คานิว่า ตอกย้ำความสำเร็จ ยกระดับอาหารแมวและสุนัขแบรนด์ไทย สู่แบรนด์โลก
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงอย่าง คานิว่า (Kaniva) ได้สร้างการรับรู้ที่ดึงดูดคนทุกวัยผ่านกลยุทธ์ Music Marketing โดยนำเสนอเพลงติดหู “คานิว่า คานิว่า อาหารแมวโซเดียมต่ำและไม่เค็ม กลิ่นก็หอมและอร่อย…” ร่วมกับอาหารแมวเกรดพรีเมียมที่ถูกใจทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี และล่าสุดกับความสำเร็จ ครั้งใหม่ในการเดินหน้า ยกระดับอาหารสัตว์เลี้ยงแบรนด์ไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
จากแบรนด์ไทย สู่แบรนด์โลก
นายจารุวัฒน์ เลาหวิศิษฏ์ กรรมการบริหาร บริษัท เพ็ท โพรเทคท์ ฟู้ด จำกัด และ บริษัท เพ็ท โพรเทคท์ จำกัด เผยว่า ธุรกิจอาหารแมวและสุนัขคานิว่า คือหนึ่งในแบรนด์ของ บริษัท เพ็ท โพรเทคท์ ฟู้ด จำกัด ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลา 4 ปี ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ซึ่งหลายคนอาจรู้จักแบรนด์คานิว่าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย วิทยุ รวมถึงสื่อต่างๆ ของแบรนด์
ปัจจุบันคานิว่ามีการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สำหรับในประเทศ มีการวางจำหน่ายครอบคลุมร้านอาหารสัตว์ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ ทั้งช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ขณะที่ตลาดต่างประเทศส่งออกไปแล้วกว่า 15 ประเทศทั่วโลก ภายในระยะเวลา 2 ปี

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์คานิว่ามองเห็นโอกาสในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ มีด้วยกัน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. จำนวนประชากร ประชากรโลกมีมากกว่า 8,000 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทยมีเพียง 70 ล้านคน ด้วยประชากรโลกที่มีจำนวนมากกว่าไทยถึง 100 เท่า นำมาซึ่งโอกาสทางการตลาดที่มากขึ้น 2. เทรนด์ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์แทนลูก เทรนด์นี้เริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศไทยเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ในต่างประเทศมีมานานแล้ว โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกาที่ให้ความสำคัญในเรื่องอาหารและของใช้สัตว์เลี้ยงอย่างมาก ซึ่งเจ้าของพร้อมที่จะจ่ายทุกอย่างเพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีชีวิตที่ดีที่สุด และ 3. ความเชื่อมั่นในสินค้า Made in Thailand ผู้บริโภคต่างประเทศมีความเชื่อมั่นในคุณภาพของอาหารสัตว์ที่ผลิตในประเทศไทย โดยที่เมืองไทยถือเป็นหนึ่ง ในแหล่งผลิตอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก
กลยุทธ์หลักบุกตลาดต่างประเทศ
ในประเทศไทย ตลาดสัตว์เลี้ยงมีการแข่งที่ดุเดือด โดยคานิว่าเป็น 1 ในประมาณ 500 แบรนด์ แต่สำหรับตลาดต่างประเทศ คานิว่าเป็นเพียง 1 ใน 10,000 กว่าแบรนด์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า “เราตัวเล็กมากในตลาด” นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทาย ทางด้านภาษา วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
“เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การตลาด สินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ แม้กระทั่งกลยุทธ์ที่เคยประสบความสำเร็จในไทยอย่าง Music Marketing ก็อาจใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากช่องทางการรับรู้ของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน”

