เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

นายก​ฯ การันตีนักลงทุน รัฐบาลครบเทอม ไทยพร้อมปรับตัวตามเศรษฐกิจโลก

21 พ.ย. 2567 | 16:52น.

นายก​ฯ ​คุยผู้บริหารฟอร์บส์ มุ่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน​ ย้ำรัฐบาล​อยู่ครบเทอม เชื่อเงินหมื่นเฟส 2 เศรษฐกิจ​สะพัด เชื่อไทยพร้อมปรับตัว-ไร้ปัญหาแม้สหรัฐเปลี่ยนผู้นำ เผยบนเวทีโลก​ถูกถามถี่​ พ่อ-อา เป็นอย่างไรบ้าง

น.ส.แพทองธาร​ ชิน​วัตร​ นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมกิจกรรมการสนทนาแบบ one-on-one กับ Molra Forbes​ ผู้บริหารบริษัทฟอร์บส์ ในกิจกรรมของ Forbes Global CEO Conference โดยระบุว่า​ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนมีโอกาสได้เล่าเรื่องวิสัยทัศน์​ในปี​ 2568 (ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ประเทศไทย : โอกาส, ความหวัง, ความจริง งานสัมมนา PRACHACHAT THAILAND 2025) ที่ต้องสร้างความเชื่อใจ และเชื่อมั่นเพื่อดึงดูดนักทุน เนื่องจากนับได้ว่าเป็นระยะเวลาทศวรรษที่ประเทศไทยไม่ได้เติบโตอย่างที่ควร​ จึงควรมีแหล่งลงทุนและแหล่งรายได้ใหม่ และที่ผ่านมา​ ​นายเศรษฐา​ ทวี​สิน​ นายก​รัฐมนตรี​ ได้มีการวางแผนเชิญนักลงทุนมายังประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี​ยังเล่าถึงเดือนแรกที่เป็นนายกรัฐมนตรี​ มีนักลงทุนบางรายยังตั้งคำถาม ว่าสามารถลงทุนในไทยได้หรือไม่ และนโยบายยังคงเดิมอยู่หรือไม่​ ตนก็พยายามอธิบายว่า ตนและนายเศรษฐา​มีความใกล้ชิดกัน​และนโยบายก็มาจากพรรคเดิม ก็จะดำเนินการนโยบายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนแรกออกไปบอกกับผู้นำ CEO ทั่วโลก ขอให้ทุกคนเข้ามาลงทุนทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี​ และพอมีโอกาสในการที่จะได้เข้าร่วมการประชุมที่สำคัญ​ ไปคุยกับพวกเขาตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะได้ลงทุนกับไทย​ และตนเองก็เคยเป็นภาคเอกชนมาก่อน ทำธุรกิจโรงแรม จึงเข้าใจความต้องการต่าง ๆ ของเอกชน

ซึ่งรัฐบาลมีโอกาสที่จะได้คุยกับ CEO ที่สนใจในการลงทุน รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่ในการลงทุน ก็เข้าใจว่าไทยนั้นมีเอกสารมากมายหลาย ๆ ขั้นตอน​ อาจจะทำให้ภาคเอกชนปวดหัว​ ซึ่งไทยมีหน่วยงานด้านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน​ หรือ​ BOI สนับสนุนการลงทุน​

นายก​รัฐมนตรี​กล่าวว่า นักลงทุนในประเทศไทย​หากสามารถมีการฝึกอบรมให้เข้าใจภาษาไทยได้​ รวมไปถึงการเรียนรู้​เกี่ยวกับธุรกิจของ AI และเทคโนโลยี ก็ถือเป็นเรื่องแรกที่ตนร้องขอ​ในการที่จะทำธุรกิจในประเทศไทย​ และ​ขั้นตอนต่อไปตนก็พยายามที่จะปรับปรุงเรื่องการศึกษาในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น​เท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมามีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ล่าช้า รัฐบาลจึงเห็นถึงความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมายบางฉบับ เพื่อการเปลี่ยนผ่านในการทำธุรกิจ

เมื่อถามถึงลำดับความสำคัญในเยือนเปรู​ ช่วงหนึ่งมีการพูดถึงเสถียรภาพของรัฐบาล เพื่อดึงดูดนักลงทุน นายกรัฐมนตรี​กล่าวว่าการสร้างเสถียรภาพ​เพื่อดึงดูดนักลงทุน​ ตนเข้าใจว่า​ความเติบโต ความง่ายในการทำธุรกิจ​ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

ขณะที่ซอฟต์​พาวเวอร์​จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนได้เป็นอย่างมาก ประเทศไทยมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่ยาวนาน ซึ่งต่างชาติอยากเรียนรู้วัฒนธรรม ซึ่งต้องมีการเชื่อมโยงแต่ละเทศกาลเข้าด้วยการเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้อยู่นานมากขึ้น​

นายกรัฐมนตรี​ยังระบุถึง​เสถียรภาพของรัฐบาล​ ทุกอย่างก็จะมีเสถียรภาพมากขึ้น​ น่าจะต้องสร้างความมั่นใจทั้งในและนอกประเทศก่อน และทำให้คนไทยเชื่อมั่นในตัวเอง​ ว่ารัฐบาลสนับสนุนจริง ๆ ในการทำธุรกิจใหม่จริง ๆ​ เพราะส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นธุรกิจของประเทศไทย เป็น SMEs จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขร่างกฎหมายเพื่อให้ง่ายขึ้นสำหรับคนไทย

นายกรัฐมนตรียังเล่าถึงประสบการณ์บนเวทีการประชุมผู้นำเอเปค​ ว่าตนเป็นผู้นำที่เป็นผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุด​ มีตนและประธานาธิบดีของเปรู โดยตนพยายามสร้างความเชื่อมั่น ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ในประเทศไทย​ ซึ่งรัฐบาลก็พยายามทำหลายอย่างไปพร้อมกัน เพื่อที่จะแก้ไข ตั้งแต่นโยบายการพักหนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นระยะเวลา 3 ปี รวมถึงในการออกมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุน ซึ่งก่อนหน้านี้แม้ว่าจะมีมาตรการออกมา​ แต่ก็ยังช่วยเหลือได้ไม่เต็มที่ ​

โดยรัฐบาลมีเงินจำนวน 10 ล้านบาทในการออกนโยบายช่วยเหลือประชาชน ในเรื่องโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะนำเงิน 10,000 บาทไปช่วยเหลือคนเหล่านี้​ เนื่องจากจะนำเงินไปใช้ทันทีมากกว่าเก็บ ขณะเดียวกัน ก็มีแผนจะแจกเงินอีก 10,000 บาทให้กับคนกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นการจัดลำดับความสำคัญ เพราะต้องการให้เงินนั้นเกิดการสะพัดในระบบเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี​กล่าวอีกว่า​ สิ่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นจุดเด่นของประเทศไทย คือที่ตั้ง ​เนื่องจากอยู่ตรงกลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยมีการเกษตรที่เข้มแข็ง เวลาคุยก็จะพูดถึงความมั่นคงทางอาหาร​ ซึ่งนักลงทุนจากต่างประเทศต่างพากันตื่นเต้น และขณะเดียวกัน​ ตนได้จัดตั้งนโยบายและจัดเตรียมคนที่ทำงานให้กับรัฐบาล รวมถึงข้าราชการก็มีความพร้อมในการทำงานเชื่อมโยงกับประเทศอื่น จึงเป็นจังหวะที่ดีมากในการมาลงทุนในประเทศไทย

เมื่อถามถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย นายกรัฐมนตรี​กล่าวว่า​ บนเวทีการประชุมต่าง ๆ คำถามที่เจอบ่อยคือพ่อเป็นอย่างไรบ้าง ตนพยายามตอบในมุมธุรกิจ​ แต่คำถามแรกที่ทุกคนถามคือคุณพ่อเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนคำถามที่สองก็คือ​อาล่ะเป็นอย่างไรบ้าง​ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากห้องประชุม

นายกรัฐมนตรียังพูดถึงบทบาทของไทยและสหรัฐอเมริกาว่า​ ตอนที่ตนได้พูดคุยกับตัวแทนของสหรัฐอเมริกาและจีน​ รวมไปถึงประเทศอื่น ๆ ได้มีการนำเสนอตัวเองในฐานะว่าเป็นทูตของสันติภาพและความมั่งคั่ง นี่คือหลักการของประเทศไทย​ คือความสงบ​ สันติ และความมั่งคั่ง

แต่หากมองถึงประธานาธิบดีทรัมป์ มุมมองทางเศรษฐกิจนั้นเปลี่ยน ในภาพของการส่งออก ซึ่งเราจะต้องมีนโยบายที่สนับสนุน โดยพยายามทำให้คนไทยเข้าใจวิธีการ ซึ่งทรัมป์ไม่ได้เป็นปัญหากับเรา​ เนื่องจากเราส่งออก GDP 10% ไปยังสหรัฐอเมริกา และตนก็พร้อมจะเปิดตลาด​ พร้อมปรับ​นโยบาย ซึ่งตนก็ทราบดีว่าทุกคนมีความกังวล รัฐบาลมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี

นายกรัฐมนตรี​กล่าวอีกว่า​ ประเทศไทยมีความพร้อมกับการลงทุน​ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักธุรกิจในอนาคต ทั้ง Data Center และ Semi Connector และต้องประกาศกับโลกว่า​เราพร้อมแล้ว​ ตอนนี้เรานิ่งแล้ว​ สงบสุขแล้ว และเชื่อว่าทุกคนต้องการเห็นความก้าวหน้าในระยะยาว​ และในอีก 5 ปีข้างหน้าผู้คน​ก็จะหนีจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้

โดยรัฐบาลมีการวางแผนไว้ 10 ปี​ ว่าเราต้องสร้างรากฐานก่อน ไม่ว่ารัฐบาลเปลี่ยน​ นายกฯเปลี่ยน​ อยากให้นโยบายจะต้องยึดมั่นกับประชาชน และประโยชน์เหล่านี้​จะต้องอยู่กับประชาชนให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ อย่างนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค 20 ปีที่แล้วปัจจุบันก็ยังมีนโยบายนี้อยู่ ตนไม่อยากให้ประโยชน์หมดไปอยู่ที่รัฐบาล​ หมดชุดหนึ่งก็จบ​ ไม่ได้​ ตนอยากจะสร้างรากฐานเข้าไปให้รากยาว แบบนโยบายที่ได้สร้างขึ้น​ ก็อยากจะให้อยู่ยาวตลอดไป​ และตนมั่นใจว่าจะเห็นได้อย่างแน่นอน