เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
Biz Movement เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
Biz Movement วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
Biz Movement ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
EV เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
Finance ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
Business เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
EV BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
ดูทั้งหมด

สภาพัฒน์ มองนโยบายทรัมป์ทำเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังท้าทาย หนุนไทยสร้างกลไกรับมือ

17 ม.ค. 2568 | 16:53น.
ดนุชา พิชยนันท์

สภาพัฒน์มองเศรษฐกิจไทยปี’68 ขยายตัว 2.3-3.3% อานิสงส์ลงทุนภาครัฐ-เอกชนหนุน จับตานโยบายทรัมป์ ทำเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังเจอแรงต้าน เผยไทยต้องมีกลไกรับมือบริษัทต่างประเทศแปลงร่างหนีสงครามการค้า

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มองว่าจะขยายตัว 2.3-3.3% มีค่ากลาง 2.8% โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งในปี 2567 มีผู้ที่รับขอการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กว่า 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ราว 8.3-8.4 แสนล้านบาท โดยจะเร่งให้เกิดการลงทุนจริง เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะเป็นตัวหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ต่อไป

อย่างไรก็ดี จะต้องจับตาดูการเข้ารับตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 20 มกราคมนี้ ซึ่งจะต้องใส่ไปในปัจจัยเสี่ยง (Take into Account) โดยผลกระทบจะต้องดูรายละเอียดของนโยบาย ซึ่งไม่ใช่แค่ว่าสหรัฐขึ้นภาษีจีนเท่าไร แต่หากขึ้นสินค้าที่เข้าสหรัฐมีชิ้นส่วนของจีนจะเป็นเรื่องโกลาหลพอสมควร รวมถึงต้องดูระยะเวลาและช่วงเวลาของการดำเนินนโยบายจะออกมาอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีนโยบายอพยพแรงงานและการลดภาษีเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ

ทั้งนี้ นโยบาย 3 เรื่อง แม้ว่าการขึ้นภาษีทั้งจีนหรือไม่ว่าประเทศใดจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น ทำให้สหรัฐจะใช้ของแพงขึ้น ซึ่งหมายถึงต้นทุนของสหรัฐเพิ่มขึ้น เป็นนโยบายที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ดังนั้น นโยบายดอกเบี้ยที่เหมือนจะปรับลดลง อาจจะไม่ปรับลดลงได้ และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจะเห็นว่าทรัมป์ไม่เอาเลย อย่างไรก็ดี ในวันที่ 20 มกราคมนี้จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไทยจะต้องมีกลไกที่จะที่จะทำให้ไทยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ย้ายฐานการผลิตเข้ามาเพื่อหลีกเลี่ยงการกีดกันทางการค้า เนื่องจากในจำนวน FDI ที่ 8 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสิงคโปร์ที่แปลงร่างจากจีน ดังนั้น ไทยต้องทำให้เป็นบริษัทไทย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือร่วมทุน โดยขณะเดียวกันไทยจะต้องพยายามเป็นประเทศเป็นกลางของสงครามการค้า

“ตอนนี้ข้อมูลเราพร้อมแล้ว ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี’68 ประเทศไทยเหมือนขี่พายุ แต่เราจะเห็น Head wind เยอะในช่วงครึ่งหลังของปีนี้แน่นอน เราจะต้องบริหารให้ดี โดยเฉพาะผู้ส่งออก เนื่องจากเราได้ดุลการค้ากับสหรัฐเป็นอันดับ 12 แม้ไม่เท่ากับจีนหรือเวียดนาม แต่ไทยอยู่ในจุดความเสี่ยงที่จะโดนกีดกันทางการค้า แต่เราต้องดูว่าทรัมป์จะออกมาตรการแบบจัดการทีเดียว หรือออกมาตรการทุบก่อนแล้วเรียกเจรจา ซึ่งเราและกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมไว้หลายสมมติฐานกระทบอย่างไร”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สภาพัฒน์ เศรษฐกิจไทย