จีนคงดอกเบี้ย MLF 2% ไว้เท่าเดิม ซ้ำลดขนาดเงินอัดฉีดเข้าระบบ 1.15 ล้านล้านหยวน โดยถอนเงินสดออกจากระบบเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ผ่าน MLF 300,000 ล้านหยวน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ธนาคารประชาชนจีน (People’s Bank of China) หรือ PBOC คงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม และระบายเงินออกจากระบบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2014 ผ่านเงินกู้นโยบายระยะ 1 ปี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐที่อาจยกระดับขึ้นในปี 2025
PBOC คงอัตราดอกเบี้ย Medium-Term Lending Facility (MLF) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยระยะกลางที่ PBOC ปล่อยกู้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่ต้องการสภาพคล่องจากธนาคารกลางไว้ 2% โดย PBOC ยังถอนเงินมูลค่าสุทธิ 1.15 ล้านล้านหยวน (ราว 5.39 ล้านล้านบาท) ออกจากระบบการเงิน ซึ่งมากสุดนับตั้งแต่ปี 2014
เมื่อต้นเดือนธันวาคม คณะโปลิตบูโรพรรคคอมมิวนิสต์จีนรับปากว่าจะ ‘ผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างเหมาะสม’ ซึ่งถือเป็นการปรับสู่นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายครั้งแรกในรอบ 14 ปี หลังมีการปรับใช้นโยบายการเงินแบบรอบคอบมาตั้งแต่ปี 2010 เนื่องจากวิกฤตซับไพรม์ ทั้งยังส่งสัญญาณว่าจะดำเนินนโยบายการคลัง ‘เชิงรุกมากขึ้น’
อย่างไรก็ตาม คณะโปลิตบูโรยังไม่ประกาศมาตรการกระตุ้นอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนว่าจีนยังทนรอไว้ก่อน จนกว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐจะประกาศขึ้นกำแพงภาษีตามที่เคยข่มขู่ไว้
หมิง หมิง (Ming Ming) หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจที่ ซิติก ซีเคียวริตี้ส์ (CITIC Securities) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ถูกคงไว้ตามเดิมอย่างที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งในปี 2025 คาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ย MLF ลงประมาณ 40-50 เบซิส พอยต์ นอกจากนี้ การถอนสภาพคล่องครั้งล่าสุดนี้ยังเพิ่มโอกาสที่ PBOC จะลดอัตราส่วนเงินสำรองขั้นต่ำ (Required Reserve Ratio : RRR) ของธนาคารพาณิชย์ลงภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย
PBOC คอยลดบทบาทของ MLF ในฐานะอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนไปใช้อัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 7 วัน หรือ Reverse Repo ระยะ 7 วันแทน ซึ่งยังคงมีอัตราเท่าเดิม หลังมีการปรับลด 20 เบซิส พอยต์ในปลายเดือนกันยายน
วันที่ 25 ธันวาคม 2024 PBOC ออกเงินกู้นโยบายระยะ 1 ปี (MLF) มูลค่า 300,000 ล้านหยวน (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) นับเป็นการถอนเงินสดออกจากระบบเดือนที่ 5 ติดต่อกันของ PBOC ขณะที่ MLF มูลค่า 1.45 ล้านล้านหยวน (ราว 6.78 ล้านล้านบาท) กำลังจะครบกำหนดชำระในเดือนธันวาคมนี้
PBOC อาจใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นชดเชยเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน PBOC ซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (ทำ Reverse Repo) มูลค่า 1 ล้านล้านหยวน (ราว 4.67 ล้านล้านบาท)
ตลาดคาดว่าจีนจะลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมากในปี 2025 ส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลมีผลตอบแทนต่ำสุดในรอบเดือน