“เนื้อโพนยางคำ GI” 500 ล้าน สุดยอดผลิตภัณฑ์ “โคขุน” จากชุมชน
“เนื้อโพนยางคำ” สุดยอดผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุนชั้นยอดจากแหล่งผลิตสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด จ.สกลนคร เดินหน้ายกระดับโต๊ะอาหารภัตตาคารทั่วไทย สร้างรายได้กว่า 400-500 ล้านบาท/ปี
นางสาววัชรี ปุกหุต สหกรณ์จังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด ถือเป็นสหกรณ์การเลี้ยงสัตว์และแปรรูปเนื้อโคระดับแนวหน้าของประเทศ มีชื่อเสียงด้านการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “เนื้อโพนยางคำ” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2523 ที่บ้านโพนยางคำ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อในพื้นที่
โครงการดังกล่าวเป็นการนำแม่พันธุ์โคพื้นเมืองไทยมาผสมกับพ่อพันธุ์สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศ ได้แก่ ชาโรเลส์และลิมูซิน จากประเทศฝรั่งเศส รวมถึงสายพันธุ์อื่น ๆ เพื่อให้ได้โคที่โตไว เนื้อนุ่ม มีไขมันแทรกที่ดีเยี่ยม จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อโคขุนโพนยางคำ
ปัจจุบันมีสมาชิก 6,210 ราย ครอบคลุมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนในพื้นที่ จ.สกลนคร นครพนม และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีมูลค่าการสร้างรายได้จากการจำหน่ายโคเนื้อและผลิตภัณฑ์แปรรูปเฉลี่ยประมาณ 400-500 ล้านบาท/ปี โดยมีปริมาณการผลิตโคขุนเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเฉลี่ยปีละกว่า 8,000-14,000 ตัว


นางสาววัชรีกล่าวต่อว่า จุดเด่นของเนื้อโคขุนโพนยางคำที่เน้นการใช้สูตรอาหารเฉพาะ ที่ผสมวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น รำข้าว ข้าวโพด และกากน้ำตาล ไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดงหรือสารเคมี ซึ่งหลังจากการเชือดเนื้อโคจะถูกนำไปบ่มในห้องเย็นที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเป็นเวลา 7-14 วัน เพื่อให้เอนไซม์ตามธรรมชาติย่อยสลายเส้นใยกล้ามเนื้อ ทำให้เนื้อมีความนุ่มและรสชาติที่ดีขึ้น
ส่วนมาตรฐานการผลิตนั้น สหกรณ์ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GPM และ HACCP และมาตรฐานฮาลาล รวมถึงการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อคุ้มครองเอกลักษณ์และคุณภาพของเนื้อในระดับสากล สร้างรายได้แก่เกษตรกรสมาชิก ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง โดยสหกรณ์ยังมีศูนย์ตัดแต่ง แปรรูป และกระจายสินค้า ทั้งเนื้อสดและเนื้อแช่แข็ง รวมถึงร้านอาหารโพนยางคำเพื่อส่งตรงถึงผู้บริโภคและภัตตาคารทั่วประเทศ

นอกจากนี้สหกรณ์ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัด โดยสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือ กพส. นำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนรับซื้อโคขุนจากเกษตรกรสมาชิก รวมถึงจัดหาวัตถุดิบและอาหารสัตว์ ทั้งยังช่วยบรรเทาภาระหนี้สินในช่วงที่สหกรณ์ประสบปัญหาวิกฤตทางธุรกิจ
ขณะเดียวกันยังได้รับงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรในกระบวนการผลิต ตลอดจนระบบห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิ เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงฆ่าและโรงแปรรูปให้ได้มาตรฐาน GMP และ HACCP นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ยังส่งเสริมวิจัยสูตรอาหารโคขุนเพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงและปรับปรุงประสิทธิภาพการสร้างไขมันแทรกในเนื้อโค และร่วมผลักดันและสนับสนุนการรับรองมาตรฐาน GI รวมถึงมีโครงการฝึกอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรสมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการฟาร์ม การตลาด และเทคโนโลยีการเลี้ยงโคยุคใหม่อยู่บ่อยครั้ง
นางสาววัชรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสหกรณ์ได้จำหน่ายหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ หรือ B2B และธุรกิจสู่ผู้บริโภคหรือ B2C มีช่องทางหน้าร้านสหกรณ์และสาขาของสหกรณ์ในกรุงเทพฯและจังหวัดใหญ่ ๆ มีผลิตภัณฑ์จำหน่ายทั้งเนื้อสดแช่เย็นและแช่แข็ง ชิ้นส่วนตัดแต่งและผลิตภัณฑ์แปรรูป ขณะเดียวกันยังจำหน่ายผ่านห้างโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วประเทศ ตลอดจนจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook Fanpage และ Line Official รวมถึงแฟลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee Lazada และแอปพลิเคชั่นจัดส่งอาหารทั่วไทยอีกด้วย