เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
World ‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
Finance เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ย. 69) ปรับลง 1.79% อยู่ที่ 79,676 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ย. 69) ปรับลง 1.79% อยู่ที่ 79,676 เหรียญสหรัฐ
จัดระเบียบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เบรก 167 โครงการนับหนึ่งใหม่
Economic จัดระเบียบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ เบรก 167 โครงการนับหนึ่งใหม่
‘เอกนิติ-วิทัย’พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เร่งลงทุนเปลี่ยนผ่าน ตัดช่องลำเลียง‘ทุนเทา’
50 ประชาชาติธุรกิจ ‘เอกนิติ-วิทัย’พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เร่งลงทุนเปลี่ยนผ่าน ตัดช่องลำเลียง‘ทุนเทา’
ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
Tech ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.
กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
Finance กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร ปั้นโปรเจ็กต์ “Roadmap for Growth” เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการขยายตลาด
ดูทั้งหมด

สรรพากร-ปอศ. บุกจับเครือข่ายออกใบกำกับภาษีปลอม เสียหายกว่า 1,000 ล้าน

30 มิ.ย. 2568 | 16:39น.
ปิ่นสาย สุรัสวดี

กรมสรรพากรร่วมมือกับ บก.ปอศ. บุกจับบริษัทที่ออกและใช้ใบกำกับภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 กรมสรรพากร ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เข้าตรวจค้นสถานที่ ที่เกี่ยวข้องกับการออกและใช้ใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 14 แห่ง มีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น ได้ยึดเอกสารใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย และจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ณ สถานที่ตรวจค้นในความผิดฐาน “ร่วมกันมีเจตนาออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออก” อันเป็นความผิดตามมาตรา 90/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับพฤติการณ์

สืบเนื่องมาจากการตรวจสอบของกรมสรรพากร พบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดมีการออกใบกำกับภาษีระหว่างกันในกลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างยอดขายและยอดซื้อโดยไม่ได้มีการประกอบการจริง และจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นเพื่อกิจการส่งออกและขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ได้มีการซื้อขายสินค้าระหว่างกันจริง โดยกรมสรรพากร ร่วมกับ บก.ปอศ. จัดแถลงข่าวความร่วมมือดังกล่าว ในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)”

อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสืบสวน สอบสวนเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. พบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดมีความสัมพันธ์กันทั้งในลักษณะเครือญาติ เพื่อน นายจ้าง และลูกจ้าง มีการแบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะขบวนการ เพื่อสร้างภาพให้ดูเสมือนว่ามีการประกอบการกิจการจริง ซึ่งจากการตรวจค้นทั้ง 14 แห่ง พบใบกำกับภาษีและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและสร้างความเสียหายให้แก่รัฐเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ผู้ที่ออกและใช้ใบกำกับภาษีโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าระหว่างกันจริง ต้องรับผิด ทางแพ่งและมีโทษทางอาญา โดยกรณีการออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีมีสิทธิที่จะออกตามมาตรา 86/13 แห่งประมวลรัษฎากร เป็นความผิดอาญาตามมาตรา 90/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีนำใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเครดิตภาษี เป็นความผิดอาญาตามมาตรา 90/4 (7) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือน ถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท

ด้าน พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร จำนวนรวมกว่า 127 นาย เปิดปฏิบัติการ “ปิดเกมส์กลโกงภาษี” หรือ “Anti Tax Fraud Operation” เข้าจับกุมกลุ่มเครือข่ายที่ได้ร่วมกระทำความผิดดังกล่าว

โดยได้เข้าดำเนินการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญา จำนวน 10 หมาย (พื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก 8 หมาย/พื้นที่ จ.เชียงใหม่ 2 หมาย) และตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามหมายค้นอีกจำนวน 14 หมาย (พื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก 11 จุด/พื้นที่ จ.เชียงใหม่ 2 จุด/พื้นที่ กทม. 1 จุด) โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นทั้ง 14 จุด ในเวลา พร้อมเพรียงกันทุกจุด