วิจัยกรุงศรีฯ เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค.ร่วงต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว-นโยบายภาษีสหรัฐ-ความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่วนภาคการท่องเที่ยวเปราะบาง นักท่องเที่ยวจีนร่วงเป็นอันดับ 2 รองจากมาเลเซีย ชี้เป็นความเสี่ยงเหตุรายได้จากจีนคิดเป็นสัดส่วน 28% ของรายได้ท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคมร่วงต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ทางการกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 ที่ 54.2 จาก 55.4 ในเดือนเมษายน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับ
1.การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย หลังหมดมาตรการกระตุ้นในไตรมาสแรก 2.ความเสี่ยงจากนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ และ 3.ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ
การลดลงอย่างต่อเนื่องของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค บ่งชี้ถึงสัญญาณเชิงลบต่อแนวโน้มการใช้จ่ายภายในประเทศ เมื่อพิจารณาร่วมกับดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI)
ซึ่ง ธปท.รายงานว่าในเดือนเมษายนหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน ที่ -4.0% YOY สะท้อนถึงการบริโภคที่อาจถูกกดดันจากหลายปัจจัย อาทิ รายได้ฟื้นตัวช้า ภาระหนี้ครัวเรือนสูง
รวมทั้งนโยบายการค้าของสหรัฐที่อาจกระทบต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน ส่วนการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐเริ่มมีความคืบหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท
ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล หากมีความล่าช้าอาจลดทอนประสิทธิภาพในการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปีที่ภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวรุนแรงขึ้น
ภาคท่องเที่ยวมีความเปราะบางมากขึ้นเมื่อทั้งจำนวนและรายได้หดตัวลง ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนฟื้นช้า ในเดือนพฤษภาคมมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทั้งสิ้น 2.27 ล้านคน ลดลงจาก 2.55 ล้านคน ในเดือนเมษายน และลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน -13.9% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ 95.8 พันล้านบาท ลดลง -18.5%
ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย จีน รัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-พฤษภาคม) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 14.36 ล้านคน ลดลง -2.7% YOY สร้างรายได้ 6.73 แสนล้านบาท ลดลง -5.2%
การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวยังมีสถานการณ์ที่น่ากังวล ล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนหล่นมาอยู่อันดับ 2 รองจากมาเลเซีย โดยปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของตลาดจีน ได้แก่ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และการแข่งขันกับตลาดท่องเที่ยวประเทศอื่น ๆ
สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนเคยมีสัดส่วนสูงเป็นอันดับหนึ่ง และสร้างรายได้จำนวนมากถึง 28% ของรายได้รวมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงก่อนโควิด-19 เทียบกับปัจจุบันซึ่งมีสัดส่วนเพียง 17% ในเดือนพฤษภาคม หากไม่สามารถเร่งฟื้นความเชื่อมั่นและพลิกฟื้นการเติบโต ภาคการท่องเที่ยวอาจไม่สามารถรักษาบทบาทการเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้