เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
Economic บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’70 ได้งบฯแค่ 4.2 หมื่นล้าน ปลัดคลังชี้ไม่พอต้องขอจากงบฯกลาง
Finance บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’70 ได้งบฯแค่ 4.2 หมื่นล้าน ปลัดคลังชี้ไม่พอต้องขอจากงบฯกลาง
เศรษฐีไต้หวัน แห่ย้ายสินทรัพย์ ซบ ‘สิงคโปร์’ แชร์ความเสี่ยง เลี่ยงแรงกดดันจีน
World เศรษฐีไต้หวัน แห่ย้ายสินทรัพย์ ซบ ‘สิงคโปร์’ แชร์ความเสี่ยง เลี่ยงแรงกดดันจีน
GPSC พร้อมทำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR 2,400 เมกะวัตต์ รับดีมานด์ Data Center
Economic GPSC พร้อมทำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR 2,400 เมกะวัตต์ รับดีมานด์ Data Center
นักวิชาการ มธ. หนุนปลดล็อกผู้บริหารท้องถิ่นห้ามนั่งเกิน 2 วาระ เห็นด้วยเริ่มต้นอายุ 25 ปี
Politics นักวิชาการ มธ. หนุนปลดล็อกผู้บริหารท้องถิ่นห้ามนั่งเกิน 2 วาระ เห็นด้วยเริ่มต้นอายุ 25 ปี
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
ห้างเซ็นทรัลและเวทีมวยราชดำเนินผนึกกำลัง ททท. ส่งออกมวยไทยสู่สายตาชาวโลก
Biz Movement ห้างเซ็นทรัลและเวทีมวยราชดำเนินผนึกกำลัง ททท. ส่งออกมวยไทยสู่สายตาชาวโลก
โซลาร์ภาคประชาชน 2569 : เปิดขั้นตอนสมัครผ่าน กฟน.-กฟภ. เช็กเงื่อนไข-เอกสาร
Economic โซลาร์ภาคประชาชน 2569 : เปิดขั้นตอนสมัครผ่าน กฟน.-กฟภ. เช็กเงื่อนไข-เอกสาร
มท.พบข้าราชการ สถ. มีมูลผิดวินัยหนัก 5 คน สุ่มตรวจ 79 รายคำตอบไม่ตรงเกินครึ่ง
Politics มท.พบข้าราชการ สถ. มีมูลผิดวินัยหนัก 5 คน สุ่มตรวจ 79 รายคำตอบไม่ตรงเกินครึ่ง
พาณิชย์เคลียร์กุ้งตกค้างหมด ดึงดีมานด์ 2,900 ตัน จี้สินค้าลดราคาตามต้นทุนพลังงาน
Economic พาณิชย์เคลียร์กุ้งตกค้างหมด ดึงดีมานด์ 2,900 ตัน จี้สินค้าลดราคาตามต้นทุนพลังงาน
ดูทั้งหมด

7 สมาคมขอเอี่ยวรถไฟจีน ล็อบบี้รัฐใช้ “เหล็กเส้นไทย”

07 ส.ค. 2560 | 03:21น.

7 สมาคมโรงงานเหล็กไทย วิ่งพบ “คมนาคม-คลัง” ขอเอี่ยวขายเหล็กเส้น-ข้ออ้อย โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน หวั่นจีนล็อกสเป็กตีกันเหล็กไทย ช่วงแรก “กลางดง-โคราช” ใช้แต่เหล็กจีน ด้าน สมอ.ชี้หากเป็นมาตรฐานจีนต้องยื่นขอ มอก.ใหม่ ให้ทำใจเหล็กจีนล้นสบช่องระบายสต๊อก ด้านคมนาคมยันจีนมีท่าทีอ่อนลง ให้ใช้เหล็กข้ออ้อยขนาดบั้งตามมาตรฐานไทยได้

นายนาวา จันทนสุรคน นายกสมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย ประกอบด้วย สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี, สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น, สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน, สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า, สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย, สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย, สมาคมโลหะไทย และผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก สมาชิก 472 บริษัท มูลค่าสินทรัพย์-สินค้าจำหน่ายในประเทศกว่า 500,000 ล้านบาท

