เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
ดูทั้งหมด

ราคาเมล็ดกาแฟพุ่งสูงสุดในรอบ 65 ปี เครื่องดื่มประจำวันที่ไม่ธรรมดา

14 พ.ค. 2568 | 07:36น.
expensive coffee
คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : Bnomics : ธนาคารกรุงเทพ

ในศตวรรษที่ 19-20 “กาแฟ” กลายเป็น “สินค้าส่งออกหลัก” ของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในละตินอเมริกา เช่น บราซิล และโคลอมเบีย ส่วนเวียดนามเพิ่งเข้าสู่วงการผู้ผลิตในช่วง 1990 และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกโรบัสต้าอันดับหนึ่งของโลก

ขณะที่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ราคาเมล็ดกาแฟในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้ส่งผลกระทบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เกษตรกรในประเทศผู้ผลิต ไปจนถึงมนุษย์เงินเดือนในเมืองที่ “กาแฟเช้า” กลายเป็นต้นทุนประจำวัน

ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคากาแฟพุ่งสูง

“สภาพอากาศ” แปรปรวนรุนแรง ปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญา ทำให้เกิดภัยแล้งและฝนตกผิดฤดูกาลในประเทศผู้ผลิตหลักอย่างบราซิล (ผู้นำด้านอราบิก้า) และเวียดนาม (ผู้นำด้านโรบัสต้า) ทำให้ผลผลิตลดลง และคุณภาพเมล็ดกาแฟแปรปรวน

“ความต้องการบริโภค” เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย และตะวันออกกลาง มีชนชั้นกลางที่หันมาดื่มกาแฟมากขึ้น รวมถึงคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ ที่กาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงานที่เร่งรีบ

ผลลัพธ์จาก อุปทานเพิ่ม-อุปสงค์ลด = ราคาเพิ่ม

จากข้อมูลล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2568
-อราบิก้า อยู่ที่ 9.04 USD/kg สูงสุดในรอบ 65 ปี
-โรบัสต้า อยู่ที่ 5.81 USD/kg สูงสุดในรอบ 48 ปี

กาแฟจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่สะท้อนแรงกดดันจากทั้งภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน

นำเข้า-ส่งออกกาแฟไทย
สำหรับภาพรวมการนำเข้าและส่งออกกาแฟของไทย : จากผู้แปรรูปสู่โอกาสในห่วงโซ่มูลค่า

ส่งออก :

-กาแฟดิบ 4.1 ล้านดอลลาร์ (723 ตัน) ส่งออกไปมาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐ
-กาแฟคั่ว 4.8 ล้านดอลลาร์ (449 ตัน) ส่งไปกัมพูชา จีน ญี่ปุ่น
-กาแฟสำเร็จรูป 145.1 ล้านดอลลาร์ (26,547 ตัน) ครองตลาดกัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย

นำเข้า :

-กาแฟดิบ 244.6 ล้านดอลลาร์ (61,297 ตัน) นำเข้าหลักจากเวียดนาม ลาว และอินโดนีเซีย
-กาแฟคั่ว 26.8 ล้านดอลลาร์ (1,746 ตัน) มาจากมาเลเซีย สวิตเซอร์แลนด์ และเวียดนาม
-กาแฟสำเร็จรูป 170.9 ล้านดอลลาร์ (18,483 ตัน) นำเข้าจากมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย

โครงสร้างนำข้า-ส่งออกนี้สะท้อนว่า ไทย “นำเข้ากาแฟดิบ-คั่วจำนวนมาก เพื่อนำมาแปรรูป” และส่งออกในรูปแบบกาแฟสำเร็จรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า นี่คือจุดแข็งของไทยในฐานะผู้แปรรูปเชิงอุตสาหกรรม

ผลกระทบต่อผู้บริโภค : เมื่อราคากาแฟแพงขึ้น ไม่ใช่ทุกคนที่รับมือได้เท่ากัน

ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตกาแฟทั้งแบบผงสำเร็จรูปและเครื่องดื่มพร้อมดื่ม ได้ทยอยปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกาแฟผงสำเร็จรูปปรับเพิ่มอีก 5% โดยมีผลตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2568 ขณะที่เครื่องดื่มกาแฟบรรจุกระป๋องมีแผนปรับขึ้นราคาเฉลี่ย 2 บาทต่อกระป๋อง (จาก 15 เป็น 17 บาท) ตั้งแต่มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

แม้ผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาที่สูงขึ้น แต่สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ อาจถือเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ หากสามารถเชื่อมโยงกับตลาดที่ต้องการเมล็ดคุณภาพสูงได้โดยตรง

ร้านกาแฟขนาดใหญ่ที่มีแบรนด์และระบบสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า อาจสามารถตรึงราคาได้ชั่วคราว แต่หากราคาตลาดยังสูงต่อเนื่อง กำไรสะสมก็อาจหายไป ขณะที่ร้านขนาดเล็กซึ่งมักไม่มีอำนาจต่อรองในระบบซัพพลายเชน อาจต้องเลือกทางรอดด้วยการลดขนาดแก้ว หยุดโปรโมชั่น หรือปรับราคาขึ้นบางเมนูแทน

เรื่องไม่ลับ แต่คนไม่รู้

1.กาแฟ กับ “ภาษีคาร์บอน” และ Climate Trade War

เมล็ดกาแฟส่วนใหญ่ปลูกในประเทศแถบร้อน แต่บริโภคในประเทศที่มีรายได้สูงและอุณหภูมิเย็นกว่า หากยุโรป หรือสหรัฐเริ่มบังคับใช้ภาษีคาร์บอนชายแดน (CBAM) กับสินค้าเกษตร กาแฟก็มีแนวโน้มจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเป้าหมาย

ประเทศผู้ผลิตกาแฟจำนวนมากมีคาร์บอนฟุตพรินต์สูง เพราะยังใช้วิธีปลูกแบบดั้งเดิม ใช้ปุ๋ยเคมี และยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสีเขียวได้เท่าประเทศพัฒนาแล้ว

ดังนั้น ภาระต้นทุนจึงอาจเพิ่มขึ้นจาก “มาตรฐานความยั่งยืนที่คนอื่นเป็นผู้กำหนด”

นี่คือ “ความเหลื่อมล้ำเชิงสภาพภูมิอากาศ” ที่ซ่อนอยู่ในแก้วกาแฟ ระหว่างประเทศที่ปลูกมากที่สุด กับประเทศที่บริโภคมากที่สุด

2.กาแฟ กับ “Giffen Goods” ยิ่งแพง ยิ่งต้องซื้อ ?

แม้ราคากาแฟจะพุ่งสูงในปีที่ผ่านมา แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคบางกลุ่มกลับไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานในเมืองที่กาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่มักถูกมองว่าเป็น “ต้นทุน” ในการมีสติิ

การลดค่าใช้จ่ายจากมื้อกลางวัน หรือความบันเทิง อาจทำได้ก่อน แต่ “กาแฟเช้า” ยังจำเป็นต่อประสิทธิภาพการทำงานอยู่มาก พฤติกรรมนี้สะท้อนลักษณะของสินค้าประเภท Giffen : ยิ่งราคาแพง ยิ่งเลิกไม่ได้ เพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่เทียบเท่า

ในวัฒนธรรมการทำงานที่เร่งรีบและกดดัน “กาแฟก่อนเข้างาน” กลายเป็นพิธีกรรมเงียบ ๆ ของคนทำงาน และเป็น “ภาระจำเป็น” ทางจิตใจที่ยากจะตัดออกจากชีวิตประจำวัน

3.กาแฟ กับแรงงานที่มองไม่เห็น

ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ให้ความสำคัญกับรสชาติ แหล่งที่มา และกระบวนการคั่วอย่างพิถีพิถัน แต่เบื้องหลังเมล็ดกาแฟจากแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ ยังมีฟาร์มจำนวนไม่น้อยที่พึ่งพาแรงงานต่ำกว่าเกณฑ์ หรือแม้แต่แรงงานเด็ก

คนเมืองที่ดื่มกาแฟจากเคนยา อาจไม่รู้ว่ามี “แรงงานไร้เสียง” อยู่เบื้องหลังแก้วกาแฟของตน การดื่มกาแฟที่ดูหรูหราในร้านพิเศษ อาจกลายเป็นการสนับสนุนโครงสร้างแรงงานที่ไม่เป็นธรรมโดยไม่ตั้งใจ หากไม่มีระบบรับรอง เช่น Fair Trade หรือการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ความยั่งยืนที่ผู้บริโภคเชื่อ อาจเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา

4.กาแฟกับ Geopolitics : ใครคุมเส้นทางเมล็ดกาแฟโลก ?

ห่วงโซ่อุปทานกาแฟโลกกระจุกตัวอยู่ในประเทศไม่กี่แห่ง เวียดนามเป็นผู้นำตลาดโรบัสต้า ขณะที่บราซิลครองตำแหน่งผู้นำอราบิก้า หากเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคใด ภาวะชะงักงันในการส่งออกอาจเกิดขึ้นได้ในทันที

สหรัฐเริ่มผลักดันการลงทุนในประเทศผู้ผลิตใหม่อย่างโคลอมเบียและเอธิโอเปีย เพื่อลดการพึ่งพาเครือข่ายการค้าเดิมที่เชื่อมโยงกับจีน ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความพยายามในการ ็ตัดจีนิ จากห่วงโซ่กาแฟ (Coffee Decoupling)

กาแฟอาจกลายเป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์” ระดับภูมิภาคมากกว่าที่เคยเป็นมา

กาแฟไทยไม่ควรเป็นเพียงสินค้าเกษตรทั่วไปอีกต่อไป ถึงเวลาเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ ให้กาแฟไทยกลายเป็น “วัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม” ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนถึงกาแฟแก้วโปรด

กาแฟไทยอาจไม่ต้องแข่งด้วยปริมาณ แต่อาจเป็น “คุณภาพ-เรื่องเล่า-ความยั่งยืน-และการปฏิบัติจริง” ที่ทำให้โลกหันมามองเราต่างจากที่เคย