เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘จักรภพ เพ็ญแข’ เลื่อนเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แทน ‘ประเสริฐ’
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘จักรภพ เพ็ญแข’ เลื่อนเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แทน ‘ประเสริฐ’
บอร์ดบัตรสวัสดิการฯ เห็นชอบ เช็กสิทธิรอบใหม่ 19.15 ล้านคน
Finance บอร์ดบัตรสวัสดิการฯ เห็นชอบ เช็กสิทธิรอบใหม่ 19.15 ล้านคน
สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดเวทีถก “โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก”
Economic สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดเวทีถก “โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก”
โตโยต้า เปิดศึกดวลความเร็ว “Toyota Gazoo Racing Thailand” ปลุกเศรษฐกิจ ‘บางแสน’ คึก
Automotive โตโยต้า เปิดศึกดวลความเร็ว “Toyota Gazoo Racing Thailand” ปลุกเศรษฐกิจ ‘บางแสน’ คึก
เสี่ยง ‘ถ่วงเศรษฐกิจ’ ระยะยาวเตือน ‘ยุโรป’ อย่านอนใจ ‘คลื่นความร้อน’
World เสี่ยง ‘ถ่วงเศรษฐกิจ’ ระยะยาวเตือน ‘ยุโรป’ อย่านอนใจ ‘คลื่นความร้อน’
สองมิ่งขวัญงามอย่างไทยสู่กรุงปารีส
ข่าวในพระราชสำนัก สองมิ่งขวัญงามอย่างไทยสู่กรุงปารีส
JAS จับมือ Monomax ปักหมุดสวนรถไฟ จัดเชียร์บอลโลกสดรอบ 8 ทีมสุดท้าย 12 ก.ค.นี้
Sport JAS จับมือ Monomax ปักหมุดสวนรถไฟ จัดเชียร์บอลโลกสดรอบ 8 ทีมสุดท้าย 12 ก.ค.นี้
พาณิชย์เช็กบิลนอมินีธุรกิจทัวร์ 33 ราย เพิกถอนใบอนุญาตแล้ว 4 ราย ลุยใช้ AI ไล่จับเครือข่าย
Economic พาณิชย์เช็กบิลนอมินีธุรกิจทัวร์ 33 ราย เพิกถอนใบอนุญาตแล้ว 4 ราย ลุยใช้ AI ไล่จับเครือข่าย
อินทรีหลับ
คุยกับเอกราช อินทรีหลับ
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,350 บาท
ดูทั้งหมด

กนง. ยันลดดอกเบี้ยไร้การเมืองกดดัน หวังลดภาระหนี้ประชาชน

16 ต.ค. 2567 | 16:24น.
นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล

กนง.แจงปรับลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 2.25% ต่อปี ยืนยันแรงกดดันการเมืองไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ชี้รับฟังข้อมูลทุกฝ่าย ไม่ฟันธงเป็นจุดเริ่มต้นวัฏจักรลดดอกเบี้ย มองเศรษฐกิจยังเติบโตตามคาดปีนี้ 2.7% และปี’68 โต 2.9% เงินเฟ้อเข้าขอบล่างปลายปี ยันไม่เข้าสู่ภาวะ “เงินฝืด” หลังเห็นราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น เผยลดดอกเบี้ยหวังลดภาระหนี้ครัวเรือน

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP) ที่ 0.25% จาก 2.50% เหลือ 2.25% ต่อปี โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้เป็นแรงกดดันจากการเมือง ซึ่ง กนง.มีการหารือกับกระทรวงการคลังต่อเนื่อง และมีการ Input ข้อมูลจากส่วนต่างเข้ามาพิจารณา

โดยการปรับอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปีครั้งนี้ ถือเป็นการปรับสมดุลการดูแลเรื่องของเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability) และการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือน ทำให้การปรับลดหนี้ครัวเรือนให้สอดคล้องกับรายได้ครัวเรือน และการต้องติดตามพัฒนาการไปข้างหน้า พบว่าจากการ Input ข้อมูลส่วนต่าง ๆ สะท้อนว่ายังมีช่องว่างในการปรับลดดอกเบี้ย

