Skip to content

ราคาโกโก้พุ่งนิวไฮ ผู้บริโภคเตรียมเจอช็อกโกแลต-ขนมขึ้นราคา

17 ธ.ค. 2567 | 20:26น.
ราคาโกโก้พุ่งนิวไฮ ผู้บริโภคเตรียมเจอช็อกโกแลต-ขนมขึ้นราคา

ราคาโกโก้พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งที่ 11,925 ดอลลาร์ หรือประมาณ 406,535 บาทต่อตัน มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตช็อกโกแลตและผู้บริโภครุนแรงขึ้นไปอีก  

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2024 ว่าราคาสัญญาซื้อขายโกโก้ล่วงหน้า (Cocoa Futures) ในตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้านิวยอร์กสูงขึ้นจนทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากตลาดกำลังเผชิญกับความกังวลในด้านอุปทานหรือความต้องการซื้อสินค้าที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสที่ต้นทุนโกโก้ซึ่งสูงและส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตช็อกโกแลตและผู้บริโภคอยู่แล้ว จะยิ่งสูงและส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นไปอีก 

ราคาซื้อขายโกโก้ล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้น 5.5% สู่ราคา 11,925 ดอลลาร์ต่อตัน (ประมาณ 406,535 บาท) เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม ทำลายสถิติสูงสุดก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ 11,722 ดอลลาร์ต่อตัน (ประมาณ 399,696 บาท) เมื่อเดือนเมษายน 2024 

ในปีนี้ราคาโกโก้ที่เพิ่มสูงขึ้นแล้วเกือบสามเท่า ส่งผลให้ผู้ผลิตขนมที่ใช้โกโก้เป็นวัตถุดิบหลัก อย่างเช่น เฮอร์ชีส์ (Heyshey Co.) บริษัทช็อกโกแลตรายใหญ่ที่สุดในโลก จำเป็นต้องขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ของบริษัท  

ราคาโกโก้ที่พุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2024 เป็นผลมาจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตโกโก้ได้น้อยลงในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตโกโก้มากอันดับต้น ๆ ของโลก ส่งผลให้ทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะอุปทานโกโก้ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้เป็นครั้งที่สามติดต่อกัน หลังจากที่ราคาลงไปแล้วระยะหนึ่ง ราคาโกโก้ก็กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยส่งผลกระทบให้ผลผลิตโกโก้ลดลง ทำให้มีโอกาสน้อยที่จะฟื้นการเก็บสต๊อกโกโก้ทั่วโลกกลับมาได้ 

แม้ว่าการเก็บเกี่ยวโกโก้ครอปหลักในฤดูกาลผลิตนี้จะได้ผลผลิตค่อนข้างดี แต่แนวโน้มของการเก็บเกี่ยวครอปกลางที่มีขนาดเล็ก ซึ่งโดยปกติจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนเมษายนกลับแย่ลงเรื่อย ๆ เนื่องจากฝนตกหนักอย่างรุนแรงจนทำให้น้ำท่วมไร่โกโก้ นอกจากนี้ ยังมีลมประจำฤดูกาลฮาร์มัตตัน (Harmattan) ปรากฏการณ์ธรรมชาติของทวีปแอฟริกาที่เกิดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงช่วงกลางเดือนมีนาคม ซึ่งทำให้ดินแห้งและทำให้เกิดสภาวะพืชเครียด เป็นอีกปัจจัยลบที่ทำให้สถานการณ์การเก็บเกี่ยวผลผลิตโกโก้แย่ลง

นิคโก เดเบนแฮม (Nicko Debenham) ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนซึ่งเชี่ยวชาญด้านโกโก้กล่าวว่า ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสถานการณ์ราคาโกโก้พุ่งสูงขึ้น คือ อิทธิพลของสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตโกโก้ครอปกลางในประเทศไอวอรีโคสต์และประเทศกานา รวมไปถึงลมพายุฮาร์มัตตันที่ทำให้เกิดความเสียหายมากยิ่งขึ้นอีก ดังนั้น จึงมีการคาดการณ์ว่าตลาดโกโก้ในฤดูกาลปัจจุบันนี้จะสิ้นสุดปีด้วยการเกิดภาวะอุปทานไม่เพียงพอ ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะมีอุปทานมากกว่าความต้องการใช้

ราโบแบงก์ (Rabobank) ธนาคารเพื่อการเกษตรของประเทศเนเธอร์แลนด์กล่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ราคาโกโก้มีแนวโน้มจะลดลงในปี 2025 อันเป็นผลมาจากการที่ราคาโกโก้ปรับตัวขึ้นสูงมากในปีนี้ กระตุ้นให้มีการผลิตมากขึ้น บวกกับมีการจำกัดการบริโภค 

ราคาโกโก้ที่ปรับตัวสูงขึ้นครั้งล่าสุดนี้ ยังผลักดันให้ดัชนีความแข็งแกร่ง (Relative Strength Index : RSI) ในช่วงระยะเวลา 14 วันของตลาดโกโก้ขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 70 ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่าราคาสูงขึ้นมากเกินไป เร็วเกินไป และจำเป็นที่จะต้องมีการปรับฐาน 

ราคาช็อกโกแลตที่สูงขึ้นในปีนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค และทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งลดการบริโภคช็อกโกแลตแล้ว อย่างไรก็ตาม รายงานของบลูมเบิร์กนิวเอเนอร์จีไฟแนนซ์ (Bloomberg New Energy Finance : BloombergNEF) ระบุว่า ความต้องการซื้อช็อกโกแลตทั่วโลกจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยคาดว่าโกโก้จะอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดนับจากนี้ไปจนถึงปี 2050 เพราะผู้คนในหลาย ๆ ภูมิภาคทั่วโลกมีฐานะการเงินดีขึ้น และคนที่มีฐานะดีขึ้นก็ต้องการลิ้มรสความอร่อยของช็อกโกแลต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ช็อกโกแลต โกโก้