ม็อบชาวนา จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับตัวแทน 60 คน บุกกระทรวงพาณิชย์ เปิด 2 ข้อเรียกร้อง จี้ให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือชาวนา ราคาตกต่ำ หวั่นข้าวนาปรังออกมีนาคม 2568 นี้ ยิ่งกระทบราคาข้าว
นายกำพล เชื้อสวัสดิ์ ชาวนาอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุว่าวันนี้ตนพร้อมตัวแทนชาวนา 60 คน รวมตัวกันที่หน้ากระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งเครื่องขยายเสียงและป้ายข้อความ “ชาวนาเดือดร้อนราคาข้าวตกต่ำ ขอวิงวอนรัฐบาลช่วยราคาข้าว ปุ๋ยแพง ยาแพง น้ำมันแพง ราคาข้าวถูก” ทั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์แก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำสุด

อีกทั้งจะยื่นหนังสือถึงนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แจ้งถึงปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน และต้องการเร่งแก้ไขโดยด่วน
“ตอนนี้รัฐบาลไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจน กังวลว่าราคาข้าวเปลือกจะยิ่งตกต่ำไปอีก เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปรังฤดูกาลผลิตปี 2568 ที่จะมีผลผลิตออกมากในเดือนมีนาคมนี้”
โดยเกษตรกรร้องขอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือ 2 แนวทาง ได้แก่ 1.โครงการประกันรายได้ข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 15%) ตันละ 1.1 หมื่นบาท จะช่วยพยุงราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาขายได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันข้าวเปลือกเกี่ยวสด ความชื้น 25% ขั้นไป ขายได้ 6-7 พันบาทเท่านั้น

ขณะที่ต้นทุนไร่ละ 5.5-6 พันบาท ถ้าผลผลิตได้ไม่ถึง 1 ตันต่อไร่ (1,000 กก.) ก็จะทำให้ชาวนาขาดทุน ซึ่งในปัจจุบันเฉลี่ยได้ 800 กก.เท่านั้น ซึ่งหากออกมาตรการประกันรายได้จะช่วยประคองราคาข้าวเปลือกให้ไม่ต่ำกว่า 8 พันบาท หรือ 2.มาตรการชดเชยรายได้เกษตรกร
“ตอนนี้ปัจจัยผลิตสูงขึ้น ทั้งจากค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรู ค่าเช่านา สูงขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งผลผลิตต่อไร่ไม่ได้สูง เฉลี่ยแล้ว มีผลต่อรายได้เกษตรกร หากราคาข้าวยังตกต่ำต่อ จะทำให้ชาวนาเจอวิกฤตขาดทุน“
นายสมชัย ไตรถาวร ประธานชมรมชาวนาอยุธยา ซึ่งมีพื้นที่ปลูกข้าวรวมกว่า 100,000 ไร่ ระบุว่าก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 กลุ่มเกษตรกรได้เดินทางไปยื่นหนังสือ ถึงประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ปัจจุบันราคารับซื้อประมาณ 7,000 บาทต่อตัน จากเดิม ราคา 10,000 บาทต่อตัน แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตนได้มารับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มชาวนา กล่าวว่า จะรีบสรุปปัญหาชาวนา เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการด้านตลาดและด้านการผลิต โดยนำเสนอถึงคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อพิจารณาออกมาตรการช่วยเหลือ เบื้องต้นไม่ได้นิ่งนอนใจ ภาครัฐกำลังพิจารณาและคำนึงถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยต้องหารือร่วมกับทุกหน่ายงานที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแลโดยตรง และจะเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลกรมการค้าภายใน รายงานว่าผลผลิตข้าวนาปรังปี 2568 คาดว่าจะมีผลผลิตข้าวเปลือกเจ้า 7 ล้านตัน ขณะที่ออกสู่ตลาดแล้ว 10% ของคาดการณ์ผลผลิต ขณะที่ข้อมูลสมาคมโรงสีข้าวไทย ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ราคาข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 15%) รับซื้อช่วง 8,000-9,100 บาท/ตัน ส่วน ความชื้น 25% ราคารับซื้อ 6,800-7,900 บาทต่อตัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาเดินทางมายื่นหนังสือตั้งแต่ 08.00 น. พร้อมชี้แจงให้เห็นถึงผลกระทบที่ชาวนาได้รับ และกังวลว่าข้าวนาปรังกำลังจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมีนาคม 2568 นี้ ราคาข้าวก็จะยิ่งถูกลง สำหรับรายละเอียดในหนังสือที่ยื่น ประกอบด้วย
ด้วยเกษตรกรที่ทำนามีความเดือดร้อน เนื่องจากราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ทำให้เกษตรกรที่ทำนาเป็นอาชีพหลักส่วนใหญ่ของประเทศได้รับผลกระทบ รัฐบาลยังไม่มีมาตรการช่วยเหลืออย่างชัดเจน ทำให้เกษตรกรคาดว่าราคาข้าวจะตกต่ำลงไปอีกในฤดูข้าวนาปรังก็จะเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวออกสู่ตลาดในเดือนมีนาคม 2568
จึงอยากให้รัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำนาให้ชัดเจน แต่ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามตลาดหรือพ่อค้าซื้อกันเอง โดยภาครัฐไม่มีโครงการช่วยเหลือให้ชาวนามีทางเลือกบ้าง เพราะรัฐบาลที่ผ่านมายังมีโครงการรับจำนำหรือประกันราคาข้าว ก็ทำให้พอพยุงราคาข้าวไว้ได้บ้าง

ตอนนี้การลงทุนทำนามีการลงทุนสูงกว่าแต่ก่อน เพราะว่าค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าน้ำมัน ค่าแรงงาน ค่าครองชีพ มีราคาสูงขึ้นทุกอย่าง ทำให้การลงทุนทำนามีต้นทุนสูง ประมาณไร่ละ 5,500 ถึง 6,000 บาท ถ้าทำนาได้ผลผลิต ไม่ถึง 1 ตันต่อไร่ ก็ขาดทุนแล้ว ส่วนใหญ่ชาวนาจะได้ผลผลิตไร่ละ 80 ถังต่อ 1 ไร่
วันนี้พวกเราตัวแทนเกษตรกร ชาวนา ได้มายื่นหนังสือ เพี่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามข้อเรียกร้องของชาวนา
- ให้ทางรัฐบาลรับประกันราคาข้าว หรือจำนำราคาข้าว อยู่ที่ตันละ 11,000
- ให้ตั้งงบประมาณเยียวยาให้กับพื้นที่ทุ่งรับน้ำ
ในการนี้ขอให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือดำเนินการ ให้ชาวพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย