เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

“ทรัมป์-คิม” บันทึกประวัติศาสตร์ ปูทาง “ปลดนิวเคลียร์”

14 มิ.ย. 2561 | 09:09น.

12 มิถุนายน 2561 เป็นอีกวันที่หน้าประวัติศาสตร์โลกต้องจารึก เมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และ “คิม จอง-อึน” ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ เดินทางมาพบกันที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐอเมริกา-เกาหลีเหนือ

แม้ว่าระหว่างทางก่อนจะได้พบกันจะขลุก ๆ ขลัก ๆ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายต่างแถลงการณ์ประณามใส่กันเป็นพัก ๆ รวมถึงทรัมป์ก็ไม่พอใจที่เกาหลีเหนือวิจารณ์รองประธานาธิบดีสหรัฐเสียหาย ถึงกลับลั่นวาจาจะไม่ไปพบผู้นำคิมตามนัดร้อนถึง “มุน แจ-อิน” ปธน.เกาหลีใต้ต้องเข้ามาเป็นกาวใจ

อย่างไรก็ตาม การพบกันครั้งสำคัญของ 2 ผู้นำ เป็นไปได้ด้วยดี นับตั้งแต่การเดินออกมายืนจับมือกันต่อหน้าสื่อมวลชนเวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์) ซีเอ็นเอ็นรายงานวิเคราะห์ภาษากายของ 2 ผู้นำคนดังว่าดูเป็นไปในทางบวก คือทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร ขณะที่ทรัมป์เอื้อมมือจับช่วงแขนด้านบนของผู้นำคิม และยกนิ้วโป้งให้ผู้นำคิมอีกด้วย

การประชุมเริ่มต้นขึ้นด้วยการพูดคุยแบบตัวต่อตัวเป็นเวลา 45 นาที โดยมีเพียงล่ามติดตามฝ่ายละคนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การพูดคุยตัวต่อตัวน่าจะไม่มีความหมายอะไรมาก เป็นแค่พิธีการหนึ่งเท่านั้น เพราะแม้จะมีเวลา 45 นาที

แต่เนื่องจากมีล่ามในการแปลทำให้เวลาในการพูดคุยจริง ๆ ถูกหารลงครึ่งหนึ่งหลังจากนั้นเป็นการหารือระดับทวิภาคีระหว่าง 2 คณะ ต่อด้วยการรับประทานอาหาร และการลงนามข้อตกลงเพื่อความร่วมมือ โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลง

ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองได้กล่าวสั้น ๆ ภายหลังลงนาม โดยทรัมป์ระบุว่า กระบวนการรื้อถอนนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีจะเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว และการเจรจาครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง เขารู้สึกได้ว่าคิม จอง-อึน คือผู้นำที่เปี่ยมความสามารถและรักประเทศบ้านเกิดตนอย่างแท้จริง และได้ตอบคำถามนักข่าวในห้องลงนาม ที่ถามว่า จะเชิญผู้นำคิมเยือนทำเนียบขาวหรือไม่? คำตอบของทรัมป์คือ “แน่นอน ผมจะเชิญเขา”

“เราตกลงที่จะทำงานร่วมกันมากขึ้น เราภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ และเชื่อว่าสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีจะเปลี่ยนไปมากจากวันนี้เป็นต้นไป ผมเชื่อว่าการทำงานร่วมกันของเราจะดีกว่าที่ใครคาดคิด และเราจะพบกันอีกแน่นอน”

ขณะที่ “คิม จอง-อึน” กล่าวผ่านล่ามว่าการพบกันในวันนี้ เราต่างตัดสินใจทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง และจะลงนามสัญญาการประชุมร่วมกัน โลกจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง และอยากจะขอบคุณผู้นำสหรัฐที่ทำให้การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้น

