เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
Real Estate จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย
‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ 1 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำประชาชนใช้ชีวิตได้ไม่ต้องกังวล
น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
Economic น้ำมันไทยไม่ขาด มีสำรองใช้ 108 วัน พร้อมดึงกองทุนฯ ลดราคา แม้ติดลบ 6.4 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

ส่องหลายมุมมองต่อกฎหมาย ‘สถานบันเทิงครบวงจร’

14 ม.ค. 2568 | 17:52น.
Entertainment Complex

ส่องมุมมอง-ความเห็นจากหลายภาคส่วน หลัง ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ. Entertainment Complex

กลายมาเป็นที่ฮือฮาบนอีกครั้ง หลัง ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ทางกฤษฎีกาจะรวบรวมความเห็นต่าง ๆ และนำเสนอรัฐสภา เพื่อพิจารณาในวาระรับหลักการ (วาระที่ 1) ทำให้ผู้มีชื่อเสียงจากหลายภาคส่วนออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย

ประชาชาติธุรกิจ รวบรวมมุมมองจากหลายภาคส่วนบนโลกออนไลน์ไว้ ดังนี้

เพจดังขอค้าน ไม่ยอมรับภาษีบาป

อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก แฟนเพจนำเสนอภาพยนตร์ และไลฟ์สไตล์ ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ โดยตนมองว่า เป็นการสร้างความเจริญและหารายได้จากภาษีบาป สิ่งเหล่านี้ไม่ควรมาอยู่ในประเทศไทย เพื่อนบ้านเราที่ไม่ประสบความสำเร็จกับเรื่องนี้ก็ต้องแปรสภาพพื้นที่เหล่านั้นไปเป็นบ่อนออนไลน์ และกลายเป็นศูนย์คอลเซ็นเตอร์

รายได้ด้านภาษีจากกาสิโนก็ไม่ได้เยอะเมื่อเทียบเท่ากับความเสียหายในสังคม และตนไม่คิดว่าลูกหลานในประเทศจะภูมิใจกับการทำงานในบ่อน และผลประโยชน์จากกาสิโนถูกกฎหมายก็คงไม่ได้มากเท่าผลเสีย ในทางกลับกัน ตนอยากให้หันไปเสริมสร้างการศึกษา หรือการกีฬามากกว่า เพื่อต่อยอดเยาวชนในชาติให้พัฒนา

นอกจากนี้ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ตามมา คือ ธุรกิจสีเทา การค้ามุษย์ และไม่มีอะไรการันตีได้ว่า เมื่อทำให้ถูกกฎหมายแล้ว บ่อยที่ผิดและที่อยู่ตามท้องถิ่นจะหายไป อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟอกเงินที่ง่ายที่สุด

ข้อความระบุว่า “ผมขอคัดค้านโครงการ Entertainment Complex หรือคาสิโน ถูกกฎหมายครับ…

แม้การตั้งชื่อมันจะเรื่องเรียกว่าเป็นแหล่งบันเทิงครบวงจรแต่จริง ๆ มันก็คือบ่อนคาสิโนนั่นแหละครับ ผมว่าวิธีคิดหรืออะไรก็แล้วแต่ที่บอกว่าอยากแก้ปัญหาเรื่องบ่อนก็เลยเปิดบ่อนให้มันถูกกฎหมาย ฟังดูแล้วมันเหมือนกับอยากสร้างความเจริญและหารายได้จากภาษีบาป

แต่สิ่งที่มันจะตามมาผมพูดตรงตรงนะครับผมว่าหลายหลายคนอาจจะไม่ชอบในความคิดเห็นของผมและอาจจะมองว่าผมหัวโบราณ สิ่งเหล่านี้มันควรเข้ามาอยู่ในบ้านเราหรอครับ ประเทศในแถบนี้หลายหลายประเทศพยายามสร้างบ่อนคาสิโนแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องแปรสภาพจากบ่อนคาสิโนไปทำเป็นบ่อนออนไลน์ และก็กลายเป็นศูนย์คอลเซ็นเตอร์

มีคนบอกว่ามันจะสร้าง GDP ให้กับประเทศซึ่งจริงๆทางสภาพัฒน์ก็ออกมาแล้วนะว่า GDP ของประเทศเค้าจะไม่รับรายได้จากคาสิโน และจากงานวิจัยเราสามารถเก็บภาษีได้จากบ่อนคาสิโนประมาณ 10,000 ถึง 30,000 ล้าน สร้างงานได้ประมาณ 9,000 ถึง 15,000 ตำแหน่ง

ซึ่งเอาจริง ๆ ถือว่ามันไม่ได้เยอะเลยครับถ้าเทียบกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสังคม คืออย่าเอาเรื่องกันสร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้มาอ้างเลยครับผมถามจริงๆงานในบ่อนมันจะเป็นงานอะไรเหรอครับทำความสะอาดหรืองานแจกไพ่

อีกหน่อยลูกหลานเราโตไปถามว่าทำงานที่ไหนทำงานในบ่อนมันน่าภูมิใจมากเลยเหรอครับ ประชาชนในประเทศมันได้ผลประโยชน์จากการมีบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายได้มากมายขนาดนั้นจริง ๆ เหรอครับผลได้มันมากกว่าผลเสียหรอครับ

สิ่งดี ๆ อะไรที่มันดีๆทำไมไม่สร้างกันบ้างครับ สร้างอะไรที่ส่งเสริมการศึกษาการกีฬาก็ได้ครับ สร้างฮอลล์จัดคอนเสิร์ต สร้างฮอลล์สำหรับแสดงดนตรีคลาสสิก สร้างศูนย์กีฬา ทำไมไม่สร้างครับ สนามกีฬาขนาดใหญ่มีมาตรฐาน ฮอลล์คอนเสิร์ตที่มาตรฐานที่ดี ทำไมไม่สร้างครับ สนามกีฬาใหญ่ใหญ่ก็น่าจะสร้าง อะไรที่มันจะต่อยอดทำให้เยาวชนในชาติของเราพัฒนา แต่นี่คือมาเปิดบ่อนคาสิโน

และสิ่งที่ตามมาก็คือธุรกิจสีเทาไปจนถึงการค้ามนุษย์ ศูนย์บันเทิง นักเลงการพนันคนเข้าบ่อนเดี๋ยวก็ต้องเข้ามาหาผู้หญิงเข้ามาหาคนไปทำอาชีพบริการ สุดท้ายก็ตามมาด้วยการค้ามนุษย์ และที่สำคัญผมถามจริงๆ มาเฟียบ่อนการพนันทุกวันนี้ถ้ามีบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายที่มีเจ้ามือเป็นรายใหญ่แล้วเค้าจะเลิกทำบ่อนผิดกฎหมายเหรอครับ

เราเคยบอกว่าปัญหาของประเทศไทยอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย และถ้ามีบ่อนคาสิโนมีอะไรการันตีครับ ว่าบ่อนการพนันที่ผิด บ่อนการพนันท้องถิ่นมันจะหายไปเลย

และอีกเรื่องหนึ่งสำคัญที่สุดมันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟอกเงินที่ง่ายที่สุดเลยก็ได้ครับ ปีที่แล้วเรามีสารพัดแม่สารพัดเครือข่ายหรือคนที่ที่รวยแปลกแปลกเยอะมากต่อไปก็คือจบลงด้วยการบอกว่าไปเข้าบ่อนมาจบ มันจะทำให้คนรวยประหลาดประหลาดขึ้นมาเยอะมากครับ

มีคนอ้างว่าอาจจะมีการคัดกรองผู้เล่น คนเล่นต้องมีเงินเยอะเยอะ และสุดท้ายการบังคับใช้กฎหมายในประเทศเรามันสามารถทำได้เหรอครับ บางคนอาจจะบอกว่าเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวเล่นแต่สุดท้าย มันทำได้แน่หรอครับผมไม่เคยเชื่อเลยครับว่าถ้ามีบ่อนในประเทศแล้วการพนันในประเทศมันหมดไปมันเป็นไปไม่ได้ครับ

อบายมุขมันไม่ควรเป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้วครับ ผมไม่เห็นด้วยนะครับกับการเปิดบ่อนคาสิโนในประเทศไทย ไม่เห็นด้วยจริง ๆ

ผมถามว่าถ้ามันดีตอนเลือกตั้งผมก็ไม่เห็นพรรคไหนเอานโยบายนี้มาใช้ในการหาเสียงเลยแต่ทำไมพอเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วกลับสอดไส้เอากฎหมายนี้เข้ามา มีการทำประชาพิจารณ์ตอนไหน มีการไปถามความเห็นประชาชนตอนไหน เอาเป็นว่าส่วนตัวไม่สนับสนุนเลยครับและรู้สึกไม่ค่อยสบายใจด้วยครับที่จะมีผ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายขึ้นมาในประเทศไทยเพราะผมรู้เลยว่าปลายทางมันคือความพินาศของประเทศ

คนอาจจะมองว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบทันสมัยแต่ส่วนตัวผมคิดว่าเรื่องแบบนี้เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะครับ อย่ามองว่าเป็นเรื่องที่ดีกันเลยครับ

สุดท้ายผมก็ยอมรับนะครับว่าผมอาจจะเป็นแค่เสียงเล็กๆที่มองว่ามันเป็นเรื่องที่จะทำให้ประเทศชาติเสียหายแต่ผมก็ขอแสดงจุดยืนในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ไม่อยากเห็นอนาคตของชาติจะต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ก็ขอคัดค้านด้วยความซื่อสัตย์ต่อความคิดเห็นของตัวเองแม้จะมีคนเข้ามาหัวเราะเยาะว่าผมโง่หรืออาจจะไม่เท่าทันโลกแต่ไม่เป็นไรครับ

