เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

รายงานสอบสวนการค้า ชี้ชะตาสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ปักกิ่งส่งบทความหวังเปลี่ยนลิขิตทรัมป์

02 เม.ย. 2568 | 15:28น.

5 ปีก่อน สี จิ้นผิง ผู้นำจีนบรรลุดีลการค้ากับโดนัลด์ ทรัมป์ ตอนดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยแรก และในขณะนี้เจ้าหน้าที่สหรัฐมีกำหนดส่งรายงานผลการสอบสวน 2 เดือน เกี่ยวกับการปฏิบัติตามดีลเฟสแรกของจีนที่กำหนดให้จีนซื้อสินค้าสหรัฐเพิ่ม 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.8 ล้านล้านบาท) เพื่อแก้ไขการค้าที่ไม่เป็นธรรมและไม่สมดุล ซึ่งหากดูตามตัวเลขทางการแล้ว แสดงว่า จีนพลาดเป้า โดยจีนนำเข้าเพียงราว 63% ของเป้าหมาย

นอกจากนี้ หัวหน้าการค้าสหรัฐจะประเมินประเด็นปัญหาอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการถอนจีนออกจากสถานะการค้าปกติ เหล่านี้เป็นความเคลื่อนไหวที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนบอกว่าเทียบเท่าการเก็บภาษีจีน 30%

การทบทวนตรวจสอบตาม “นโยบายการค้าของอเมริกาต้องมาก่อน (The America First Trade Policy)” ซึ่งทรัมป์สั่งการในวันแรกที่กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งสมัยสอง อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาเกี่ยวกับอนาคตของความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนที่มีมูลค่า 690,000 ล้านดอลลาร์ (23.5 ล้านล้านบาท) ในปีที่แล้ว ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ จะเผยแพร่รายงานผลการสืบค้นข้อเท็จจริงทางออนไลน์หรือไม่ หรือจะนำเสนอเป็นการส่วนตัวต่อทำเนียบขาวแทน โดยคำแนะนำในรายงานจะนำไปใช้ในการตัดสินใจด้านภาษีศุลกากรและนโยบายอื่น ๆ ในอนาคต

เหอ เว่ยเหวิน อดีตที่ปรึกษาด้านการค้าประจำคณะผู้แทนทางการทูตจีนในนครนิวยอร์กและซานฟรานซิสโก กล่าวว่า ทรัมป์จะใช้ผลการตรวจสอบเป็นภัยคุกคามเพื่อกำหนดภาษีศุลกากรเพิ่มเติมต่อจีน หากสหรัฐเพิกถอนสถานะการค้าปกติถาวรของจีน นั่นก็เพียงพอที่จะทำลายการค้าได้แล้ว

รายงานมีกำหนดส่งเดดไลน์ 1 เมษายน หนึ่งวันก่อนการเรียกเก็บภาษีต่างตอบโต้ต่อหุ้นส่วนการค้าสหรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มรวมถึงจีนที่ทรัมป์เตรียมประกาศในสวนกุหลาบของทำเนียบขาวในวันถัดมา คือ 2 เมษายน เวลาราว 16.00 น. ซึ่งตรงกับ 3 เมษายน เวลาไทย และในวันเสาร์นี้ (5 เมษายน) ถึงกำหนดเส้นตายที่บริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance Ltd.) บริษัทเทคโนโลยีจีนจะต้องบรรลุข้อตกลงในการโอนแพลตฟอร์มวิดีโอติ๊กต๊อก (TikTok) ให้บริษัทอเมริกัน เนื่องจากสหรัฐกังวลเรื่องความมั่นคงของชาติ โดยทรัมป์ได้ยื่นทางเลือกในการลดภาษีนำเข้าเพื่อแลกกับการที่รัฐบาลจีนสนับสนุนดีลติ๊กต๊อกดังกล่าว

“สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์ที่สำคัญที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนนับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง” นายคริสโตเฟอร์ เบดดอร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยจีน ที่เจฟกัล ดราก้อนโนมิกส์ (Gavekal Dragonomics) บริษัทวิจัยเศรษฐกิจระดับโลกในฮ่องกงกล่าว “เคสเบสิกคือ ในที่สุดแล้ว ข้อตกลงนี้จะจบลงด้วยข้อตกลงที่ดูเหมือนเป็นการหยุดยิงชั่วคราวมากกว่าข้อตกลงใหญ่”

เจ้าหน้าที่ของประเทศจีนเตือน นายจามีสัน กรีเออร์ หัวหน้าฝ่ายการค้าของสหรัฐ ในการหารือทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลจีนจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดหากทรัมป์กดดันต่อไปด้วยมาตรการภาษีต่างตอบโต้ ซึ่งนั่นจะนำไปสู่การหารือที่ตึงเครียดเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน เพื่อร่วมประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ในเดือนนี้ ซึ่งจะทำให้พวกเขามีโอกาสได้พูดคุยแบบตัวต่อตัวกับทีมงานของทรัมป์เป็นครั้งแรก

นักเศรษฐศาสตร์ของซิตี กรุ๊ป (Citigroup Inc.) ระบุว่า แม้ว่าภาษีศุลกากรต่างตอบโต้หรือตามเซ็กเตอร์อาจมีความเกี่ยวข้องน้อยลงสำหรับจีน แต่การทบทวนนโยบายการค้าตามนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนเพียงลำพัง อาจนำไปสู่การขึ้นภาษีศุลกากรอีก 10-20% กับจีน ก่อนที่จะตกลงเจรจาจนสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

บรรดานักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้กล่าวอีกว่ารัฐบาลจีนจะตอบสนองด้วยวิธีที่ยับยั้งชั่งใจและจำกัดขอบเขต เช่น การกำหนดภาษีศุลกากรแบบกำหนดเป้าหมายกับสินค้าของสหรัฐมากขึ้น การขยายการควบคุมการส่งออกแร่ที่สำคัญ การเพิ่มบริษัทอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศเข้าไปในรายชื่อนิติบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ และการสอบสวนการดำเนินงานในจีนของบริษัทสหรัฐ

การเจรจาใด ๆ ก็ตามน่าจะเป็นการเริ่มต้นกระบวนการที่ยาวนาน ซึ่งในสงครามการค้าครั้งแรก การเจรจาก็ยืดเยื้อมาหลายปี ทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วน และสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการตัดสินใจลงทุนซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตของทั้งสองประเทศ ข้อตกลงสุดท้ายทำให้จีนต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อพยายามแก้ไขความไม่สมดุลทางการค้ากับสหรัฐ แต่ข้อตกลงล่มเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 ในเวลาไม่นาน ซึ่งหลังจากนั้นทำให้การค้าโลกพลิกผัน

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ของ Citigroup มีมุมมองในแง่ลบน้อยลง โดยกล่าวว่าข้อตกลง “ระยะที่สอง” ยังคงเป็นไปได้ในแผนระยะกลาง สหรัฐอาจมีจุดยืนที่อ่อนลง เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการเติบโต และผู้กำหนดนโยบายของจีนอาจตกลงประนีประนอม เช่น การปรับปรุงการควบคุมยาเสพติด ที่ทรัมป์ต้องการให้จีนจัดการการหลั่งไหลของเฟนทานิลและการซื้อสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานบทความที่เผยแพร่ในพีเพิล เดลี่ (People’s Daily) เมื่อวันพุธที่ 2 เมษายนระบุว่า การนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐนำมาซึ่ง “ผลประโยชน์ที่จับต้องได้” สำหรับทั้งสองฝ่าย โดยตอบสนองความต้องการของจีนและเพิ่มรายได้ของเกษตรกรสหรัฐ ทั้งนี้ บทความดังกล่าวให้เครดิตผู้เขียน Zhong Sheng ซึ่งเป็นคำพ้องเสียงในภาษาจีนที่หมายถึง “เสียงของจีน” ซึ่งมักใช้เพื่อกำหนดมุมมองนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลจีน

บทความนี้เป็นบทความที่สองในชุดบทความวิจารณ์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งดูเหมือนว่าจะตรงกับเวลาที่ประธานาธิบดีสหรัฐมีแผนที่จะเก็บภาษีต่างตอบโต้ในวันที่ 2 เมษายน

“บทความนี้ดูเหมือนจะเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายของจีนในการหลีกเลี่ยงการกำหนดภาษีศุลกากรของทรัมป์ต่อจีน โดยหวังว่าจะเปลี่ยนใจได้” จอห์น กง อดีตที่ปรึกษากระทรวงพาณิชย์ของจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์ในกรุงปักกิ่ง กล่าว แต่เขาคิดว่าบทความนี้ยังคงไม่ได้รับการตอบรับจากทรัมป์

ในส่วนบทความแรกระบุว่า บริษัทเทสลาและแอปเปิล เป็นตัวอย่างของตลาดและศักยภาพด้านการผลิตที่กว้างใหญ่ของจีนที่ทำให้จีนกลายเป็นพันธมิตรที่ขาดไม่ได้ของบริษัทสหรัฐ บทความดังกล่าวใช้โทนการปรองดอง โดยเรียกร้องให้จีนและสหรัฐร่วมมือกันมากขึ้น แม้ว่าจะมีคู่แข่งก็ตาม

อีกประเด็นหนึ่งที่มีการสอบสวนคือการปั่นค่าเงิน จีนถูกนักการเมืองสหรัฐกล่าวหามานานแล้วว่ารักษาระดับค่าเงินหยวนเทียบกับดอลลาร์ให้ต่ำอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ส่งออก แต่เช่นเดียวกับภาษีนำเข้า ครั้งนี้ จีนจะไม่ใช่ประเทศเดียวที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบ โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐได้เพิ่มเกาหลีใต้ใน “รายชื่อติดตามการตรวจสอบ” สำหรับการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และเยอรมนี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กำแพงภาษี จีน ทรัมป์