ทั้งนี้ภายหลังการลงนาม ผู้นำเกาหลีเหนือได้เดินทางกลับทันที ขณะที่ทรัมป์อยู่ต่อเพื่อแถลงข่าวกับสื่อมวลชน โดยระบุถึงประเด็นน่าสนใจถึงการพิจารณายุติซ้อมรบทางการทหารของสหรัฐที่ฐานทัพเกาหลีใต้ ที่ทรัมป์เรียกว่า “สงครามเกม” ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้นำคิม วิจารณ์รัฐบาลวอชิงตันว่าเป็นการยั่วยุที่มิอาจรับได้

โดยทรัมป์ระบุว่า หากการเจรจาและการกระชับความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือเป็นไปตามที่สัญญากันไว้ ก็จะมีการถอนกองทัพอเมริกาออกจากเกาหลีใต้ ตามที่ประกาศไว้เพราะจะช่วยประหยัดงบประมาณของสหรัฐได้มหาศาล แต่ก็จะเป็นขั้นตอนท้าย ๆ

ทรัมป์ย้ำว่า นอกจาก “สงครามบนคาบสมุทรเกาหลี” จะจบลงแล้ว มาตรการคว่ำบาตรต่าง ๆ จากนานาชาติก็จะจบลงด้วย หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างโครงการทดสอบขีปนาวุธ ซึ่งสหรัฐจะพยายามอย่างหนักเพื่อให้เกาหลีเหนือยกเลิกโครงการขีปนาวุธโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่อาจจะต้องใช้เวลานาน

ขณะที่ทำเนียบเกาหลีใต้ได้เผยภาพ “มุน แจ-อิน” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พร้อมรอยยิ้มยินดีเมื่อทรัมป์และคิมจับมือกันครั้งแรก ด้าน “หวัง ยี่” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีน ออกแถลงการณ์ชื่นชมการประชุมในครั้งนี้ โดยภาพรวมถือว่าประสบความสำเร็จ

นักวิเคราะห์จากสิงคโปร์ มองสเต็ปต่อไปว่า หลังสิ้นสุดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ สหรัฐน่าจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจเกาหลีเหนือตามที่ “ไมค์ ปอมเปโอ” รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ สัญญาเมื่อครั้งเดินทางเยือนเกาหลีเหนือ ว่า หากเกาหลีเหนือยอมปลดอาวุธนิวเคลียร์ วอชิงตันจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจเกาหลีเหนือให้ดีขึ้น หรือเทียบเท่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม มีหลายฝ่าย ไม่เชื่อว่าเกาหลีเหนือจะปลดนิวเคลียร์ตามสัญญา เนื่องจากนิวเคลียร์ถือเป็นความมั่นคงหนึ่งเดียวที่เกาหลีเหนือมีอยู่บนคาบสมุทร และสามารถใช้ต่อรองกับนานาชาติได้ หรือไม่เกาหลีเหนืออาจจะยอมยื่นหมูยื่นแมว โดยระงับโครงการทดลองขีปนาวุธแต่ไม่ถึงขั้นรื้อถอน โดยที่สหรัฐจะต้องช่วยเหลือเกาหลีเหนืออย่างเต็มกำลังในด้านเศรษฐกิจ

“อดัม เมาท์” นักวิจัยอาวุโสของสภานักวิทยาศาสตร์อเมริกัน ให้ความเห็นต่อซีเอ็นเอ็นว่า ข้อตกลงในการรื้อถอนนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐ-เกาหลีเหนือ ที่เพิ่งลงนามนี้ ถือว่า “เข้มข้นน้อยกว่า” คำสัญญาที่เกาหลีเหนือเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้กับเกาหลีใต้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะอย่างน้อยทั้ง 2 ฝ่ายยังเห็นร่วมกันในการปลดนิวเคลียร์

ขณะที่ นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพบปะระหว่างผู้นำสหรัฐและผู้นำเกาหลีเหนือจะส่งผลดีต่อบรรยากาศการค้าระหว่างประเทศดีขึ้น ซึ่งอาจทำให้ไทยมีโอกาสขยายการค้าไปเกาหลีเหนือได้