ทั้งนี้ การปรับลดดอกเบี้ย กนง.ยังคงประเมินจาก 3 ปัจจัยหลักคือ 1.การเติบโตของเศรษฐกิจ 2.อัตราเงินเฟ้อ และ 3.ภาวะการเงิน ซึ่งหากดูข้อมูลจะเห็นเศรษฐกิจขยายตัวใกล้เคียงตามการประเมิน โดยในปีนี้ขยายตัว 2.7% จากประมาณการ 2.6% และในปี 2568 ขยายตัว 2.9% จากเดิม 3.0% ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากภาคการท่องเที่ยว การบริโภคเอกชน และมีปัจจัยเสริมจากภาคการส่งออกและการใช้จ่ายภาครัฐที่ปรับตัวดีขึ้น และรวมผลจากมาตรการเงินโอนของภาครัฐ

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงมีพัฒนาการใกล้เคียงกับจีดีพี คือมีสอดคล้องกับที่ประเมินไว้ โดยเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้อยู่ที่ 0.5% และปี 2568 อยู่ที่ 1.2% โดยจะกลับเข้าสู่ขอบล่างในช่วงปลายปี โดยยังมีปัจจัยมาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง และการนำเข้าสินค้าราคาถูก อย่างไรก็ดี ความกังวลในเรื่องของอัตราเงินต่ำ เข้าสู่ “เงินฝืด” หากดูตะกร้าราคาสินค้ายังพบว่าราคาสินค้าในหลายหมวดยังปรับเพิ่มขึ้น และรายได้คนยังเป็นบวกอยู่

ดังนั้น การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ คือให้น้ำหนักในเรื่องของ “หนี้” โดยจะช่วยลดภาระหนี้ และเมื่อลดภาระหนี้ได้จะช่วยให้ความสามารถในการชำระหนี้ปรับดีขึ้น รวมถึงการคณะกรรมการได้พิจารณาดูความสมดุลในเรื่องของการก่อหนี้ใหม่ที่มีความกังวลว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งหากดูพัฒนาการความเสี่ยงไม่มีมากนัก และเป็นเรื่องที่คณะกรรมการชั่งน้ำหนัก

โดยการปรับลดดอกเบี้ยจะช่วยลดหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีปรับลดลงได้ และลดภาระหนี้มากน้อยแตกต่างกันไป แต่ต้นทุนในการปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาหนี้ครัวเรือนปรับขึ้นมาค่อนข้างเยอะและสูงกว่าต่างประเทศ ซึ่งตัวเลขในไตรมาสที่ 2/67 อยู่ที่ 89.6% ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายไม่มีความจำเป็นต้องสูงเกินไป แต่จะต้องเป็นกลาง และไม่ต่ำจนเกินไป

“การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ใช่จุดเริ่มต้นวัฏจักรลดดอกเบี้ย หรือ Easing Cycle หรือเป็นการปรับลดต่อเนื่อง แต่เป็นการปรับเพื่อรอดูผลจากการลดครั้งนี้ อย่างไรก็ดี เราก็คาดหวังว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะส่งผ่านไปยังสถาบันการเงินในอัตราใกล้เคียงกันกับในช่วงที่ผ่านมาที่มีการปรับลด คือครึ่งหนึ่ง และคาดว่าการส่งผ่านคงไม่ช้า”

นายสักกะภพกล่าวว่า สำหรับการปรับเป้าเงินเฟ้อนั้น กนง.จะมีการพูดคุยกับกระทรวงการคลังอีกที แต่ภาพหลักของอัตราเงินเฟ้อจะเป็นเรื่องของระยะยาว และความผันผวนที่อาจจะมาจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศพอสมควร ดังนั้น อัตราเงินเฟ้อจะต้องยืดหยุ่น ไม่อยู่สูงจนเกินไป และจะต้องเป็นระดับที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