ในโอกาสที่ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะเยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศสในระหว่างวันที่ 19-26 มิถุนายนนี้ หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการเข้าสายการผลิต “Airbus” พร้อมทั้งหารือกับ นาย Guillaume Faury ประธานบริษัท Airbus Commercial Aircraft ที่ประเทศฝรั่งเศส โดย Airbus เป็น 1 ในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะเข้ามาลงทุนโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภาในพื้นที่ EEC
โดยในโอกาสนี้ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ร่วมคณะไปด้วย เนื่องจาก Airbus เพิ่งลงนามร่วมกับ จิสด้า ภายใต้โครงการพัฒนาดาวเทียม ธีออส 2 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ดาวเทียมดวงใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นถือเป็นความหวังพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยอย่างไร
ภาพรวมโครงการธีออส 2
ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อธิบายว่า จิสด้าได้รับหน้าที่เดินหน้าโครงการธีออส 2 เพื่อสานต่อภารกิจจากดาวเทียมไทยโชตที่หมดอายุการใช้งาน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ฉะนั้น ธีออส 2 จึงไม่ใช่แค่การจัดหาดาวเทียม แต่เป็นการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานต่าง ๆ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อให้ประเทศไทยในอนาคตได้มีระบบวางแผน ตัดสินใจ ติดตาม วิเคราะห์ และรายงานข้อมูลสถานการณ์เชิงพื้นที่ของประเทศอย่างละเอียด ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการในทุกพื้นที่ของประเทศมีประสิทธิภาพและเท่าเทียมกัน ภายใต้ระบบที่เป็นเอกภาพ (AIP) ซึ่งระบบนี้เป็นมาตรฐานอันดับต้นของโลกที่ไทยกำลังทำเป็นประเทศแรกของโลก
วางระบบ AIP Platform
ระบบ AIP platform หรือ actionable intelligence policy หรือรองรับติดตามตรวจสอบแทนสมองมนุษย์รูปแบบ big data ซึ่งสามารถให้ข้อมูลแม่นยำได้ทันเวลา ครอบคลุม ข้อมูล 6 ด้าน
1.ด้านการจัดการเกษตร เพื่อให้วางแผนการเพาะปลูก ลดปัญหาการขาดทุน 2.ด้านการจัดการน้ำ 3.ด้านการจัดการภัยพิบัติ 4.ด้านความมั่นคงของรัฐและสังคม 5.การรักษาความสงบภายในประเทศและชายแดน และ 6.ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
การจับมือแอร์บัส
จิสด้า ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับแอร์บัส ในโครงการพัฒนาระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา หรือโครงการธีออส 2 โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการรวม 60 เดือน(ปี 2561-2565) หรือ 5 ปีนับจากนี้ ภายใต้มูลค่ารวมประมาณ 6,900 ล้านบาท และหลังจากนี้จะมีจัดคิกออฟมีตติ้ง (Kick off Meeting) เพื่อประชุมร่วมกันใน 30 วัน ที่จะกำหนดรายละเอียด เงื่อนไขด้านต่าง ๆ การเตรียมการทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ภายหลังจากเยือนฝรั่งเศส แต่คร่าว ๆ นั้นระยะแรกจะนำมาพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ. และจังหวัดน่าน S พื้นที่ sandbox เราเริ่มจาก 2 พื้นที่นี้ก่อน เพราะมีกฎหมายพิเศษสามารถดำเนินการได้แต่ต้องอยู่ในกรอบ
แผนดำเนินงาน เรากำหนดว่าภายในปีแรกจะสร้างต้นแบบออกมาเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาดาวเทียม และคาดว่าจะสร้างธีออส 2 ได้เสร็จภายใน 4 ปีข้างหน้า พร้อมกับต้องทดลองและสามารถทดสอบ ก่อนที่จะมีการใช้งานจริง โดยดาวเทียมจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยและธุรกิจอากาศยาน
แผนการดำเนินงานระยะสั้น-ยาว
ตามความร่วมมือการสร้างดาวเทียมธีออส 2 จะต้องมีการสร้างดาวเทียมดวงเล็กขึ้นมา 1 ดวง ขนาด 50-100 กิโลกรัมก่อน โดยเป็นดาวเทียมสำรวจที่จะสร้างควบคู่ขึ้นมาผ่านการร่วมมือกับแอร์บัส ประเทศฝรั่งเศส พร้อมกับการสร้างบุคลากรด้านดาวเทียมของไทย แต่เราต้องส่งคนไปที่ฝรั่งเศสเพื่อฝึกแล้วมาทดสอบ จากซบุคลากรเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พระนคร บางมด ที่มีบุคลากรที่มีพื้นฐานแน่นและมีความสามารถ ศักยภาพพร้อม เราจึงมีโครงการที่จะคัดเลือกบุคลากรและส่งคนไทยจำนวน 20 คน เป็นเชิงลึกจริง ๆ จะเน้นด้านวิศวกรรมดาวเทียม ซอฟต์แวร์ วิจัยพัฒนา หากมองอย่างธีออส 1 เรามีคนเยอะกว่า 150-200 คน แต่ธีออส 2 เราต้องการจำกัดคน และจะปรับให้เน้นการปฏิบัติมาต่อยอด และระดับผู้ใช้งานเป็นโครงการระยะสั้น ถึงลองเทอม จากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องไปเรียนรู้ที่แอร์บัส ประเทศฝรั่งเศส เป็นระยะเวลา 1 ปีก่อนที่จะกลับมาไทย เพื่อร่วมสร้างดาวเทียมขนาดเล็ก และจะเห็นได้ว่าขณะนี้มีการประกอบและสร้างชิ้นส่วนอากาศยานในพื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ดังนั้นพอเรามีเทคโนโลยีดาวเทียมเราสามารถจะทำคู่ขนานไปได้ เป็นครั้งแรกที่เราสร้างเครื่องมือพื้นฐาน ซึ่งผมมองว่าคนไทยเรานี่แหละมีศักยภาพมาก ๆ แต่เราต้องต่อยอดให้ได้ เราทำได้
ธีออส 2 ครอบคลุมทุกมิติ
ดาวเทียมธีออส 2 เป็นโครงการระดับประเทศ ซึ่งจะครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นป้องกันการรุกราน ซึ่งตรงนี้จะใช้กลไกการทหาร แต่ที่สำคัญคือไม่ได้ใช้เฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง เพราะทหารทำงานเชิงสันติ บางอย่างเป็นเรื่องของอวกาศ เช่น ขยะอวกาศ ก็สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ แม้ขยะอวกาศจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยไกลตัวแต่นับว่าสำคัญเพราะเราไม่รู้เลยว่ามีดาวเทียมจำนวนมากบนอวกาศ ดังนั้นธีออส 2 จึงสำคัญในทุกมิติ และโดยเฉพาะไทยอยู่ภายใต้องค์การนาซ่าที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับทุกด้านอวกาศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
ดร.อานนท์สรุปว่า ต้องบอกก่อนว่าหลายประเทศพัฒนาไปไกลมาก น้อยคนนักจะรู้ว่า ไทยอยู่อันดับ 54 ของโลกด้านอุตสาหกรรมอวกาศ และจริง ๆ แล้วเราอยู่ในอันดับ 4 ของอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เพราะฉะนั้นแล้วเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรรีรอ ไทยจะต้องได้ใช้ในปีนี้แน่ ต้องเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของชาติ