ราคาน้ำมันดิบ (6 ก.พ. 68) ปรับลด หลังน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นเกินคาด
ราคาน้ำมันปรับลด หลังน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นเกินคาด และความกังวลของตลาดต่อสงครามการค้าจีน-สหรัฐ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ หรือ EIA เผยตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐพุ่งสูงขึ้น 8.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับที่ 423.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้อยู่ที่ 2 ล้านบาร์เรล สะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำมันดิบในสหรัฐที่ลดลง หลังจากโรงกลั่นหลายแห่งเร่งซ่อมบำรุง เนื่องจากปริมาณการใช้น้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงในช่วงนี้
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 5 ก.พ. 2567 อยู่ที่ 71.07 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.63 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 74.55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.65 เหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ตลาดยังคงกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง
หลังวันอังคารที่ผ่านมา (4 ก.พ.) ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศการคว่ำบาตรอิหร่าน โดยมีจุดประสงค์ที่จะยับยั้งไม่ให้เตหะรานครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 ก.พ.) ประธานาธิบดีอิหร่าน นายมาซูด เปเซซเคียน ออกมาเรียกร้องต่อกลุ่มโอเปก ให้สามัคคีกันเพื่อที่จะต่อต้านการคว่ำบาตรจากสหรัฐไม่ให้กดดันคนใดคนหนึ่งได้ นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันอิหร่านได้เผยว่า การคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่อผู้ผลิตน้ำมันดิบจะทำให้ตลาดพลังงานมีความไม่มั่นคง รวมถึงเสียหายต่อผู้บริโภคทั่วโลก
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังมีแรงหนุนจากปัญหาทางเทคนิคของโรงกลั่นหนึ่งในมาเลเซีย ในหน่วย RFCC ที่มีกำลังการผลิตที่ 70,000 บาร์เรลต่อวัน จะต้องปิดซ่อมบำรุงนานถึง 2 เดือน ส่งผลให้อุปทานน้ำมันเบนซินในภูมิภาคปรับตัวลดลง
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังมีแรงหนุนจากโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ทำการปิดซ่อมบำรุงแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้า และปริมาณสต๊อกน้ำมันดีเซลของท่าเรือฟูไจราห์ ลดลงร้อยละ 33 แตะระดับที่ 1.84 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดีเซลในภูมิภาคปรับตัวลดลง
