เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
Biz Movement เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
Biz Movement วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
Biz Movement ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
EV เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
Finance ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
Business เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
EV BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
ดูทั้งหมด

บอร์ดกระตุ้น ศก. ไฟเขียวงบฯ 1.15 แสนล้าน ชง ครม.สัปดาห์หน้า หนุนจีดีพีโต 0.5%

18 มิ.ย. 2568 | 16:46น.

พิชัยเผยบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ อนุมัติงบฯลอตแรก 1.15 แสนล้าน พร้อมเตรียมชง ครม.สัปดาห์หน้า ชี้ 70% ลงเรื่องน้ำ-คมนาคม คาดดันจีดีพีโต 0.4-0.5%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2568 ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินราว 1.15 แสนล้านบาท จากกรอบวงเงินรวม 1.57 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาวะที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันอังคารหน้า (24 มิ.ย. 68)

โดยงบฯดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด เน้นโครงการที่สามารถจ้างงานได้จริง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยผ่านการกลั่นกรองจากคณะอนุกรรมการและคณะทำงานร่วมหลายฝ่าย อาทิ ด้านน้ำ การคมนาคม และการท่องเที่ยว แล้วได้ให้ข้อสังเกตว่าอะไรควรที่จะทำบ้าง ซึ่งสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติจะต้องสามารถผูกพันงบประมาณได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568

ซึ่งโครงการที่อนุมัติในลอตแรก แบ่งใช้จ่ายเป็น

  • โครงการน้ำและคมนาคม 70% ครอบคลุมการบริโภค ป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง และถนนเชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง
  • โครงการท่องเที่ยว 10% ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 10,530 ล้านบาท
  • ส่วนที่เหลือ ใช้รองรับมาตรการภาษีจากสหรัฐอเมริกา ด้านการศึกษา และโครงการอื่น ๆ

“วงเงิน 1.1 แสนล้านบาทนี้ ในคณะกรรมการชุดใหญ่ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เพราะเห็นว่า 1.มีการกระจายการลงทุนทั่วประเทศ และครอบคลุมไปในรายจังหวัดเกือบทุกจังหวัด แล้วก็เกือบทุกอําเภอ 2.จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวต่ำจะได้รับสัดส่วนงบฯมากกว่าจังหวัดรายได้สูง เช่น กรุงเทพมหานคร หรือระยอง ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการ ทั้งนี้คาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานได้ราว 6-7 ล้านตำแหน่ง มีค่าจ้างรวมราว 30,000 ล้านบาท หรือประมาณ 30% ของวงเงินที่อนุมัติ” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวว่า โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงการดำเนินโครงการต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการใช้งบประมาณ หรือโครงการที่เสนอขอรับการสนับสนุน ซึ่งได้ฝากข้อสังเกตว่า

1. ทุกหน่วยงานต้องมั่นใจว่าโครงการต่าง ๆ เดินหน้าไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2. ขอให้กระทรวงต้นสังกัดที่มีหน่วยงานผู้ขอรับงบประมาณอยู่ภายใต้ความดูแล กำกับติดตามอย่างใกล้ชิด หากพบว่าโครงการใดมีข้อสงสัย หรือไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ขอให้แจ้งมายังส่วนกลางทันที เพื่อพิจารณาระงับ หรือยกเลิกการใช้งบประมาณได้โดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาภายหลัง

ซึ่งหลังจากดำเนินโครงการแล้ว จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการกำกับติดตามและประเมินผล เพื่อให้มีการตรวจสอบในลักษณะคล้ายการตรวจสอบภายใน (audit) เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการต่าง ๆ บรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง

สำหรับวงเงินที่ยังไม่ได้พิจารณาอีกราว 4.2 หมื่นล้านบาท นายพิชัยระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เสนอโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากอาจซ้ำซ้อนกับโครงการเดิม หรือยังไม่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด โดยจะมีการเรียกประชุมเพื่อกลั่นกรองอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้

นายพิชัยกล่าวด้วยว่า หากดำเนินการได้ตามแผนทั้งหมดในวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท จะสามารถกระตุ้น GDP ได้ราว 0.5-0.6% แต่หากเบิกจ่ายเฉพาะ 1.15 แสนล้านบาท คาดว่า GDP จะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4-0.5%

“นี่คือการวางรากฐานเศรษฐกิจของไทย ทั้งด้านน้ำ ถนน การท่องเที่ยว และการจ้างงาน ซึ่งล้วนเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังมายาวนาน ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และกระตุ้นการลงทุนระยะยาว” นายพิชัยกล่าว