลง และการลงทุนใน AI แบบ “พอเหมาะพอควร” จะเริ่มมีบทบาท
  • ทางที่สอง คือ กระแสความตื่นเต้นยังคงดำเนินต่อไปอีกประมาณปีหนึ่ง ส่งผลให้เกิดการล่มสลายของหุ้นเทคโนโลยี ทำให้นักลงทุน ผู้บริหาร และนักเรียนเกิดความผิดหวังกับเทคโนโลยีนี้ Acemoglu เรียกสถานการณ์นี้ว่า “ฤดูใบไม้ผลิของ AI ตามด้วยฤดูหนาวของ AI”
  • ทางที่สาม และเป็นทางที่น่ากลัวที่สุด คือความคลั่งไคล้ใน AI ดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายปี ส่งผลให้บริษัทลดจำนวนงานและทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ใน AI โดยไม่รู้ว่าจะใช้มันอย่างไรและสุดท้ายต้องพยายามจ้างคนงานกลับมาหลังจากที่เทคโนโลยีนี้ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ซึ่งจะส่งผลกระทบด้านลบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจทั้งหมด

ทางที่เป็นไปได้มากที่สุด? ที่ “อะเซโมกลู” มอง คือ น่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างทางที่สองและสาม เพราะในห้องประชุมผู้บริหาร มีความกลัวที่จะพลาดโอกาสในการลงทุนตามกระแส AI อย่างมาก จนทำให้ยากที่จะจินตนาการถึงการชะลอตัวของกระแสนี้ในเร็ววัน และเมื่อกระแสโฆษณาแรงขึ้น การล่มสลายของตลาดก็จะรุนแรง

ตัวเลขการลงทุนในไตรมาสที่สองแสดงให้เห็นถึงความบ้าคลั่งในการใช้จ่ายใน AI บริษัทเพียงสี่แห่ง ได้แก่ Microsoft, Alphabet, Amazon และ Meta Platforms ลงทุนไปมากกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสนั้น โดยส่วนใหญ่ใช้ในการลงทุนใน AI

“อะเซโมกลู” กล่าวถึงโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในปัจจุบัน เช่น ChatGPT ของ OpenAI ว่าน่าประทับใจในหลายด้าน แต่ไม่สามารถแทนที่มนุษย์หรือช่วยงานมนุษย์ได้มากเท่าที่ควร เพราะปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ และการขาดวิจารณญาณหรือปัญญาในระดับมนุษย์ ซึ่งทำให้คนไม่ไว้วางใจให้ AI ทำงานในงานประเภท white-collar (งานที่ใช้สมอง) มากในเร็ว ๆ นี้

และ AI ก็ไม่สามารถทำงานทางกายภาพ เช่น การก่อสร้างหรือทำความสะอาดได้เช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เอไอ