ทั้ง 7 สมาคมได้ทำหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวคมนาคม กับปลัดกระทรวงการคลัง (ดร.สมชัย สัจจพงษ์) เพื่อขอให้รัฐบาลส่งเสริมการใช้สินค้าเหล็กในประเทศกรณี โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ขอให้พิจารณาจัดหาวัสดุก่อสร้างหลัก โดยเฉพาะ “เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (เหล็กเส้นกลม-เหล็กข้ออ้อย)” รวมถึงสินค้าเหล็กประเภทอื่น ๆ ที่โรงงานอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศผลิตได้ และเป็นสินค้าที่มีพระราชกฤษฎีกาเป็นไปตามมาตรฐาน ได้แก่ เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต มาตรฐานบังคับ มอก. 20 และ 24, เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ มาตรฐานบังคับ มอก.348, เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ มาตรฐานบังคับ มอก.1227 กับ 1228, สินค้าเข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อน มาตรฐานบังคับ มอก.1390, เหล็กแผ่นรีดร้อน มาตรฐานบังคับ มอก.528 กับ 1479 และเหล็กแผ่นรีดเย็น มาตรฐานบังคับ มอก.2012 ทั้งนี้ คำขอดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-จีน ซึ่งระบุไว้ในขั้นตอนการก่อสร้างฝ่ายไทยจะดำเนินการ 75% ต้องใช้ผู้รับเหมาไทยและวัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในไทย ขณะที่อีก 25% ได้แก่ ระบบราง ระบบรถไฟฟ้า จะดำเนินการโดยฝ่ายจีน

สอดคล้องกับหนังสือที่ทำไปถึง ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่ขอให้สนับสนุนการใช้เหล็กภายในประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ในการกำกับดูแลของ สมอ. ภายใต้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะในโครงการรถไฟฟ้าไทย-จีน เนื่องจากเกรงว่าโครงการนี้อยู่ภายใต้ มาตรา 44 กฎหมายรัฐธรรมนูญ “อาจจะ” ทำให้กรมบัญชีกลาง ในฐานะหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย ไม่สามารถกำกับให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างได้ฯ

“ผู้ผลิตเหล็กภายในประเทศต้องการทราบความชัดเจน เพราะไม่สามารถวางแผนการผลิตหรือการลงทุนเพื่อรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนได้ โดยขณะนี้ไม่มีผู้ผลิตเหล็กรายใดกล้าเพิ่มกำลังการผลิต หรือเพิ่มสต๊อกเหล็ก เพราะเกรงว่าหากผลิตไปแล้ว แต่ไม่มีการใช้ ก็จะเป็นการเพิ่มต้นทุนสูญเปล่า” นายนาวากล่าว

ช่วงแรกเหล็กจีนกินรวบ

1 ใน 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยกล่าวว่า เท่าที่ทราบ จีนซึ่งเป็นคู่สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูง ระบุใน TOR ว่า ให้ใช้เหล็กที่ผลิตตามมาตรฐานของจีนเท่านั้น โดยระบุสเป็กชนิดและชื่อมาตรฐานของเหล็กจีนที่จะใช้ผลิต สมาคมเข้าใจว่า หากเป็น “เหล็กเกรดพิเศษ” ที่ใช้เป็นองค์ประกอบในตัวรถไฟ และรางรถไฟ จะกำหนดให้ใช้เหล็กของจีนก็ได้ “เพราะไทยผลิตไม่ได้”

แต่กรณีของเหล็กทั่วไป-เหล็กโครงสร้างที่ใช้ก่อสร้างพื้นฐาน เช่น ตัวอาคารสถานี เหล็กเส้น ปรากฏเหล็กไทยมีมาตรฐานเทียบเท่ากับเหล็กจีน เพียงแต่อาจจะมีชื่อเรียกมาตรฐานต่างกันกับจีน แต่สามารถใช้ทดแทนกันได้ ในกรณีนี้ก็ควรใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ

นายเภา บุญเยี่ยม เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลช่วยเจรจากับจีนให้ใช้เหล็กตามมาตรฐานของไทย หรือหากใช้มาตรฐานจีน ก็ขอให้เป็นขนาด-บั้งที่ไทยผลิตได้ เพราะโครงการนี้ทางวิศวกรจีนเป็นผู้กำหนดและร่างสเป็กในสัญญา สำหรับการกำหนดใช้วัสดุอื่น ๆ รวมถึงเหล็ก แต่ผู้ก่อสร้างโครงการคือ ไทย ปัญหาอย่างเหล็กข้ออ้อย พบว่าบั้งมันไม่เหมือนกัน โรงงานต้องใช้เวลาสั่งซื้อลูกรีดใหม่ ซึ่งในตลาดก็ไม่ได้หาง่าย ๆ ต้องใช้เวลาพอสมควร

