ฉายาจากสื่อสภา
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ในวาระเข้าสู่ปีใหม่ 2568 ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ร่วมกันตั้งฉายา เพื่อสะท้อนการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้ง สส. และ สว. ตลอดปี 2567 ดังนี้ “สภาผู้แทนราษฎร” ได้รับฉายา “เหลี่ยม(จน)ชิน” “วุฒิสภา” ได้รับฉายา “เนวิ(น)เกเตอร์” นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับฉายา “รูทีนตีนตุ๊กแก” นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้รับฉายา “ล็อกมง”
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้รับฉายา “เท้งเต้ง” สำหรับ “ดาวเด่น” ในปี 2567 ไม่มีผู้ใดเหมาะสม ส่วน “ดาวดับ” ในปี 2567 มีผู้ได้รับตำแหน่งนี้ 2 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน
“วาทะแห่งปี 2567” ได้แก่ “..ทำให้คนไทย มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี..” โดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา “เหตุการณ์แห่งปี 2567” ได้แก่ “พรรคเพื่อไทย” เชิญ “พรรคประชาธิปัตย์” เข้าร่วมรัฐบาล 28 สิงหาคม 2567 ที่รัฐสภา เป็นการปิดตำนานความขัดแย้ง 2 ทศวรรษ ระหว่าง 2 พรรคการเมืองใหญ่ คู่กัดแห่งปี ได้แก่ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย
ก่อนหน้านี้ สื่อทำเนียบได้ตั้งฉายาของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล โดยเน้นไปที่บทบาทในการบริหารงาน ส่วนฉายาของผู้สื่อข่าวรัฐสภา เน้นไปที่บทบาทในรัฐสภาของ สส. สว. และพรรคการเมือง ฉายาจากสื่อสภา สะท้อนภาพกว้าง ๆ ทางการเมือง ได้แก่ การเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร, การจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม บทบาทของสภาผู้แทนฯ ทั้งการทำหน้าที่ของประธานสภา และ สส.ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน
รวมไปถึงบทบาทของวุฒิสภา ซึ่งเป็นชุดที่เพิ่งผ่านกระบวนการเลือกเข้ามา และเป็นชุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหลายแง่มุม โดยสื่อสภาได้ระบุถึงเกมการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อวางหลักเกณฑ์การประชามติแก้รัฐธรรมนูญ
สำหรับการจัดฉายาดังกล่าว เป็นการสะท้อนมุมมองความเห็นของผู้สื่อข่าวรัฐสภา ต่อการทำงานของ สส.และ สว. และได้เรียกร้องผ่านการจัดฉายา ขอให้ สส. และ สว. ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ให้มุ่งมั่น ตั้งใจ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วน สส. และ สว. ที่ยังบกพร่องในการทำหน้าที่โดยหวังว่า จะมีการทบทวนปรับปรุงการทำหน้าที่ของตนเองให้ดีมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนต่อไป
ซึ่งเป็นเจตนาที่ดี ซึ่งทั้งสภาผู้แทนฯและวุฒิสภา น่าจะปรับปรุงการทำงาน ทั้งการพิจารณากฎหมาย ไปจนถึงการดูแลทุกข์สุขของประชาชนผ่านเวทีสภาให้มีคุณภาพมากขึ้น รวมถึงการใช้กรรมาธิการชุดต่าง ๆ ตรวจสอบฝ่ายบริหารตามอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการอย่างมีประสิทธิภาพด้วย