เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน รับปีใหม่

31 ธ.ค. 2567 | 08:36น.

คอลัมน์ : SD Talk 
ผู้เขียน : ดร.สง่า ดามาพงษ์
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ

ในรอบ 1 ปี ท่านกินผักผลไม้พอไหม กินหวาน มัน เค็มเยอะเกินไปหรือไม่ แต่ละมื้อได้กินอาหารครบ 5 หมู่หรือเปล่า มีความตระหนักรู้ในการกินอาหารแต่ละมื้อแต่ละคำหรือไม่ กินอาหารตามใจปากที่อยากจะกิน เพราะความอร่อยใช่หรือไม่ กินอาหารนอกบ้านบ่อยแค่ไหน

ขอให้ท่านลองย้อนถามตัวเอง แล้วหาคำตอบที่เป็นจริง อย่าเข้าข้างตัวเอง เพราะคำตอบจะเป็นตัวชี้วัดพฤติกรรมการกินของท่าน

ถ้าคำตอบเป็นเชิงบวกจะสะท้อนถึง “สุขภาวะที่ดี” ของท่านในอนาคต ตรงกันข้าม หากออกมาเป็นทางลบ ท่านต้องถามตัวเองแล้วล่ะว่า ในปี 2568 จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองได้อย่างไร หรือไม่ ?

ผลสำรวจพฤติกรรมการกินอาหารของคนไทย ระบุว่า คนไทยมากกว่าร้อยละ 80 กินผักผลไม้ไม่เพียงพอ ในหนึ่งวันควรกิน 400 กรัมต่อคน แต่คนไทยกินเพียง 267 กรัม คนไทยกินเกลือเกินวันละ 2-3 ช้อนชา ซึ่งควรกินแค่วันละ 1 ช้อนชา ทำให้ได้รับโซเดียมสูงถึง 3,200 มิลลิกรัม/วัน ปกติร่างกายต้องการโซเดียมเพียงวันละไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม

ใจหายมาก เมื่อรู้ว่า “คนไทยกินหวานมากที่สุดในอาเซียน” มากกว่าเวียดนาม 7.7 เท่า มากกว่ามาเลเซีย 2.4 เท่า มากกว่าฟิลิปปินส์ 1.3 เท่า

ความเป็นจริง ในหนึ่งวันเราควรกินน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา แต่คนไทยซัดไปคนละ 25 ช้อนชา

แม้ว่าคนไทยจะกินไขมันไม่เกินที่กำหนด แต่ก็มีแนวโน้มจะกินมากขึ้นเรื่อย ๆ และที่น่าตกใจคือ คนไทยเกินครึ่ง ไม่ได้ปรุงอาหารกินเองที่บ้าน แต่อาศัยการกินนอกบ้าน

ผลจากการกินไม่เป็นบวกกับการขาดออกกำลังกาย ความเครียดรุมเร้า กลายเป็นต้นเหตุทำให้คนไทยเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากเป็นลำดับแรกของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด

คนไทย 100 คนที่เสียชีวิต จะมีจำนวนถึง 81 คนที่เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือตกชั่วโมงละ 38 คน

ลองสำรวจตัวเองว่า ท่านอยู่ในกลุ่มคนไทยเหล่านี้หรือไม่ ถ้าอยู่ก็แสดงว่า ท่านอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในหลอดเลือด โรคอ้วน และมะเร็ง

ต้องถามตัวเองต่อไปว่า ในปี 2568 ท่านจะตระหนักและยอมรับหรือไม่ว่า “ท่านกินไม่เป็น” แล้วจะเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตการกินการอยู่หรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงดังที่กล่าวมา

คนส่วนมาก มักจะรู้และเข้าใจ การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ คือความหายนะทางสุขภาพของชีวิต แต่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนจนเป็นความชินชาที่สะสม โดยมีข้อแก้ตัวและข้ออ้างสารพัดเหตุผล

กระทั่งเกิดปัญหาสุขภาพตามมา พอเจ็บป่วยก็ไปหาหมอ กินยา เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หมดเงินหมดทอง เสียเวลาทำมาหากิน ทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

เวลานี้แหละที่ท่านคิดได้ จนบางครั้งมันก็สายเกินไป เข้าทำนอง “โลงไม่ลอยมา น้ำตาไม่หลั่ง”

ปีใหม่ 2568 อย่ามัวแต่ไปสาละวนหาของขวัญให้แต่คนอื่นอยู่เลย

จงหาของขวัญให้ตัวเองเสียบ้าง

ของขวัญที่มีคุณค่าแห่งชีวิตมากสุด ที่ท่านจะมอบให้ตัวเอง คงหนีไม่พ้น การเริ่มต้นทำให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี

ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน แล้วรีบไปออกกำลังกาย และจัดการความเครียดให้จงได้

นั่นแหละคือ “ของขวัญ” ที่มีคุณค่า ที่ใครก็ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทานอาหาร