เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
Politics สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
Finance โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
Biz Movement RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
สามัญสำนึก ‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ดูทั้งหมด

รมว.คลังระดมทีมเศรษฐกิจ-เอกชน ถกแผนการค้า เจรจาภาษีทรัมป์

04 เม.ย. 2568 | 10:33น.

พิชัยร่วมประชุมหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ถกแผนปรับสมดุลการค้าสหรัฐ ลุยนำเข้าสินค้ามากขึ้นเพื่อมาผลิตและส่งออก คาด 2-3 สัปดาห์บินเจรจาปมขึ้นภาษีตอบโต้ 36% สมมุติหากไม่มีแผนรองรับจะกระทบจีดีพีไทย 1%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศเก็บภาษีพื้นฐาน (Baseline Tariff) ในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดที่เข้าสู่สหรัฐ และภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับอีกหลายสิบประเทศ

ด้านประเทศไทยถูกเก็บถึง 36% ว่าเนื่องจากได้หารือกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อช่วงเช้า จึงได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาปัญหาที่แท้จริงว่าสหรัฐอเมริกาต้องการอะไร

“เรารู้ว่าวันนี้อเมริกาเสียเปรียบดุลการค้าคนทั่วโลก เนื่องจากนําเข้ามากกว่าส่งออก และไม่สามารถส่งออกไปประเทศคู่ค้าได้ ซึ่งประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้าของสหรัฐอยู่ที่ 40,000 กว่าล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.3-1.4 ล้านล้านบาท” นายพิชัยกล่าว

ขณะที่ประเทศไทยส่งออกอยู่ที่ 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้มียอดเกินดุลการค้า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่า 70% จึงทำให้ทางสหรัฐต้องการที่จะเพิ่มภาษีตอบโต้ เพื่อให้ประเทศคู้ค้าส่งออกน้อยลง และรับสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น หากไทยจะลดการส่งออกไปสหรัฐ ซึ่งพื้นฐานสำคัญของประเทศคือการส่งออกต้องเข้มแข็ง ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่มีการตอบโต้การประกาศขึ้นภาษีดังกล่าว แต่ในทางกลับกันไทยจะเป็นคู่ค้าที่ดีของสหรัฐต่อไป

โดยไทยจะใช้แนวทางเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐให้มากขึ้น ขณะเดียวกันสินค้าที่นำเข้ามาก็ต้องนำมาผลิตเพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกไปยังสหรัฐให้มากขึ้น เพื่อปรับสมดุลการค้า หรือทำให้ดุลการค้าที่ไทยได้จากสหรัฐลดลง

หากยกตัวอย่างสินค้าที่ไทยจะนำเข้าจากสหรัฐให้มากขึ้น คือสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพดที่ไทยผลิตไม่เพียงพอ ปลาทูน่าที่ไทยเป็นผู้ผลิตปลาทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลก จึงอาจนำเข้าเพิ่ม รวมถึงเนื้อหมูจากสหรัฐ เพื่อลดช่องว่างของการได้เปรียบทางการค้า

ขณะเดียวกัน ไทยจะต้องลดกฎเกณฑ์หรือภาษีนำเข้าสินค้าที่สหรัฐมองว่าเป็นกำแพงกีดกันทางการค้า เช่น กรณีภาษีนำเข้ารถมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสันที่ตั้งกำแพงภาษีไว้สูง 60-80% ทั้ง ๆ ที่เป็นสินค้าที่ไทยมีขีดความสามารถและผลิตมานาน ซึ่งสหรัฐต้องการนำเข้ารถฮาร์ลีย์ฯ ดังนั้น กำแพงภาษีนำเข้ารถมอเตอร์ไซค์สามารถลดลงมาได้ ซึ่งคิดว่าเหลือแค่ 10% ไทยก็ยังสามารถแข่งขันได้

“อย่าให้เขาระแวงเลยก็จะดี เพราะงั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เราทําเหล่านี้ ทั้งสิ่งที่จะทํา พอจะสรุปได้ว่าเรายินดีที่จะปรับสมดุลทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาในเชิงของการนําเข้าและเพื่อส่งเสริมการส่งออก เพราะไทยยังต้องการรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้น แม้รัฐบาลยอมลดปริมาณเกินดุลการค้า เมื่ออีกทางหนึ่งเราผลักดันการส่งออกเพิ่ม ยิ่งทำให้การค้าระหว่างประเทศเพิ่มในอีกทางหนึ่ง” นายพิชัยกล่าว

ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมออกมาตรการลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐ เพราะหากไม่ดำเนินการจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทย 1% ของจีดีพี โดยข้อสรุปการหารือจะมีการทำรายละเอียดของมาตรการ และหลังจากนั้นตนจะเดินทางไปเจรจาที่สหรัฐด้วยตัวเองภายใน 2-3 สัปดาห์ โดยจากการประเมิน สมมุติว่าหากเราไม่ทำอะไร ผลกระทบจะเกิดขึ้นต่อจีดีพีที่ 1% ซึ่งจะต้องหามาตรการมารองรับในส่วนที่หายไป