หุ้นโรงไฟฟ้าดิ่งยกแผง BGRIM-GPSC ร่วงหนัก “ทักษิณ” เล็งลดค่าไฟ 3.70 บาท
หุ้นโรงไฟฟ้าดิ่งยกแผง BGRIM-GPSC ร่วงหนัก บล.บัวหลวงชี้เซ่นข่าว “ทักษิณ ชินวัตร” เล็งลดค่าไฟเหลือ 3.70 บาท กาง 3 สถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้ เลวร้ายสุด ผลักภาระทั้งหมดให้ กฟผ. แบก พร้อมเปิดกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้าวันนี้ (6 ม.ค. 2568) ต่างปรับตัวลดลงหนักทั้งกลุ่ม นำโดย BGRIM และ GPSC ที่ร่วงหนักสุด ประกอบด้วย
- BGRIM ราคาหุ้นลดลง 6.32%
- GPSC ราคาหุ้นลดลง 6.04%
- GULF ราคาหุ้นลดลง 2.61%
- RATCH ราคาหุ้นลดลง 0.85%
- BPP ราคาหุ้นลดลง 1.94%
- EGCO ราคาหุ้นลดลง 0.87%
- EA ราคาหุ้นลดลง 0.51%
- ACC ราคาหุ้นลดลง 1.69%
- ACE ราคาหุ้นลดลง 0.76%
- ETC ราคาหุ้นลดลง 2.41%
- GUNKUL ราคาหุ้นลดลง 1.83%
- TGE ราคาหุ้นลดลง 1.80%
- TSE ราคาหุ้นลดลง 2.22%
- EP ราคาหุ้นลดลง 4.12%
- SAAM ราคาหุ้นลดลง 2.50%
นายกิจพัฒน วงษ์เมตตา นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ร่วงหนักเช้านี้ โดยเฉพาะ BGRIM และ GPSC คาดว่าเกิดจากกรณีคุณทักษิณ ชินวัตร มีการให้ข่าวในงานช่วยหาเสียง อบจ. ว่าอาจจะปรับลดค่าไฟลงมาเหลือ 3.70 บาท จากปัจจุบัน 4.15 บาท/หน่วย ซึ่งถ้าเกิดจะลดค่าไฟคงจะเป็นการเริ่มลดตั้งแต่งวดเดือน พ.ค.เป็นต้นไป ซึ่งอัตราค่าไฟกว่าจะประกาศจะเป็นช่วงเดือน เม.ย. ถึงตอนนั้นก็จบเรื่องการเลือกตั้ง อบจ.ไปหมดแล้ว
ทั้งนี้ในมุมมองของเราถึงความเป็นไปได้ ขอแบ่งเป็น 3 สถานการณ์คือ 1.กรณีเลวร้ายสุดคือ ภาครัฐเลือกลดค่าไฟโดยผลักภาระทั้งหมดให้ กฟผ. ซึ่งในวันนี้ กฟผ.มีภาระแบกอยู่แล้ว 7-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจทำให้ในอนาคตมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในกรณีนี้คงจะกระทบถึงผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ด้วย เพราะราคาก๊าซไม่ลงแต่ค่าไฟลง
2.ภาครัฐเลือกลดค่าไฟ โดยรัฐบาลมีความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องต้นทุนก๊าซได้ เช่น การเพิ่มการผลิตก๊าซในประเทศได้สูง ทำให้ผลกระทบ LNG ที่ราคาปรับขึ้นมามีผลน้อย ซึ่งในมุมนี้เป็นการลดค่าไฟที่กระทบทั้งค้าไฟและต้นทุนก๊าซ เพราะฉะนั้น SPP อาจไม่ได้รับผลกระทบ
3.ภาครัฐเลือกลดค่าไฟ ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟน้อยกว่า 300 หน่วย ซึ่งเป็นกลุ่มฐานเสียงค่อนข้างมาก และใช้เงินทุนที่น้อย ในมุมนี้ SPP ก็ไม่ได้รับผลกระทบ
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น สืบเนื่องจากราคาหุ้น BGRIM และ GPSC ที่ลงมา 7-8% ก็มองว่าน่าจะสะท้อนข่าวนี้ไประดับหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหากการลดค่าไฟออกมาตามข้อ 1 ที่จะโยนภาระไปให้ กฟผ. มีโอกาสที่ราคาหุ้น SPP จะปรับลดลงต่อได้ เพราะความไม่ชัดเจนเรื่องนโยบายการคืนหนี้ กฟผ.
แต่ถ้าออกมาตามข้อ 2-3 ซึ่งไม่มีผลกระทบกับ SPP จึงมองว่าเป็นโอกาสที่ราคาหุ้นร่วงลงมาเกินพื้นฐาน ซึ่งราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นไปได้ ทั้งนี้คงต้องรอดูและติดตามการประกาศค่าไฟอีกทีว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
