นายกฯ เรียก ผบ.ตร. แจงปม ฮ.ตก เผยโครงการซื้อใหม่อิงความจำเป็น
นายกฯ เรียก ผบ.ตร.รายงานแจงปม เฮลิคอปเตอร์ตก ถามความต้องการ เผยโครงการขอซื้ออากาศยานใหม่นั้นอยู่ในแผน ตร. ต้องอิงความจำเป็น 5-10 ปีหน้า
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยภายหลังเข้าพบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบเรื่องเฮลิคอปเตอร์ตำรวจ รุ่นเบลล์ 212 ตกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อกรณีนี้ จึงเรียกตนและทีมงานเข้ามาและรายงานข้อมูล และสอบถามเกี่ยวกับความต้องการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีความต้องการอะไร ขอให้พิจารณาและนำเสนอเข้ามา
ส่วนกรณีที่พบว่าเฮลิคอปเตอร์อยู่ในสภาพไม่พร้อมบินนั้น ผบ.ตร. ระบุว่า สิ่งที่ตนและผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงเป็นอย่างแรก คือความปลอดภัยของนักบิน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความสูญเสียอย่างมาก ส่วนการแสดงความเห็นตามโซเชียล มองว่าเป็นสิทธิที่สามารถแสดงความเห็นได้แต่สิ่งต่าง ๆ ต้องมีการตรวจสอบ ทั้งหมดอยู่ที่การพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหากตรวจสอบพบว่ามีใครประพฤติมิชอบจะต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด ซึ่งช่วงบ่ายนี้ตนจะไปประชุมที่กองบินตำรวจ เพื่อให้นักบินให้ความมั่นใจในอากาศยาน
ขณะเดียวกัน ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตนได้เห็นข้อความของหนึ่งในนักบินที่เสียชีวิต สนทนากับเพื่อนว่า “เครื่องบินแทบบินไม่ได้แล้ว” ตนไม่ขอปฏิเสธ แต่ได้นำความเห็นส่งให้จเรตำรวจแห่งชาติเพื่อนำไปตรวจสอบด้วย และยืนยันว่าไม่ละเลย รวมถึงทุกความเห็นที่ตนได้รับ ได้ส่งให้จเรตำรวจตรวจสอบและ ขอให้ดูทุกประเด็น
ส่วนการขอซื้ออากาศยานใหม่นั้น อยู่ในแผนของการบริหารงาน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว แต่อยากได้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูภารกิจและความจำเป็น รวมถึงงบประมาณในสิ่งที่จะได้ รวมถึงแนวคิดในการบริหารงานจากนี้ไปซึ่งตนคิดเผื่อข้างหน้าอีก 10 ปี
ส่วนมีความต้องการอากาศยานใหม่จำนวนเท่าไหร่นั้น ขอไปดูจำนวนให้ชัดเจน ว่าของที่มีอยู่มีจำนวนเท่าไหร่ รอจำหน่ายเท่าไหร่ และอยู่ในวงการซ่อมแซมจำนวนเท่าไหร่ เพื่อมาดูความจำเป็นว่าอีก 5 ปี 10 ปี เราจำเป็นต้องต้องใช้อากาศยานจำนวนเท่าไหร่
ส่วนกรณีเพจ CSILA เปิดเผยข้อมูลว่าขณะนี้กองบินตำรวจมีเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมด 63 ลำ แต่ใช้ได้เพียง 9 ลำ และมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทุจริตซ่อมบำรุงนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ย้ำว่า มีข้อมูลจากหลายกลุ่ม แต่ต้องให้ให้ความเป็นธรรมกับผู้บริหารกองบินด้วย ว่าความจริงแล้วมีเฮลิคอปเตอร์อยู่เท่าไหร่ ใช้ได้เท่าไหร่ และใช้ไม่ได้เพราะอะไร และส่วนที่ใช้อยู่อยู่ในวงรอบการซ่อมเท่าไหร่ ซึ่งเป็นการบริหารที่ถูกแล้ว แต่หากพบว่าครบชั่วโมงบินแล้วไม่ซ่อม ไม่ดูแล แบบนี้ถือว่าละเลยหรือไม่ เป็นประเด็นที่ต้องดูมากกว่า
พร้อมย้ำว่า หากพบว่ามีการเบียดบังทุจริตจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะนี่คือชีวิตของมนุษย์ชีวิตของนักบินและผู้ร่วมปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องชีวิตคน
อย่างไรก็ตาม เรื่องการจัดซื้ออากาศยานไม่มีอยู่ในงบประมาณปี 2569 มีเพียงงบฯ เรื่องซ่อมบำรุง ซึ่งเป็นการขอตามงบประมาณปกติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว