เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกนิติ’ เปิดใจรับบทเดอะแบก มั่นใจคนไทยร่วมมือหวนผงาดเวทีโลกได้
Finance ‘เอกนิติ’ เปิดใจรับบทเดอะแบก มั่นใจคนไทยร่วมมือหวนผงาดเวทีโลกได้
The Mall งามวงศ์วาน – บางกะปิ วันที่ 26 ก.ย. เปิดเที่ยง
Business The Mall งามวงศ์วาน – บางกะปิ วันที่ 26 ก.ย. เปิดเที่ยง
เอกนิติ ยันไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ไม่ใช่ประชานิยม ย้ำยึดวินัยการคลัง
Finance เอกนิติ ยันไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ไม่ใช่ประชานิยม ย้ำยึดวินัยการคลัง
‘ชัชชาติ’ ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต
Politics ‘ชัชชาติ’ ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต
Rain Bomb ดันน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ชป.หน่วงน้ำเต็มที่ คาดฝนเบาลง 27 ก.ย.
Economic Rain Bomb ดันน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ชป.หน่วงน้ำเต็มที่ คาดฝนเบาลง 27 ก.ย.
การค้าชายแดน-ผ่านแดน พุ่ง 34.2% 8 เดือนทะลุ 1.5 ล้านล้าน
Economic การค้าชายแดน-ผ่านแดน พุ่ง 34.2% 8 เดือนทะลุ 1.5 ล้านล้าน
กทม.เปิดเว็บ เช็คถนนน้ำท่วม แบบเรียลไทม์
Tech กทม.เปิดเว็บ เช็คถนนน้ำท่วม แบบเรียลไทม์
ศุภจี สั่งรับมือฝนหนัก คุมของไม่ขาด-ราคาไม่พุ่ง เร่งส่งสินค้าช่วยพื้นที่น้ำท่วม
Economic ศุภจี สั่งรับมือฝนหนัก คุมของไม่ขาด-ราคาไม่พุ่ง เร่งส่งสินค้าช่วยพื้นที่น้ำท่วม
แฟชั่นไอส์แลนด์-เดอะ พรอมานาด ปิดชั่วคราว 26 ก.ย.
Business แฟชั่นไอส์แลนด์-เดอะ พรอมานาด ปิดชั่วคราว 26 ก.ย.
ปฏิรูปประเทศใหม่ทั้งหมด คิกออฟจ่าย 7 พันล้าน-ดันข้าราชการออก
Politics ปฏิรูปประเทศใหม่ทั้งหมด คิกออฟจ่าย 7 พันล้าน-ดันข้าราชการออก
ดูทั้งหมด

เปิดผลสำรวจความยั่งยืนของธุรกิจไทย ปี’67

09 ธ.ค. 2567 | 16:00น.
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : พิพัฒน์ ยอดพฤติการ

นับจากที่สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะผู้บุกเบิกการพัฒนาฐานข้อมูลความยั่งยืนของธุรกิจ ได้ริเริ่มสำรวจข้อมูลสถานภาพความยั่งยืนของกิจการในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2561 ขณะนั้นมีประชากรในกลุ่มสำรวจจำนวน 100 ราย และได้ทยอยเพิ่มกิจการที่ทำการสำรวจเรื่อยมาเป็นลำดับ จนในปีปัจจุบัน มีกิจการที่ได้ทำการสำรวจ อยู่จำนวน 930 ราย

วัตถุประสงค์ของการสำรวจนี้ เป็นไปเพื่อต้องการประมวลพัฒนาการด้านความยั่งยืนของธุรกิจไทย สะท้อนผ่านผลสำรวจของกลุ่มกิจการที่ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนทั้งในมุมมองที่สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานสากล (GRI) การคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในบริบทของกิจการ

ผลสำรวจปี’67 ครอบคลุม 930 กิจการ

ในปี 2567 สถาบันไทยพัฒน์ ได้ทำการสำรวจข้อมูลความยั่งยืนจากบริษัทจดทะเบียน 838 แห่ง กองทุนและกิจการอื่น ๆ อีก 92 ราย รวมทั้งสิ้น 930 ราย (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่ทำการสำรวจ 904 ราย) พบว่า การเปิดเผยข้อมูลซึ่งมีสัดส่วนมากสุดอยู่ที่ด้านสังคม 52.68% ด้านสิ่งแวดล้อม 28.70% และด้านเศรษฐกิจ 18.62% ตามลำดับ

หากวิเคราะห์ข้อมูลกิจการที่สำรวจ จำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า กิจการที่ได้คะแนนการดำเนินงาน ESG รวมสูงสุดในสามอันดับแรก ได้แก่ กิจการในกลุ่มธุรกิจการเงิน (4.98 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10) รองลงมาเป็นกิจการในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (4.83 คะแนน) และกิจการในกลุ่มเทคโนโลยี (4.73 คะแนน) ตามลำดับ

สำหรับประเด็นความยั่งยืนที่มีการเปิดเผยสูงสุดในสามอันดับแรก ได้แก่ การต้านทุจริต 83.33% อาชีวอนามัยและความปลอดภัย 73.33% และการจ้างงาน 71.29% ส่วนการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ภาคธุรกิจมีการเปิดเผยสูงสุดในสามอันดับแรก

ได้แก่ เป้าหมายที่ 5 ความเท่าเทียมทางเพศ เป้าหมายที่ 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ตามลำดับ

ไฮไลต์ผลสำรวจความยั่งยืนที่น่าสนใจ

ในการประเมินสถานภาพการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของกิจการที่ทำการสำรวจทั้งหมด 930 ราย พบว่า ในปี 2567 มีคะแนนรวมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 4.13 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วและปีก่อนหน้าที่มีคะแนนรวมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3.53 คะแนน (ปี 2566 จากการสำรวจ 904 ราย) และ 2.46 คะแนน (ปี 2565 จากการสำรวจ 854 ราย)

เมื่อพิจารณาผลสำรวจโดยใช้ประเด็นความยั่งยืนตามมาตรฐาน GRI พบว่ากิจการกว่าครึ่ง (52.15%) มีการเปิดเผยข้อมูลในประเด็นมลอากาศ (Emissions) แต่มีเพียง 7.63% ที่มีการรายงานเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)

และพบว่า ยังมีไม่ถึง 10% ที่เปิดเผยข้อมูลการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของผู้ส่งมอบ (Supplier Environmental / Social Assessment)

สำหรับการประเมินสาระสำคัญ (Materiality Assessment) เพื่อระบุประเด็นความยั่งยืนสำหรับการดำเนินงานและการรายงานของกิจการ พบว่า 61% ของกิจการที่ถูกสำรวจ ยังไม่มีการประเมินสาระสำคัญ ส่วนกิจการที่มีการประเมินสาระสำคัญมีจำนวน 37% และมีเพียง 2% ที่มีการประเมินสาระสำคัญสองนัย (Double Materiality Assessment)

โดยในจำนวน 2% ที่มีการประเมินสาระสำคัญสองนัย พบว่า มีกิจการถึง 4 ใน 5 แห่ง ที่ยังมีการประเมินสาระสำคัญสองนัย ไม่สอดคล้องตามหลักการที่ควรจะเป็น

สาระสำคัญสองนัย (Double Materiality) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ทวิสารัตถภาพ” เป็นการระบุประเด็นสาระสำคัญตามนัยทางการเงิน (Financial) อันเกิดจากปัจจัยความยั่งยืนที่มีต่อการสร้างคุณค่ากิจการ และประเด็นสาระสำคัญตามนัยของผลกระทบ (Impact) อันเกิดจากการประกอบการที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

สำหรับเป็นข้อมูลให้กิจการนำไปใช้ดำเนินการเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน ซึ่งได้กลายเป็นหลักการที่ถูกบรรจุอยู่ในมาตรฐานระหว่างประเทศ อาทิ มาตรฐาน ESRS (European Sustainability Reporting Standards) ที่กำหนดให้กิจการซึ่งอยู่ในข่ายต้องดำเนินการตามหลักการดังกล่าว

โดยหลักการสำคัญ 2 ประการของทวิสารัตถภาพ ได้แก่ ประการแรก การประเมินประเด็นที่เป็นสาระสำคัญตามนัยทางการเงินและตามนัยของผลกระทบ ควรได้รับการพิจารณาให้ลำดับความสำคัญตามเกณฑ์ที่ขึ้นกับนัยนั้น ๆ แยกต่างหากจากกัน (ไม่ใช้เกณฑ์ร่วม)

และประการที่สอง ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญมาจากการรวมประเด็น (Union) ที่ได้จากการประเมินว่าสำคัญในแต่ละนัย มิได้มาจากการคัดเฉพาะประเด็นสำคัญที่ตรงกัน (Intersection) ในทั้งสองนัย