เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นครศรีฯ ‘มหานครมังคุดใต้’ กระจายผลผลิตคุณภาพ สู่ผู้บริโภค
Economic นครศรีฯ ‘มหานครมังคุดใต้’ กระจายผลผลิตคุณภาพ สู่ผู้บริโภค
คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
Finance คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
Politics เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
News เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
Columns จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
Automotive บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
Finance ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
Business มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

เลือกตั้งสหรัฐ : ยังไงต่อ หากผลเลือกตั้งเสมอ หลังจากโพลสูสีเหลือเกิน

06 พ.ย. 2567 | 06:00น.

ผลการเลือกตั้งเขตแรกออกมาแล้วเมื่อ 5 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น สำหรับดิกซ์วิลล์ นอตซ์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ หนึ่งในเขตแรก ๆ ของสหรัฐที่เปิดคูหาและเป็นที่แรกที่ประกาศผลการเลือกตั้ง ปรากฏว่าสองคู่ชิงจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตมีคะแนนเท่ากันที่คนละ 3 คะแนน 

ไม่ใช่แค่ในเขตเลือกตั้งเล็ก ๆ แห่งนี้ แต่ด้วยคะแนนโพลหลายสำนักทั่วประเทศที่สูสีกันอย่างมากที่สุดครั้งหนึ่ง จึงเกิดคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากรีพับลิกันไม่สามารถได้เสียงของคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ในจำนวนมากพอที่จะชนะได้

แม้โอกาสที่จะเกิดขึ้นมีไม่มาก แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาเสมอกันก็ยังคงเป็นไปได้ ทำให้ชาวอเมริกันซึ่งกำลังลุ้นผลนั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ภายใต้ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐนั้น ไม่ใช่คะแนนพ็อปพูลาร์โหวต หรือคะแนนรวมทั่วประเทศที่สามารถตัดสินผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้ แต่คือคณะผู้เลือกตั้งที่มีสมาชิก 538 คนต่างหากที่เป็นผู้ตัดสิน ซึ่งหากใครได้คะแนนถึง 270 เสียงก่อนจะเป็นผู้ชนะ

คณะผู้เลือกตั้งมาจากการที่ประชาชนเลือกผู้แทนหรือผู้เลือกตั้งไปรวมอยู่ในคณะผู้เลือกตั้ง ซึ่งคณะผู้เลือกตั้งนี้จะเป็นผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีอีกทีหนึ่ง ตามระบอบการเมืองของสหรัฐที่การเลือกตั้งผู้นำเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม

ระบอบการเมืองการปกครองของสหรัฐจึงแตกต่างจากฟิลิปปินส์ เพื่อนบ้านของไทยที่การเลือกตั้งทุกตำแหน่งรวมถึงประธานาธิบดี (One Man One Vote) มาจากการเลือกตั้งทางตรงจากประชาชน

แต่ละรัฐจะมีผู้เลือกตั้งเท่ากับจำนวนตัวแทนของตนในรัฐสภา และทุกรัฐ (ยกเว้นเนแบรสกาและรัฐเมน) มอบคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมดของรัฐให้ผู้สมัครที่มีคะแนนพ็อปพูลาร์โหวตสูงสุดในรัฐ หรือใช้กฎ Winner Takes All หรือระบบผู้ชนะกินรวบ

รัฐธรรมนูญสหรัฐระบุว่า หากทรัมป์และแฮร์ริสไม่สามารถทำคะแนนเสียงถึงกึ่งหนึ่งคือ 270 เสียงแล้ว เช่น เสมอได้ 269 ต่อ 269 ขั้นตอนถัดไปเป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะตัดสินใจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่จะเลือกประธานาธิบดีในเดือนมกราคมปีถัดไป ในขณะที่วุฒิสภา (สว.) จะกำหนดรองประธานาธิบดีคนต่อไป

สถานการณ์ที่เป็นไปได้ที่อาจทำให้ทั้งสองมีคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งเท่ากัน 269 ต่อ 269 เสียง ยกตัวอย่าง หากแฮร์ริสจากพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในรัฐวิสคอนซิน มิชิแกน และเพนซิลเวเนีย ขณะที่ทรัมป์คว้าชัยชนะในรัฐจอร์เจีย แอริโซนา เนวาดา และนอร์ทแคโรไลนา รวมถึงเขตเลือกตั้งของฝ่ายซ้ายอีกเขตหนึ่งในเนแบรสกา

การเสมอกันจะบังคับให้มีการเลือกตั้งที่เรียกว่าการเลือกตั้งแบบฉุกเฉินในรัฐสภา ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์อเมริกันยุคใหม่

ครั้งสุดท้ายที่ผลคะแนนเสมอกันทำให้รัฐสภาต้องเลือกประธานาธิบดี ย้อนไปในการเลือกตั้งในปี 1800 หรือเมื่อกว่า 200 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้โทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ต้องแข่งขันกับจอห์น อดัมส์ (John Adams) ประธานาธิบดีในขณะนั้น ซึ่งในครั้งนั้น สส.แบ่งแยกกันอย่างมากจนกระทั่งในที่สุดสามารถตกลงกันได้โดยเลือกเจฟเฟอร์สันเป็นประธานาธิบดีคนที่ 36

และในครั้งนี้ หากจำเป็นต้องลงคะแนนเสียงในสภาผู้แทนราษฎร การลงคะแนนเสียงดังกล่าวจะเกิดขึ้นในวันที่ 6 มกราคม 2025

ตามข้อมูลของสำนักงานวิจัยของรัฐสภาสหรัฐ หรือ Congressional Research Service (CRS) การโหวตจะเป็น 1 รัฐ 1 เสียง กล่าวคือแต่ละรัฐไม่ว่าจะมีประชากรเท่าใดก็ตาม จะมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเพียงเสียงเดียวในการเลือกตั้งฉุกเฉินนี้

ยกตัวอย่าง รัฐไวโอมิง ซึ่งสนับสนุนผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันและมีประชากรเพียง 500,000 คน จะมี 1 เสียงเท่ากับรัฐแคลิฟอร์เนียที่สนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ซึ่งมีประชากร 39 ล้านคน

รัฐที่มีผู้แทน 2 คนขึ้นไปจะต้องลงคะแนนเสียงภายในรัฐนั้น เพื่อตัดสินใจว่าจะสนับสนุนผู้สมัครคนใด ซึ่งผู้สมัครจะต้องได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่จาก 50 รัฐ หรือ 26 คะแนน ซึ่งในปัจจุบันพรรครีพับลิกันน่าจะได้เปรียบ เพราะมีที่นั่ง สส.ทั้ง 50 รัฐมากกว่าเดโมแครต ทำให้ทรัมป์มีโอกาสเป็นประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐมากกว่าแฮร์ริสนั่นเอง

โพลสำรวจก่อนการเลือกตั้งในสะวิงสเตต HarrisX/Forbes ระบุว่าแฮร์ริสมีคะแนนนำทรัมป์อยู่ที่ 49%-48% ในการสำรวจวันที่ 30 ตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายน และในการสำรวจทั่วประเทศของ Ipsos เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน หนึ่งวันก่อนเลือกตั้ง แฮร์ริสยังนำอยู่ 50%-48% อีกด้วย โดยทั้งสองโพลมีค่าความคลาดเคลื่อนเพียง 1 จุด

อ้างอิง

• RTE

• CNN