บาทเคลื่อนไหวอ่อนค่า หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมา ดีกว่าคาด
เงินบาท-ธนบัตร-แบงก์โน้ต
เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่า หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าที่คาด ทางสถาบันจัดการด้านอุปทาน ISM เปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตว่า ปรับตัวขึ้นที่ระดับ 49.3 สูงกว่าระดับในเดือนพฤศจิกายน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/1) ที่ระดับ 34.53/55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 34.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3/1) ทางสถาบันจัดการด้านอุปทาน ISM ได้มีการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตว่ามีการปรับตัวขึ้นที่ระดับ 49.3 ซึ่งสูงกว่าระดับในเดือนพฤศจิกายนที่ระดับ 48.4 อย่างไรก็ตาม ดัชนียังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 แสดงให้เห็นถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ และยังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9
ด้านปัจจัยภายในประเทศ ได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป CPI เดือนธันวาคมโดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ปรับตัวสูงขึ้น 1.23% (YOY) จากเดือนธันวาคมปี 2566 อยู่ที่ระดับ 108.28 โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ปรับตัวขึ้นคือราคาที่สูงขึ้นของน้ำมันเชื้อเพลิง
ประกอบกับราคาที่สูงขึ้นของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม, กลุ่มผลไม้สด เครื่องประกอบอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาดัชนีผู้บริโภคในเดือนนี้ได้มีการปรับลดลง 0.18% ซึ่งเกิดจากการที่ราคาของสินค้าในกลุ่มผักสดปรับตัวลดลง
ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI มีการปรับตัวสูงขึ้น 0.79% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม ปี 2566 อยู่ที่ระดับ 105.41 สำหรับปี 2568 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้มีการตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อไว้อยู่ที่ในกรอบ 0.3-1.3% โดยปัจจัยสำคัญของสมมติฐานเงินเฟ้อในปีนี้ประกอบด้วยการคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่ระดับ 2.3-3.30%
นอกจากนี้ ทาง สนค.ยังคงตั้งเป้าหมายว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมกราคมจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.25% โดยจะมีการชะลอตัวลงในระดับที่ต่ำกว่า 1% ในไตรมาสที่ 2 และ 3 โดยคาดว่าจะมีการปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% อีกครั้งในไตรมาสที่ 4 เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.48-34.68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.62/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/1) ที่ระดับ 1.0309/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 1.0281/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในวันนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบจำกัด โดยไร้ปัจจัยใหม่ในตลาด ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0296-1.0368 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0356/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/1) ที่ระดับ 157.58/59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 157.23/25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม เงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่า เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า BOJ จะยังคงดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 23-24 มกราคมนี้ โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.25%
ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 157.1-157.83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 157.66/70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายจาก S&P Global เดือนธันวาคม (6/1), ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบัน ISM เดือนธันวาคม (7/1), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS เดือนพฤศจิกายน (7/1), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (8/1), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนธันวาคมจาก ADP (8/1), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (10/1), ตัวเลขอัตราการว่างงาน (10/1), และตัวเลขอัตรารายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (10/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.85/-6.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3/-2.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