ผมถือว่าผมได้แสดงจุดยืนของผมในส่วนนี้สุดท้ายนี้เสียงเล็กๆของผมมันก็คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดีถ้าเค้าดึงดันจะทำ ยังไงก็เคารพทุกๆความคิดเห็นผมก็เชื่อครับว่าในความคิดเห็นมันมีหลายมุมมองครับแต่ผมก็ก็คือมุมมองหนึ่งที่ขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยในสังคมก็เท่านั้นเองครับ”

อดีตนายกฯ คนที่ 14 ลั่นไม่คุ้ม

นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ลูกชายของธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 14 บอกเล่าเรื่องราวที่ได้รับฟังจากพ่อ ใจความว่า พ่อเคยเล่าให้ตนฟังว่า คนมีชื่อเสียงระดับนานาชาติมาพบที่ทำเนียบฯ เพื่อเสนอโครงการเปิดบ่อยกาสิโนในเมืองไทย โดยอ้างว่าจะสร้างรายได้และความเจริญให้กับประเทศ แต่พ่อของตนกล่าวว่า ไม่คุ้มค่ากับผมกระทบมหาศาลมีที่จะตามมา

นิติกรเล่าผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Nitikorn Kraivixien ข้อความระบุว่า “คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อปี 2520 ขณะเป็นนายกรัฐมนตรี มีนักการเมืองที่รู้จักคุ้นเคยขอพาคนไทยที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติท่านหนึ่งมาพบที่ทำเนียบรัฐบาล โดยแจ้งว่ามีโครงการที่ดีเลิศจะมานำเสนอ หลังจากการสนทนาผ่านไปเพียงครู่เดียวก็ได้ความว่าจะเสนอขอให้เปิดบ่อนคาสิโนในเมืองไทย โดยอ้างว่าจะสร้างรายได้มหาศาลและความเจริญมาสู่ประเทศไทย

ซึ่งประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกก็ประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งนั้น คุณพ่อตัดบทอย่างสุภาพว่าไม่ได้ รายได้ที่อ้างว่าจะได้รับ ไม่คุ้มค่ากับผลกระทบอย่างมหาศาลที่จะตามมา นักการเมืองที่มาพบยื้อว่าลองเอาเรื่องเข้าไปพิจารณาในคณะรัฐมนตรีก่อนมั้ย เผื่อ ครม. ท่านอื่น ๆ จะเห็นด้วย

คุณพ่อ(ซึ่งได้รับฉายาจากสื่อสมัยนั้นว่าเป็น “เผด็จการพลเรือน”) กล่าวตอบอย่างหนักแน่ว่า “เรื่องนี้ผมตัดสินใจเองได้ ไม่จำเป็นต้องถามใคร และไม่ต้องเอากลับเสนอมาอีก” มาเล่าสู่กันฟังเฉย ๆ โดยไม่มีนัยใด ๆ”

เจิมศักดิ์ไม่เอากาสิโน

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อาจารย์พิเศษประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ, ประธานกรรมการนโยบายขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ออกความเห็นในเรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊กส่วตัว เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ข้อความระบุว่า

“ร่วมเป็น 1 เสียง แสดงจุดยืนว่า “เราไม่เอากาสิโน”

จากการที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าผลักดันพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) อันมีกาสิโนเป็นส่วนประกอบหลักเข้าสู่รัฐสภา กฎหมายนี้จะเปิดช่องให้เปิดกาสิโนได้อย่างเสรี และก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมทั้งปัญหาอาชญากรรม การฟอกเงิน การทุจริตคอรัปชั่น การประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ฯลฯ

หากคุณคือคนไทยคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการมีกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย กรุณาร่วมกันส่งเสียงต่อรัฐบาลผ่านการลงชื่อแสดงจุดยืนว่า “เราไม่เอากาสิโน” ได้ที่

อดีต สส.เพื่อไทย ชี้แท้จริงคือ บ่อน

สามารถ แก้วมีชัย อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย สังกัดพรรคเพื่อไทย ออกมาให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึง 2 โพสต์ ใจความว่า แทนที่จะมีการปราบปรามการพนัน แต่รัฐบาลกลับส่งเสริมให้เล่นได้ถูกกฎหมายผ่านนโยบาย Entertainment Complex

ก่อนที่จะอธิบายเพิ่มในอีกโพสต์ ถึงความต้องการให้รัฐบาลกล้ายอมรับว่า นโยบายสถานบันเทิงครบวงจรที่บอกว่าบ่อนการพนัน เป็นส่วนประกอบเพียง 10% ของโครงการนั้น แท้ที่จริงบ่อนการพนันที่เป็นหัวใจสำคัญของนโยบายนี้ โดยสามารถโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สามารถ แก้วมีชัย ข้อความระบุว่า

“แทนที่จะปรามการเล่นการพนัน อันเป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง ที่จะนำความหายนะมาสู่ผู้คนในสังคม กลับจะส่งเสริมให้เล่นการพนันได้โดยถูกกฎหมาย โดยผ่านนโยบาย entertainment complex ของรัฐบาล”

“กล้าทำต้องกล้ารับ
การพนัน เป็นหนึ่งในอบายมุข 6 ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา
ขอบันทึกไว้ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ม.ค.2568 คณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของนายกฯแพรทองธาร ชินวัตร ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ดำเนินนโยบายจัดให้มีสถานบันเทิงครบวงจร ตรงกับวันพระ วันพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 2 พอดี

คนในรัฐบาลควรยอมรับความจริงว่า นโยบายสถานบันเทิงครบวงจร (entertrainment complex) ที่บอกว่าบ่อนการพนัน เป็นส่วนประกอบเพียง 10% ของโครงการนั้น แท้ที่จริงบ่อนการพนัน คือหัวใจสำคัญของนโยบายนี้

ประเทศเรามีภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรมที่พัก สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง โรงละคร สถานที่แสดงศิลปวัฒนธรรม สวนสนุกสำหรับเด็ก สถานที่พักผ่อนหย่อนใจฯลฯ ระดับมาตรฐานจำนวนมาก กระจายอยู่ทั่วประเทศ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการอยู่แล้ว

ล้วนเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ไม่นิยมอบายมุขประเภทการพนันเลือกใช้บริการได้อย่างเต็มที่ได้ อย่างมีความสุข

เมื่อมีแหล่งรื่นเริงบันเทิงอันเป็นของดีที่ได้มาตรฐานสำหรับดึงดูดนักท่องเที่ยวกระจายอยู่ทั่วประเทศอย่างพอเพียงแล้ว ทำไมต้องสร้างสถานบันเทิงครบวงจร (entertrainment complex) ขึ้นมาอีก

จึงมีเหตุผลเดียว คือ ต้องการให้มีบ่อนการพนัน หรือเรียกให้โก้หรูหน่อยว่า บ่อนคาสิโน ซึ่งจะเป็นต้นเหตุสร้างปัญหาและส่งผลกระทบต่อสังคมไทยอีกมากมายหลายประการ ดังนั้นควรยอมรับ อย่าพูดเล่นลิ้นหรือหลบเลี่ยงกันเลยว่า อยากให้มีบ่อนการพนันเสรีขึ้นในประเทศไทย

กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับผิดชอบครับ”

โอกาสแสนล้าน

สำหรับโครงการดังกล่าว นายกฯ แพทองธาร ระบุอย่างมั่นใจว่า โครงการนี้คือ 1 ในการสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน หรือว่าให้เป็น man-made destinations ตามที่เคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไป นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการท่องเที่ยว และส่งเสริมการลงทุนในประเทศ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาการพนันที่ผิดกฎหมายในปัจจุบัน จะทำให้เกิดผลดีในอนาคตในภาพรวม

พร้อมเน้นย้ำว่า “ต้องยอมรับความจริงว่าทุกวันนี้มีการพนันเต็มไปหมด จะแก้เรื่องผู้มีอิทธิพลก็เอามาทำให้ถูกกฎหมายทั้งหมด” แพทองธารกล่าว

ขณะที่จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แม้การพนันอาจไม่ทำให้เกิดการหมุ่นเวียนทางเศรษฐกิจที่ถูกต้อง แต่ตนยืนยันว่ามีผลต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เนื่องจากมูลค่ากว่าแสนล้าน ซึ่งตัวเลขนี้เป็นเพียงการประเมินเรื่องของการลงทุน ยังไม่ใช่ผลพลอยได้

เนื่องจากโครงการที่จะทำ จะมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องอีกมากมายที่จะสร้างรายได้ให้กับประชาชนโดยรอบ และรายได้ที่จะเข้ารัฐบาล รวม ๆ แล้วประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี และจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศได้เพิ่มขึ้น 5-20% รวมทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้ต่อหัวนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ถึงประมาณ 60,000 บาทต่อคนต่อทริป จากเดิมที่มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40,000 บาทต่อคนต่อทริป

รวมถึงทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านงาน ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Chat with Tony : Bull Rally of Thai Capital ถึงโครงการนี้ว่า เป็น 1 ในโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งรับหลักการไปและจะนำกฎหมายเข้าสภาผู้แทนราษฎรต่อไป คาดว่าจะมีการลงทุนกว่า 5 แสนล้านบาท 

ทั้งยังเสนอแนวคิดการเชิญชวนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น และจูงใจให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่นเดียวกัน