Skip to content

จีไอเอส ส่ง “TMS Platform” หนุนธุรกิจลดต้นทุนขนส่ง 15% ต่อปี

09 ก.ค. 2568 | 19:19น.
จีไอเอส ส่ง “TMS Platform” หนุนธุรกิจลดต้นทุนขนส่ง 15% ต่อปี

“จีไอเอส” ผู้ให้บริการระบบภูมิสารสนเทศ ในเครือ “ซีดีจี” ส่งโซลูชั่น “NOSTRA LOGISTICS TMS Platform” ช่วยผู้ประกอบการวางแผนเส้นทางขนส่ง คาดช่วยลดต้นทุนปีละ 15% ช่วงครึ่งหลังปี’68 เร่งต่อยอดการใช้งานระบบ TMS ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้ 100%

ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ประธานบริษัท จีไอเอส จำกัด  ผู้ให้บริการด้านระบบภูมิสารสนเทศ ในกลุ่มบริษัทซีดีจี กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากต้นทุนขนส่งต่อ GDP ของไทยที่สูงถึง 14.1% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของหลายประเทศในภูมิภาค ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดความสามารถในการแข่งขัน

ยิ่งไปกว่านั้น รายได้ของผู้ให้บริการโลจิสติกส์โดยรวมในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตเพียง 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน สวนทางกับภาคธุรกิจการผลิต (1PL) ที่มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปี ระหว่างปี 2567–2572

หนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากภาคการผลิตเล็งเห็นว่าเทคโนโลยี คือแต้มต่อในการเพิ่มประสิทธิภาพ บริหารความเสี่ยงและซัพพลายเชน เพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจ เพื่อตอบรับต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งทางถนน ซึ่งเป็นภาระหลักของธุรกิจ จึงกลายเป็นจุดที่องค์กรต้องเร่งจัดการ

“ความผันผวนและต้นทุนการขนส่งทางถนนยังอยู่ในระดับสูง คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของการขนส่งรวม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันโดยตรง”

ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ประธานบริษัท จีไอเอส จำกัด
ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ประธานบริษัท จีไอเอส จำกัด

ดร.ธนพรกล่าวต่อว่า “NOSTRA LOGISTICS TMS Platform” ของบริษัท ที่รวมเอาศักยภาพของ TMS (Transportation Management System) หรือระบบบริหารจัดการขนส่งอัจฉริยะ ผนวกกับความสามารถในการติดตามสถานะขนส่งแบบเรียลไทม์ของโมบายแอปพลิเคชั่น ePOD (Electronic Proof of Delivery) จะเป็นโซลูชั่นสำคัญที่จะมาช่วยภาคธุรกิจพลิกเกมในครึ่งปีหลัง

โดยจะยกระดับบริหารการขนส่ง ลดค่าใช้จ่ายกล่องจีพีเอส ควบคุมต้นทุน ลดรอบวิ่งรถซ้ำซ้อน วางแผนเส้นทางให้เหมาะสมรวมถึงรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็น ERP หรือ WMS ให้เป็น IT Ecosystem พร้อมปรับแต่งให้สอดคล้องกับแต่ละธุรกิจ ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตสินค้า (1PL) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร (3PL) และผู้รับจ้างขนส่ง (Subcontractor)

“ด้วยแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานผ่าน Web และ Mobile Application ผสานพลังของเทคโนโลยี GIS และ AI ที่ใช้วางแผนเส้นทางอัจฉริยะ (VRP) ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนการขนส่งรวดเร็วและแม่นยำ บริหารจัดการฟลีทรถขององค์กร หรือจากผู้รับจ้างขนส่งได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียวกัน ผลักดันการใช้รถให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการ คาดลดต้นทุนขนส่งให้ธุรกิจได้มากกว่า 15% ต่อปี”

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 บริษัทมีแผนเร่งต่อยอดการใช้งานระบบ TMS ในกลุ่มลูกค้าเดิมที่เป็นพันธมิตรธุรกิจมาอย่างยาวนาน ทั้งในกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ผลิตวัตถุดิบและเชื้อเพลิง ตลอดจนกลุ่มผู้ให้บริการขนส่งข้ามพรมแดน ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ในภาคการผลิตอื่น ๆ

ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานระบบ TMS ให้เติบโตขึ้น 100% เพื่อสนับสนุนการยกระดับภาคการผลิตไทยด้วยเทคโนโลยีขนส่งอัจฉริยะ ที่ออกแบบมาให้ปรับใช้ได้จริงในบริบทของแต่ละธุรกิจ และสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ทั้งด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ

สำหรับความกังวลในช่วงครึ่งปีหลัง ดร.ธนพรมองว่า เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของทุกองค์กร การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันจึงไม่ใช่เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารจัดการการขนส่งแบบอัจฉริยะ เพื่อควบคุมการขนส่งให้มีประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว

หากดูจากมูลค่าธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางถนนปี 2567-2569 มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 2.0-3.0% ต่อปี สะท้อนว่าอุตสาหกรรมนี้ยังมีศักยภาพจึงควรเร่งนำระบบบริหารจัดการอัจฉริยะมาใช้อย่างจริงจัง เพื่อรองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายได้และกำไรให้แก่ธุรกิจ

“ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี จีไอเอสไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นพันธมิตรที่เข้าใจปัญหาและความต้องการของภาคธุรกิจ ผ่านประสบการณ์ทำงานมามากกว่า 200 องค์กร จึงตระหนักดีว่าการเปลี่ยนผ่านในอุตสาหกรรมนี้ต้องสร้างระบบที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยง ปรับใช้ได้จริงในบริบทของแต่ละธุรกิจ นอกจากจะเพื่อลดต้นทุน ยังเป็นปัจจัยสำคัญในกลไกขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันระยะยาว และเป็นรากฐานที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีไอเอส ซีดีจี โลจิสติกส์