กลยุทธ์หลักที่คานิว่าใช้บุกตลาดต่างประเทศ มีด้วยกัน 2 ส่วน ประการแรกคือ การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) โดยใช้กลยุทธ์ Localization ที่มุ่งปรับกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับแต่ละประเทศ เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้า (Customer Pain Points) ว่าตลาดนั้นต้องการอะไร โดยพบว่า สินค้าที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยอาจไม่สามารถขายได้ดีในต่างประเทศ และในบางกรณี สินค้าที่ไม่เคยได้รับความนิยมในไทยกลับกลายเป็นสินค้าขายดีในต่างประเทศได้ เมื่อทำการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ประการที่สอง เมื่อเข้าใจข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Insight) นำมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) โดยไม่จำเป็นต้องรอนวัตกรรมจากต่างประเทศเสมอไป ด้วยความเชื่อมั่นว่าการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ที่มีคุณภาพดีและแตกต่าง จะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็น Innovation Hub สำหรับ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงได้ในอนาคต
“บริษัทเราให้ความสำคัญมากๆ กับทีม R&D และ Product Development เพราะหากผลิตภัณฑ์ไม่ดีจริง เราไม่มีวันปล่อยสู่ตลาดแน่นอน เราอยากให้สัตว์เลี้ยงใช้และบริโภคสิ่งที่ดีที่สุด เป็นที่มาว่าผลิตภัณฑ์ของเราหลายๆ ตัว ใช้เวลาพัฒนาบางที 1 ถึง 3 ปี เช่น อาหารสุนัขคานิว่า เป็นแบรนด์แรกของเมืองไทยที่มีน้ำมันมะพร้าว ช่วยลดกลิ่นตัวสุนัขอย่างเห็นได้ชัด
และอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ คือ Kaniva Wet Food Vitamin Balls อาหารแมวเปียกแบรนด์แรกของโลก ที่มีวิตามินบอล มีส่วนผสมของโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และวิตามินต่างๆ รวมอยู่ด้วย เปรียบเหมือนไข่ปลาคาเวียร์ที่คนทาน แต่นำมาอยู่ในอาหารแมว ทำให้น้องแมวกินแล้วขนสวย เงางาม สุขภาพดี ตามคอนเซ็ปต์ที่เราวางไว้ตั้งแต่แรก”

คานิว่ากับการเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง
ด้วยจำนวนประชากรผู้เลี้ยงแมวและแมวที่มีมากกว่าไทยถึง 4 เท่า ทำให้ อินโดนีเซีย กลายเป็นจุดหมายแรกที่คานิว่าเล็งเห็นโอกาสในการเปิดตัว แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด จากความท้าทายทั้งด้านวัฒนธรรม ภาษา ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมของลูกค้าที่แตกต่างกับประเทศไทย ทำให้คานิว่าต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปีครึ่งในการปรับตัว จนสามารถสร้างการยอมรับในตลาดประเทศอินโดนีเซียได้สำเร็จ
“เป้าหมายใหญ่ที่สุดของแบรนด์คานิว่า เราต้องการให้แบรนด์อาหารสัตว์สัญชาติไทย เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น โดยนอกเหนือจาก 15 ประเทศทั่วโลกที่ส่งออกไปแล้ว ในอนาคตเรามุ่งมั่นว่าจะส่งออกไปยังยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง”
ความมุ่งมั่นที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านคำบอกเล่าของกรรมการบริหาร พร้อมการเดินหน้าการันตีเป้าหมาย ด้วยการคว้ารางวัล “Brand of The Year” ที่มอบให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับสากล ในงานประกาศผลรางวัล World Branding Awards 2023-2024 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นับเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่ทำให้แบรนด์คานิว่าเป็นที่รับรู้มากยิ่งขึ้นในเวทีโลก สร้างความมั่นใจได้ว่าแบรนด์ไทย ไม่ได้ด้อยกว่าแบรนด์ต่างประเทศ และสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแน่นอน

ภายใต้การเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง ‘คานิว่า’ ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างความแตกต่าง และสร้างสีสัน ให้กับวงการสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ตามสโลแกน ‘อาหารแมวคานิว่า ถูกใจคนรู้ใจแมว’ และ ‘อาหารสุนัขคานิว่า คนว่าใช่ หมาก็ชอบ’
นอกจากแบรนด์คานิว่าแล้วยังมีแบรนด์สินค้าอื่นๆ กว่า 10 แบรนด์ภายใต้เครือบริษัท เช่น แบรนด์แคสตี้ (Kasty) ทรายแมวเต้าหู้ธรรมชาติ การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 มีหลากหลายกลิ่น หลากหลายขนาดให้ผู้บริโภคเลือก และแบรนด์คานิมอล (Kanimal) ซึ่งมีสินค้าสำหรับน้องหมาน้องแมวกว่า 700 รายการ โดยสินค้าทุกตัวและทุกแบรนด์ ที่บริษัทผลิตขึ้นมา ล้วนต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคอย่างแท้จริง