เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บทบาทหน้าที่ ความสำคัญของ “ประธานบอร์ด” แบงก์ชาติ

10 ต.ค. 2567 | 10:15น.

เปิดข้อมูล บทบาทหน้าที่ และความสำคัญของ “ประธานบอร์ด” แบงก์ชาติ ตามพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 หลังมีประเด็นร้อนแรงของการแทรกแซงทางการเมือง

วันที่ 10 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากประเด็นร้อนแรงถึงการคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง “ประธานบอร์ด” คนใหม่ แทนนายปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมการแบงก์ชาติ ที่สิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 โดยมีชื่อ “นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง” อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) และอดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าชิงตำแหน่ง “ประธานบอร์ด”

ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมถึงการเข้ามาแทรกแซงการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหวังใช้เป็นเครื่องมือของรัฐบาล ส่งผลให้อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ นางธาริษา วัฒนเกส ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า หากคนทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงาน ของธปท.เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับ คณะศิษยานุศิษย์องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ออกมาคัดค้านเช่นเดียวกัน

จนล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการสรรหาประธานธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการประชุมเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง “ประธานบอร์ด” คนใหม่ นั้น ได้มีการส่งข่าวการขอขยายระยะเวลาพิจารณาคัดเลือก “ประธานบอร์ด” ออกไปโดยไม่มีกำหนด

โดยนางวิเรขา สันตะพันธุ์ เลขานุการคณะกรรมการคัดเลือกประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ฝ่ายเลขานุการฯ มีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนสำหรับการพิจารณาของที่ประชุม จึงขอขยายระยะเวลาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเพื่อให้การพิจารณาคัดเลือกมีความรอบคอบที่สุด และจะรวบรวมกลับมานำเสนอคณะกรรมการคัดเลือกฯ โดยเร็ว

บทบาทหน้าที่คณะกรรมการธปท.

ทั้งนี้ หากย้อนกลับมาดู “บทบาทหน้าที่ และความสำคัญของ “ประธานบอร์ด” ธปท.นั้น ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ระบุดังนี้

มาตรา 24 ให้คณะกรรมการ ธปท.ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ผู้ว่าการ รองผู้ว่าการ 3 คน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีก 5 คน เป็นกรรมการ ให้ผู้ว่าการเป็นรองประธานกรรมการและแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

มาตรา 25 คณะกรรมการ ธปท. มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการ และการดําเนินการของ ธปท. เพื่อให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 เว้นแต่กิจการและการดำเนินการที่เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน และคณะกรรมการระบบการชําระเงิน รวมทั้งให้มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย

1. พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานและงบประมาณ และประเมินผลการดําเนินกิจการและการ ดําเนินการของ ธปท. รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติงานโดยทั่วไปของผู้ว่าการ

2. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยโครงสร้างองค์กร และการบริหารงานบุคคล

3. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยการเสนอชื่อ การพิจารณา และการคัดเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน และคณะกรรมการระบบการชําระเงิน

4. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยการป้องกันการมีส่วนได้เสียและจรรยาบรรณในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของกรรมการในคณะกรรมการตามมาตรา 17 ผู้ว่าการพนักงานและ ลูกจ้าง

5. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยการมอบอํานาจ การรักษาการแทน การบริหารงานหรือดําเนินกิจการอื่นใด

6. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยงบประมาณและรายจ่าย และการจัดซื้อและจัดจ้าง

7. กําหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการกําหนดเงินเดือนและเงินอื่น ๆ รวมตลอดถึงการให้กู้ยืมเงินการสงเคราะห์และให้สวัสดิการต่าง ๆ แก่พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ซึ่งพ้นจากตําแหน่ง และครอบครัวของบุคคลดังกล่าว

8. กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการสินทรัพย์ในทุนสํารองเงินตราตามกฎหมายว่าด้วยเงินตราและสินทรัพย์ของ ธปท. ตามส่วนที่ 3 ของหมวด 6

9. พิจารณาให้ความเห็นชอบการตั้งและการเลิก สาขาหรือสํานักงานตัวแทน

10. กําหนดขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา 55

11. กํากับดูแลการจัดทํางบการเงิน รายงานประจําปี และรายงานอื่นๆ ของ ธปท.ตามที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัตินี้

12. ปฏิบัติการอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

มาตรา 26 ให้นําบทบัญญัติมาตรา 18 มาตรา 19 และมาตรา 20 มาใช้บังคับแก่ประธานกรรมการในคณะกรรมการ ธปท. โดยอนุโลม

มาตรา 27 ในวาระเริ่มแรก เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดํารงตําแหน่งครบ 1 ปี 6 เดือน ให้ออกจากตําแหน่ง 3 คนโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตําแหน่งโดยการจับสลากดังกล่าวเป็นการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ

มาตรา 28 ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีดําเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 28/1 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่ง

มาตรา 28/1 ในกรณีที่จะต้องมีการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ธปท. ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่ง ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน เพื่อทําหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการดังกล่าวในคณะกรรมการ ธปท. และให้ผู้ว่าการแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประธานบอร์ด แบงก์ชาติ