‘ทรัมป์’ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ทำให้การอาบน้ำของอเมริกา กลับมายอดเยี่ยมอีกครั้ง
ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อยุติ ‘สงครามแรงดันน้ำ’ ในสมัยไบเดน-โอบามา และทำให้การอาบน้ำในอเมริกากลับมายอดเยี่ยมอีกครั้ง
เอพี (AP) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเรียกร้องให้ยุติข้อจำกัดเรื่องแรงดันน้ำของหัวฝักบัว โดยยกเลิกการจำกัดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านหัวฝักบัวต้องไหลไม่เกิน 2.5 แกลลอนต่อนาที รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น เครื่องล้างจาน เครื่องซักผ้า และโถส้วมโดยทันที เพื่อทำให้การอาบน้ำของอเมริกากลับมาดีขึ้นอีกครั้ง (make America’s showers great again) เมื่อ 9 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น
หลังจากบ่นมานานแล้วเกี่ยวกับกฎเกณฑ์อนุรักษ์น้ำสมัยใหม่ที่จำกัดการไหลของน้ำสำหรับหัวฝักบัว ทำให้เขาสระ “ผมสวย” ของตัวเองได้ยากขึ้น
ในการดำรงตำแหน่งสมัยแรก ทรัมป์สั่งให้ผ่อนปรนข้อจำกัดเกี่ยวกับหัวฝักบัว แต่อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้กลับคำสั่งดังกล่าว
ตอนนี้ ทรัมป์จะปล่อยให้น้ำไหลอีกครั้ง
“ผมชอบอาบน้ำอย่างสบายๆ ดูแลผมสวย ๆ ของผม” ทรัมป์กล่าวขณะลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่ทำเนียบขาว “ผมต้องยืนอาบน้ำ 15 นาทีจนกว่าจะเปียก เพราะน้ำไหลออกมาเป็นหยด ๆ หยด ๆ มันชวนหัว”
“สิ่งที่คุณทำคือล้างมือนานขึ้นห้าเท่า” เขากล่าวเสริม “และเราจะเปิดให้คนใช้น้ำได้”
ตามคำสั่งดังกล่าวทรัมป์ได้สั่งการให้คริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยกเลิกกฎเกณฑ์ของรัฐบาลกลาง ซึ่งทรัมป์บอกว่าเป็นกฎที่ซับซ้อนเกินไปในทันที ซึ่งเป็นกฎที่กำหนดให้คำว่า “ฝักบัว” มีความหมายใหม่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีพรรคเดโมแครต ซึ่งอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดนและบารัก โอบามา ต่างก็จำกัดการไหลของน้ำจากฝักบัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ โดยมาตรฐานดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เครื่องล้างจาน ฝักบัว ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และโถส้วมใช้พลังงานและน้ำน้อยลง
แต่กฎเกณฑ์ดังกล่าว ทำให้เครื่องใช้พื้นฐานในครัวเรือนกลายเป็นฝันร้ายจากระบบราชการ” ทำเนียบขาวระบุในเอกสาร และว่า “ฝักบัวจะไม่อ่อนแอและไร้ค่าอีกต่อไป”
สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมระบุว่า ฝักบัวคิดเป็นประมาณ 20% ของการใช้น้ำภายในบ้านเฉลี่ยของครอบครัวชาวอเมริกันในแต่ละวัน นอกจากนี้ ฝักบัวประหยัดน้ำยังช่วยประหยัดพลังงาน เนื่องจากการทำน้ำอุ่นคิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของการใช้พลังงานในบ้านโดยเฉลี่ย
แอนดรูว์ เดอลาสกี กรรมการบริหารของ ASAP (The Appliance Standards Awareness Project) ซึ่งเคลื่อนไหวรณรงค์การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพกล่าวว่า ผลรีวิวการใช้ของผู้บริโภคแสดงว่าฝักบัวส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ในปัจจุบันนั้น “ให้การอาบน้ำที่ดี” ดังนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรที่จะต้องแก้ไขหัวฝักบัวที่ใช้อยู่ทุกวันนี้
เขากล่าวอีกว่า คำสั่งของทรัมป์เป็นกลอุบายที่ออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายประสิทธิภาพการใช้พลังงานปี 1992 และเขาทำนายผลครั้งนี้ว่าจะให้ผลที่คล้ายคลึงกันกับการผ่อนปรนข้อจำกัดในสมัยแรกของทรัมป์ เมื่อไม่มีผู้ผลิตหัวฝักบัวรายใหญ่รายใดเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ของตนอย่างมีนัยสำคัญ