แทยอนสร้างสรรค์การแสดงสดระดับมาสเตอร์พีซ ในคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งที่หกในประเทศไทย ‘TAEYEON CONCERT – The TENSE in BANGKOK’ (แทยอน คอนเสิร์ต – เดอะ เทนส์ อิน แบงค็อก) ที่จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยการกลับมาครั้งนี้ แทยอนขึ้นแท่นเป็นศิลปินหญิงเดี่ยวเกาหลีคนแรกที่สามารถจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว ณ อิมแพ็ค อารีน่า ได้ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2
ชื่อคอนเสิร์ต ‘The TENSE’ (เดอะ เทนส์) ที่เลือกโดย TAEYEON (แทยอน) มีคอนเซปต์เกี่ยวกับคำว่า ‘กาล (Tense)’ เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครเทียบได้ของศิลปินเดี่ยวที่ครบรอบเดบิวต์ 10 ปีอย่างเธอ ผ่านเซ็ตลิสต์ที่แบ่งปันทุกช่วงเวลาอย่างครบถ้วน ทั้งอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันที่ยืนอยู่บนเวที และอนาคตที่จะก้าวไป ผสมผสานกับการเน้นไปที่ ‘ตัวของแทยอน’ พร้อมเพิ่มความพิเศษยิ่งกว่าครั้งไหน ด้วยโปรดักชันที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ อาทิ เวที 3 ชั้น, จอแอลอีดีขนาดยักษ์ สูง 10 เมตร กว้าง 46 เมตร, สายพานลำเลียงยาว 6 เมตร, ลิฟต์ 7 ตัว, เลเซอร์ 14 ตัว, ระบบควบคุมการเปลี่ยนสีแท่งไฟออฟฟิเชียล, กระดาษโปรย 8 แบบ
โดยเฉพาะลวดลายภาพวาดซองจดหมายและข้อความซึ้ง ๆ จากลายมือของ แทยอน ที่มีความหมายว่า “วันนี้ได้สร้างความทรงจำใหม่อีกครั้ง♡” “ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันในช่วงเวลานี้” “อย่าลืมนะ จดจำเอาไว้” “TAE YEON NEEDS S♡NE FOREVER” แถมเธอยังเป็นคนคิดน้ำหอมใส่กระดาษโปรยเพื่อให้ผู้ชมจดจำกลิ่นอายเฉพาะของคอนเสิร์ตนี้ ตลอดจนสเปเชียลเอฟเฟกต์ต่าง ๆ แสง สี เสียง และวงดนตรีสด ที่เติมเต็มมิติของเวทีและความเพลิดเพลินแทบทุกประสาทสัมผัส

เสียงระฆังดังกังวานผสานเสียงดนตรีสะท้อนความยิ่งใหญ่สมเกียรติ ‘โวคอล ควีน’ คนโปรดของทุกคน แทยอน ปรากฏตัวพร้อมยกความอลังการมาตั้งแต่เพลงแรก ‘Fabulous’ โชว์เสียงร้องอันเลอค่าก่อนก้าวขึ้นบันไดที่ยาวกว่า 6 เมตรอย่างสง่างาม จากนั้นวีซีอาร์สั้นก็นำเสนอตัวตนสุดมั่นใจของ แทยอน ในปัจจุบันเดินสวนกับอดีต สื่อถึงการกระทำที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกำลังจะเกิดขึ้นในปัจจุบัน เวทีถัดไปจึงเป็นเพลงเดบิวต์ที่เป็นจุดเริ่มต้นอันสวยงามในฐานะศิลปินเดี่ยว ‘I’ และผลงานล่าสุด ‘Letter To Myself’ ที่นำมาแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตามด้วยช่วงที่เปรียบดั่งสวรรค์ของผู้ชม ทั้งการประดับตกแต่งเวทีด้วยมวลหมู่ดอกไม้บวกกับเสียงร้องที่ไพเราะจับใจในเพลง ‘Blue Eyes’, ‘Make Me Love You’, ‘Heaven’ แล้วปรับอารมณ์ดำดิ่งสู่ความมืดมนราวกับนางฟ้าที่ถูกทำให้กลายเป็นปีศาจ ในเพลงที่โชว์ไลน์เต้นอันเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์อันน่าหลงใหล ‘Hot Mess’ และ ‘Cold As Hell’

ฉากที่อิมแพ็คที่สุดคือตอนที่แทยอน ยืนเปล่งประกายบนเวทียกสูงกลางปีกเหล็กขนาดใหญ่ที่บินลงมาสร้างความตื่นตาตื่นใจในเพลง ‘INVU’ เสริมด้วยการใช้โปรเจกเตอร์ฉายภาพเล่นกับเงาบนผ้าม่านโปรงแสงยาวกว่า 13 เมตร นอกจากนี้ ยังตอกย้ำความเหนือชั้นด้านเทคนิคการร้องเพลง ด้วยเวทีที่เรียบเรียงดนตรีให้อารมณ์ไม่ขาดตอนในเพลง ‘월식 (My Tragedy)’ สาดคลื่นความเศร้าแบบจัดเต็มผ่านเสียงร้องที่ทรงพลัง, ‘Melt Away’ ชวนใจละลายไปกับเสียงร้องที่มีลูกเล่นแปลกใหม่, ‘To. X’ สัมผัสเสียงร้องที่เย็นชาอย่างถึงใจ และ ‘What Do I Call You’ ตราตรึงกับทักษะการร้องยาวต่อเนื่องและเซ็ตกรอบรูปที่ลอยลงมากลางเวที

TAEYEON (แทยอน) เดินหน้าเปลี่ยนบรรยากาศช่วงสุดสัปดาห์ให้สดใสกว่าที่เคย เสิร์ฟความน่ารักในเพลงจังหวะสนุกสนานที่แฟนคลับชื่นชอบอย่าง ‘Weekend’, ‘스트레스 (Stress)’, ‘Why’, ‘바람 바람 바람 (Baram X 3)’ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงฮิตตลอดกาล ‘사계 (Four Seasons)’ รวมถึงเพลงที่มีแค่เธอเท่านั้นที่สามารถร้องออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและถ่ายทอดได้อย่างเข้าถึงทุกอารมณ์ ทั้ง ‘Disaster’, ‘Ending Credits’, ‘Time Lapse’, ‘All For Nothing’ และเพลงที่เป็นไฮไลต์อย่าง ‘Blur’ พาทุกคนทึ่งไปกับการระเบิดพลังเสียงสูงขั้นเทพ ตลอดจนการปิดม่านการแสดงด้วยเพลง ‘Curtain Call’ ที่ฉายภาพผู้ชมขึ้นเป็นพื้นหลังบนจอ และสุดท้ายกับเพลงที่แฟนคลับคิดถึง ‘U R’

แน่นอนว่า S♡NE (โซวอน : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ชาวไทยก็ทุ่มเทเตรียมโปรเจกต์มาเซอร์ไพรส์ แทยอน มากมาย ตั้งแต่การใส่ที่คาดผมเป็นรูป ‘ดอกกุหลาบ’ เพื่อบอกรัก และรูป ‘TAENGGEU’ คาแรกเตอร์ที่ออกแบบโดย แทยอน, การติดแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า “อดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่ว่าเมื่อไหร่เราก็อยู่กับ TAEYEON” “TAEYEON ขอบคุณที่ร้องเพลงนะ”, การชูป้ายที่มีข้อความว่า “10 years with TAEYEON MY LIFE IS A BEAUTY” “ALWAYS HERE, IN ALL TENSE” ไปจนถึงการแปรอักษรด้วยกล่องไฟเป็นคำว่า “소원 ❤ 태연 (S♡NE รัก TAEYEON)” “TY 만세 (TAEYEON จงเจริญ)”

การเดินทางตลอด 10 ปี ปัจจุบัน และอนาคตของศิลปินเดี่ยวแทยอน ได้ถูกร้อยเรียงออกมาอย่างเลอค่ายิ่งกว่าผลงานเอกชิ้นใด ผ่านทุกเสียงทุกการเคลื่อนไหวใน 25 บทเพลง ตลอดระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมง ที่สำคัญ ต้องขอมอบคำขอบคุณสุดพิเศษแด่ S♡NE (โซวอน) แฟนคลับอันเป็นที่รักที่คอยอยู่เคียงข้าง เชื่อใจ และสนับสนุนแทยอน ทุกช่วงเวลาเสมอมาเสมอไป นับเป็นอีกครั้งที่ แทยอน สะกดทุกสายตาของผู้ชม พร้อมพิสูจน์ให้ถึงความสามารถอันน่าจดจำในฐานะ ‘โวคอล ควีนที่ทุกคนเชื่อใจเหนือกาลเวลา’