“ยกตัวอย่างโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีนช่วงแรก กลางดงไปนครราชสีมา 35 กม. ในโครงการใช้เหล็กนำเข้าจากจีนทั้งหมด เนื่องจากได้กำหนดสเป็ก เช่น ต้องใช้เหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย ตามมาตรฐานที่จีนต้องการ แต่เครื่องรีดเหล็กของไทยมีปัญหาเรื่องขนาด-บั้ง กลายเป็นไม่ตรงสเป็ก ทำให้ต้องลงทุนปรับเปลี่ยนลูกรีดบั้งใหม่ แต่ด้วยโครงการจะเริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคมนี้แล้ว ผู้ประกอบการเหล็กจึงปรับเปลี่ยนเครื่องรีดไม่ทัน ทำให้เสียโอกาสอย่างมาก ผมคาดการณ์ว่าทั้งโครงการจะมีการใช้เหล็กข้ออ้อยสูงถึง 600,000 ตัน” นายเภากล่าว

การใช้มาตรา 44 จัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลเพื่อให้เกิดความรวดเร็วขึ้นนั้นกลับกลายเป็นว่า ยิ่งเปิดช่องและปิดโอกาสผู้ประกอบการไทย เช่น เร่งการจัดซื้อเหล็กในไทย แต่ผู้ผลิตไทยผลิตให้ไม่ทัน จึงต้องนำเข้าเหล็กจากจีนแทน ตอนนี้ 7 สมาคมกำลังรอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม “รับนัด” เพื่อจะเข้าพบ ไปหารือในเรื่องนี้

หวั่นเป็นที่ระบายเหล็กจีน

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า สมอ.ได้ร่วมหารือกับผู้ประกอบการผลิตเหล็กในประเทศ โดยมีการแจ้งเรื่องนี้กับกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรถไฟในประเทศไทยไปแล้ว เพื่อร้องขอให้ใช้เหล็กของผู้ประกอบการไทย ในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน “ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงจะใช้เหล็กของประเทศใด ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับทางรัฐบาล แต่ สมอ.ก็เตรียมความพร้อมที่จะสนับสนุนการใช้เหล็กของไทยอย่างเต็มที่” นายพิสิฐกล่าว

แต่หากต้องใช้เหล็กให้เป็นไปตามมาตรฐานจีน ผู้ประกอบการโรงงานผลิตเหล็กในประเทศจะต้องมาขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มอก.จาก สมอ.ใหม่ เนื่องจากเป็นคนละมาตรฐานกัน และนอกเหนือจากของเดิมที่เป็นมาตรฐานบังคับด้วย แต่ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า ประเทศจีนมีโรงงานถลุงเหล็กขนาดใหญ่หลายแห่ง ทำให้มีกำลังการผลิตที่เกินความต้องการไปมาก โดยปัจจุบันเกินอยู่ 300 ล้านตัน “จีนเค้าก็ต้องหาวิธีระบายเหล็กของตนเอง โดยต้องอาศัยโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นที่ระบายเหล็กด้วย”

จีนให้ใช้เหล็กข้ออ้อยไทย

ด้านนายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ทางสมาคมผู้ผลิตเหล็กได้ทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม เพื่อขอความชัดเจนเรื่องเหล็กที่ใช้ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเช่นกัน โดยทางสมาคมวิตกกังวลถึงการผลิตเหล็กข้ออ้อยว่า กรรมวิธีการผลิตของผู้ประกอบไทยจะไม่เข้ากับสเป็กหรือแบบที่จีนกำหนด เนื่องจากเป็นเหล็กลักษณะเฉพาะ อาจจะทำให้จีนไม่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเหล็กไทยได้

“เรื่องนี้จะประชุมร่วมกับจีนเร็ว ๆ นี้ คาดว่าไม่มีปัญหา โดยฝ่ายจีนก็มีท่าทีอ่อนลงและจะให้ใช้สเป็กเดียวกันได้”

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้หารือร่วมกับ สมอ. และสมาคมผู้ผลิตเหล็กได้รับการยืนว่า เหล็กที่ใช้ก่อสร้างสามารถผลิตในประเทศได้ ซึ่งก็ได้ข้อยุติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงสเป็กและคุณสมบัติของเหล็กข้ออ้อยที่ใช้ก่อสร้าง “ทางจีนก็ยินยอมจะมอบให้ไทยแล้วเช่นกัน”

โดยการประชุมคณะกรรมการร่วมครั้งที่ 19 ทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับ “เหล็กข้ออ้อย” ที่จะใช้ในโครงการแล้ว โดยเหล็กข้ออ้อยที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางและบั้งตามมาตรฐานเหล็กของไทยสามารถนำมาใช้ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง