ย้อนดู 3 มูฟเม้นการตลาด อัดโปรฯจัดเต็มของสุกี้ตี๋น้อย ที่ผ่านมา ลดราคา ให้อะไรลูกค้าบ้าง พร้อมความเห็นนักการตลาดกับโปรฯพกน้ำจิ้มมาเองได้ มองเป็นกลยุทธ์ Disruptive Guerrilla ที่ฉลาดในงบ 0 บาท ได้ไวรัล ได้ข้อมูลลูกค้า แถมขยายฐานได้ในราคาประหยัด
กลายมาเป็นแบรนด์ที่ถูกจับตามากขึ้นกว่าเดิม ตั้งแต่ออกราคาโปรโมชั่น 199 บาท เครื่องดื่มรีฟีล ใส่ชุดกิโมโน หรือแม้แต่การเอาน้ำจิ้มของแบรนด์อื่นมากินที่ตี๋น้อยฟรี เรียกได้ว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2568 ออกมาก็จัดเต็มโปรโมชั่นไม่หยุด
ประชาชาติธุรกิจ พาไปดู 3 Movement การตลาดสุดปังของตี๋น้อยที่ทำให้วงการสุกี๋ที่เดือดอยู่แล้วเหมือนโดนสุมไฟเข้าไปอีก
โปรฯ 199 – ทุกวัน – ฟรีรีฟีล
ย้อนกลับไปช่วงต้นเดือนมิถุนายน หลังจากที่ MK แบรนด์สุกี้อายุกว่า 30 ปี ได้ออกโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยราคา 299 บาท ต่อมาไม่นาน สุกี้ตี๋น้อยก็ได้ออกโปรฯขอบคุณสำหรับยอดการติดตามเพจถึง 1 ล้านคน ด้วยบุฟเฟต์ราคา 199 บาท (ยังไม่รวมเครื่องดื่มและภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 – 30 มิถุนายน 2568 (เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์) เวลา 11.00 – 17.00 น.
นอกจากนี้ยังบอกว่า “นัทธมน พิศาลกิจวนิช” หรือ “พี่เฟิร์น” กรรมการผู้จัดการ ของ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า ปีนี้ทั้งปี จัดหนัก จัดเต็ม ตลอดปี 2568 จนได้รับเสียงตอบรับอย่างล้มหลาม ทั้งชื่นชมสำหรับการตอบโต้เอ็มเคด้วยการตลาดที่รวดเร็วทันใจ และข้อกังขาสำหรับเวลาบุฟเฟ่ต์ที่ไม่ได้เปิดเต็มเวลา แต่เป็นเพียงแค่บางช่วง และไม่อาจตอบสนองต่อผู้บริโภคทุกกลุ่ม
ซึ่งทำให้เวลาต่อมา ตี๋น้อยก็ได้ออกมาประกาศเปลี่ยนเวลาโปรโมชั่นให้อยู่ในช่วงเวลาเดิม แต่เพิ่มเติมให้ใช้ราคาโปรฯทุกวัน คือ จันทร์ – อาทิตย์ และตามต่อมาด้วยการฟรีเครื่องดื่มรีฟิลที่เดิมทีมาในราคา 39 บาท ในทุกวันไม่เว้วันเสาร์ หรืออาทิตย์
และท้ายสุดในวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนหมดโปรฯอีก 5 วันก็ได้ขยายบุฟเฟต์ออกไปตั้งแต่ 00.00 – 05.00 น. ไปจนถึงกำหนดเดิมคือสิ้นเดือนมิถุนายน
สรุปราคาโปรฯฉลองครบ 1 ล้านผู้ติดตาม จาก 279 บาท ฟรีเครื่องดื่มรีฟีล กลายมาเป็นราคาบุฟเฟ่ต์ 199 บาท + VAT 7% เท่ากับ 213 บาท
เข้าถึงรสชาติญี่ปุ่นแท้ ๆ
ตี๋น้อยออกโปรฯ การเข้าถึงประสบการณ์การกินชาบูญี่ปุ่นด้วยนำไข่ Cage Free หรือไข่ไก่ที่ผ่านวิธีการเลี้ยงแม่ไก่แบบปล่อยอิสระที่สะอาด ปลอดภัยด้วยระบบควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด มาก็จะได้รับน้ำจิ้มพอนสึฟรี
รวมถึงหากลูกค้าใส่ชุดกิโมโน หรือยูกาตะ ก็จะลดทันที 50% รวมแล้วเหลือ 159 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยโปรฯนี้จัดขึ้นไปแล้วในวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2568
กินตี๋น้อย จิ้มอะไรก็ได้
และโปรฯล่าสุดที่ดูเหมือนจะสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนบนออนไลน์อย่างล้มหลาม ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ทางร้านสุกี้ตี๋น้อย ไม่อนุญาตให้เอาน้ำจิ้ม หรือน้ำซุปภายนอกเข้ามาทานในร้าน และทางร้านก็มีป้ายประกาศอย่างชัดเจนว่า “ทางร้านไม่อนุญาตให้นำเครื่องปรุง น้ำจิ้มหรือน้ำซุป จากภายนอกร้านเข้ามาในร้านทุกชนิด”
ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เป็นไปตามนโยบายของทางร้าน แต่สำหรับโปรฯพิเศษสำหรับ 4 วัน สามารถให้นำน้ำจิ้มของที่ไหนก็ได้ เข้ามากินที่ตี๋น้อยได้ โดยระบุผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “ลูกค้ามากินสุกี้ตี๋น้อย พกน้ำจิ้มมาเอง น้ำจิ้มพันท้าย น้ำจิ้มบาร์บีกอน หรือน้ำจิ้ม MK พี่เฟิร์นโอเค 4 วัน”
โดยโปรฯนาทีทองนี้ เริ่มวันที่ 1 – 4 กรกฎาคม 2568 นี้เท่านั้น
สะท้อนอินไซต์ สะเทือนวงการ
ชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย เจ้าของเพจ M.I.B Marketing In Black การตลาดง่ายๆเพียงปลายนิ้ว และผู้ก่อตั้ง Big Brain Academy แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า Move นี้เจ๋ง ภาษาการตลาดต้องให้นิยามว่าเป็น “Disruptive Guerrilla Move” ที่โคตรฉลาดในงบ 0 บาท แต่สั่นสะเทือนตลาดสุกี้ที่โครตเดือดได้
Move นี้ มาจาก insight ลูกค้าเดิมว่า น้ำจิ้มตี๋น้อยยังไม่ถูกใจเท่าที่ควร เลยแอบพกน้ำจิ้มมากินเอง สิ่งที่ตี๋น้อยได้มีหลายอย่างมาก
1. ประหยัดต้นทุนน้ำจิ้มระยะสั้น cost ลด กำไรเพิ่ม
2. Survey ฟรี แบบโคตร customer insight ได้รู้ว่าจริง ๆ ลูกค้าพกน้ำจิ้มอะไรมา ชอบแนวไหน ให้ r&d พัฒนาต่อได้แบบชิล ๆ
3. ปั่นยอดขายระยะสั้น เพราะจัดแค่ 4 วันดึงตลาดสำหรับคนอยากมา
4.คู่แข่งของตี๋น้อย ที่จะไปดึงตลาดคือ MK ซึ่งแน่นอนน้ำจิ้มอร่อยมาก แม้ MK จะได้รายได้จากน้ำจิ้มเพิ่ม
แต่เทียบไม่ได้กับการสูญเสียรายได้ กลับกลุ่มคนที่อยากกิน MK แต่เปลี่ยนมากินตี๋น้อย แล้วพกน้ำจิ้ม mk ซื้อจากเซเว่นมากิน
5. สร้าง PR Earned Media ราคาถูกมาก คนแชร์กันสนั่นแบบไวรัล เพราะแคมเปญ “เล่นกับ Pain Point” ลูกค้า (อยากได้รส MK แต่กินตี๋น้อยถูกกว่า)
6. แปลงคู่แข่งเป็น Reference Point การพาดชื่อให้ลูกค้านำซอสมาทำให้ MK ถูกดึงเข้ามาเป็น “Brand Reference” ให้ตี๋น้อย ลูกค้ารู้สึกว่า “กินตี๋น้อย ถูกกว่า + น้ำจิ้ม MK” ได้คุ้มสุด
7. สร้าง Brand Personality ว่ากวน ขี้เล่น เข้าใจลูกค้า สื่อสารภาพลักษณ์ว่า “ตี๋น้อยไม่ซีเรียส” คนจะรู้สึกว่าแบรนด์นี้ใกล้ตัว ง่าย เข้าถึงได้ สรุปมุมมองของผมในฐานะนักการตลาด
แคมเปญนี้ คือ UGC-Driven Guerrilla Strategy, ใช้งบน้อยแต่ได้ไวรัล,ได้ Customer Insight และ Testing Product Fit ฟรี และขยายฐานลูกค้าราคาประหยัด
เดาว่าตี๋น้อยจะต่อยอด เช่น
- ทำ Poll / QR Code เก็บ Feedback ว่าน้ำจิ้มที่ลูกค้าอยากได้คืออะไร
- ใช้ข้อมูลนี้ทำ Product Development
- ทำแคมเปญ Follow-Up “น้ำจิ้มตี๋น้อยรสใหม่ ที่คุณช่วยกันเลือก” เพื่อ Retention
เพราะถ้าแค่ปล่อยแคมเปญเล่น ไม่ Follow-Up = สูญเปล่า จริง ๆ ถ้ามองอีกมุม มองในมุม MK ทีมการตลาด MK ต้องสวนแล้ว ไม่งั้นโดนรุกไปเรื่อย ๆ ปล่อย Guerilla Campaign สวนกลับยังได้ในจุดแข็งตัวเอง
เช่น
- “ไม่ต้องพกให้หนัก กิน MK ให้ครบจบที่เดียว”
- ทำคลิป content กินสุกี้แบบไม่ต้องพกอะไรไปเอง
- แซะเบา ๆ ว่า “น้ำจิ้มอร่อยต้องคู่กับเนื้อคุณภาพดี บริการดีกว่าแถมชาฟรีจ่ะแม่” ไรงี้
ล่าสุด สุกี้ตี๋น้อย โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขยายเวลาราคาโปรฯ 199 บาท เพิ่มอีก 5 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2568