‘นมวาริช’ GI ลำดับ 7 จ.สกลนคร เล็งต่อยอดสู่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
“นมวาริช” ผลิตภัณฑ์นมโคแท้ 100% จากเทือกเขาภูพาน สินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดสกลนคร ชูจุดเด่นรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมธรรมชาติ พร้อมต่อยอดสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้อย่างยั่งยืนให้เกษตรกรในพื้นที่

นางประภัสสร คำผอง ผู้จัดการสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด จังหวัดสกลนคร เปิดเผยถึงความสำเร็จครั้งสำคัญในการผลักดัน “นมวาริช” (Waris Milk) ผลิตภัณฑ์นมโคแท้ 100% ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI (Geographical Indication) อย่างเป็นทางการว่า “นมวาริช” ถือเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดในปี 2569
ความโดดเด่นของ “นมวาริช” เริ่มต้นจากต้นน้ำที่เข้มแข็งด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เฉพาะตัว ผลิตจากน้ำนมดิบของแม่โคลูกผสมสายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน ซึ่งเลี้ยงดูตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ในพื้นที่ราบเชิงเขาและหุบเขาของเทือกเขาภูพาน อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร มีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เย็นสบายเอื้อต่อการทำเกษตรกรรม
ทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำจากเขื่อนน้ำอูนและอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหยาด ทำให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชพรรณเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยมได้ตลอดทั้งปี ปัจจัยทางธรรมชาตินี้ส่งผลให้น้ำนมดิบที่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากนมทั่วไปตามคำบอกเล่าของผู้บริโภค คือมีสีขาวนวล รสสัมผัสที่เข้มข้น รสชาติหวานละมุน และมีกลิ่นหอมสะอาดตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ สหกรณ์ยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตในทุกขั้นตอน ฟาร์มของสมาชิกต้องผ่านเกณฑ์การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของกรมปศุสัตว์ และผ่านการตรวจสอบคุณภาพและเชื้อจุลินทรีย์ทุกครั้งตามมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพื่อคัดกรองเฉพาะน้ำนมดิบคุณภาพสูงที่มีไขมันไม่น้อยกว่า 3.6% โปรตีนไม่น้อยกว่า 3% แลกโตสไม่น้อยกว่า 4.6% ของแข็งไม่รวมไขมันไม่น้อยกว่า 8.5% และของแข็งทั้งหมดไม่น้อยกว่า 12% ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปในโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ทั้ง GMP, HACCP และเครื่องหมายฮาลาล เพื่อควบคุมความสะอาด ปลอดภัย และคงคุณค่าสารอาหารอย่างครบถ้วนก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค
นางประภัสสรกล่าวต่อว่า การได้รับตราสัญลักษณ์ GI ในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในฐานะสินค้าของดีประจำจังหวัดสกลนคร เช่นเดียวกับไวน์หมากเม่าที่เป็นที่รู้จักอยู่เดิม

โดยในแง่ของการเติบโตทางธุรกิจ นมวาริชจึงเป็นแบรนด์หลักที่สร้างรายได้เคียงคู่ไปกับโครงการนมโรงเรียน ในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 20 ล้านบาท หรือ 10-15% ของการผลิตทั้งหมด และมีการขยายช่องทางการจำหน่ายต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มร้านค้าส่งขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสาน การส่งจำหน่ายในกรุงเทพมหานครผ่านร้านสุวรรณชาติในโครงการตามพระราชดำริ รวมถึงการเพิ่มความสะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ทางเพจเฟซบุ๊ก “นมตราวาริช” เพื่อส่งตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ
“ต้องการให้นมวาริชเป็นอีกหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว พร้อมเตรียมพัฒนาพื้นที่ฟาร์มโคนมของสมาชิกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตการเลี้ยงโคนมในบรรยากาศธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยทิวเขา ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีการเปิดฟาร์มให้เข้าชมและมีบริการโฮมสเตย์รองรับผู้ที่สนใจแล้ว” นางประภัสสรกล่าว