เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
SD WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
ดูทั้งหมด

ส.อ.ท.ชง 4 ข้อรับภาษีทรัมป์ หวั่นครึ่งปีหลังส่งออกร่วงติดลบถึง 10%

17 ก.ค. 2568 | 08:58น.
ส.อ.ท.ชง 4 ข้อรับภาษีทรัมป์

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งจดหมายยืนยันอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่จะเรียกเก็บจากสินค้าไทยไปสหรัฐ ที่ 36% ซึ่งผู้ประกอบการไทยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผลกระทบรุนแรงมาก ขณะที่การเจรจาของ “ทีมไทยแลนด์” ยังไม่เห็นวี่แววของความสำเร็จ ดังนั้น มาตรการเร่งด่วนที่สุด หากกรณี Worst Case รัฐจำเป็นต้องช่วยเหลือและเยียวยาทันที ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของเงินช่วยเหลือ การปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ การลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง วิกฤตครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทย หันกลับมาตั้งหลัก เพื่อ “ปรับตัวเอง”

ส่งออกครึ่งปีหลังอาจติดลบ 10%

ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้มีการประเมินว่า ครึ่งปีหลัง 2568 หากไทยยังเผชิญภาษีในอัตราสูง การส่งออกอาจหดตัว ติดลบกว่า 10% ทำให้ภาพรวมทั้งปี 2568 ขยายตัวใกล้ศูนย์ “นายเกรียงไกร เธียรนุกุล” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากไม่มีมาตรการรองรับ คาดว่ามูลค่าความเสียหายต่อภาคส่งออกอาจสูงถึง 800,000-900,000 ล้านบาท แม้ว่าตัวเลขการส่งออกเดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 31,044.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตต่อเนื่อง 18.35% สูงสุดในรอบ 38 เดือน ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

ที่น่าแปลกใจคือ การเจรจาของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ที่ได้ลดภาษีจาก 46% เหลือ 20% แม้จะยังคงเก็บที่ 40% กรณีสินค้ามีการสวมสิทธิจากต่างประเทศ ต่อด้วยมาเลเซียลดเหลือ 25% อินโดนีเซียเหลือ 32% และลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหราชอาณาจักร (UK) เหลือ 10% ขณะที่ไทยยังคงที่ 36% ไม่ได้ลดลงเลย

“นายนาวา จันทนสุรคน” รองประธาน ส.อ.ท. ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มถุงมือยางที่ใช้ทางการแพทย์ คือ ผู้ส่งออกไปยังสหรัฐ เป็นตลาดหลัก ดังนั้น เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงมาก แต่ก็ยังมีบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบน้อย จึงเป็นที่มาว่าบางกลุ่มอุตสาหกรรมจะยอม “ลดภาษีอากรนำเข้าเหลือ 0%” เฉพาะกับทางสหรัฐเท่านั้น เพื่อประคองผลกระทบที่จะเกิดทั้งประเทศ โดยเรียงลำดับความสำคัญของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อบาลานซ์ดุลการค้าให้ไทยไม่เสียเปรียบ การเปิดหมดหน้าตักจึงเป็นแนวทางที่ไม่ควรทำ เพราะกลัวได้ไม่คุ้มเสีย การเจรจาของทีมไทยแลนด์จึงจำเป็นต้องทำให้สหรัฐสบายใจเรื่องการสวมสิทธิเช่นเดียวกับที่มาเลเซียทำได้รับมือภาษีทรัมป์

จี้รัฐ 4 มาตรการดูแลผู้ส่งออก

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภาษีและรักษาความสามารถในการแข่งขัน ส.อ.ท.ขอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ 4 มาตรการ 1.เยียวยาผู้ประกอบการจากที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐ ด้วยการออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) หรือมาตรการพักชะลอหนี้และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ การลดภาษีนิติบุคคลสำหรับเอกชนที่ได้รับผลกระทบ

การอุดหนุนหรือลดค่าใช้จ่ายในการส่งออกและการประกอบธุรกิจ เช่น ค่าบริการหน้าท่า พิธีการศุลกากร ค่าออกใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O) ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการประกอบธุรกิจและค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า การออกสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้นำค่าใช้จ่ายการจ้างสำนักงานกฎหมาย (Law Firm) ในสหรัฐ เพื่อศึกษาและเจรจากับภาครัฐสหรัฐ มาลดหย่อนได้ 3 เท่า

2.ส่งเสริมการเปิดตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ต้องเร่งการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ฉบับใหม่ ๆ เพื่อเปิดตลาดการค้า มาตรการส่งเสริมเพื่อหาตลาดใหม่ เช่น โครงการ SME Pro-active และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกและขยายตลาดต่างประเทศ (Trade Mission) ต้องส่งเสริมตลาดในประเทศ และการเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในสินค้าไทย (Made in Thailand-MiT) โดยทุกหน่วยงานต้องสนับสนุนการใช้สินค้าและบริการที่ได้รับการรับรอง MiT อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มเม็ดเงินลงทุนและสร้างการจ้างงานในไทยให้มากขึ้น

หากภาคเอกชนเข้าร่วมและได้รับการรับรอง MiT จะสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไปหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า และ MiT ช่วยสนับสนุนผู้ส่งออกทางอ้อม เพราะเป็นการเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบและแรงงานภายในประเทศ (Local Content) ช่วยสร้างแบรนด์สินค้าไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และยังสามารถนำแต้มสะสมหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับจาก MiT ไปใช้ชดเชยหรือแลกรับเงินคืนในช่วงสิ้นปีได้

3.มาตรการส่งเสริมการใช้ Local Content ภายในประเทศ นอกจากมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เช่น การลดภาษีนิติบุคคลสำหรับเอกชนที่ใช้ Local Content มากกว่า 90% และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) 4.กำกับดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนและแข็งค่ากว่าประเทศในภูมิภาค

นิคมขอรัฐช่วย Matching คู่ค้า

“นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ” ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า เอกชนที่เป็นผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศกว่า 20% ได้ร้องขอให้รัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการหาตลาดใหม่ด้วยการช่วย Matching คู่ค้า ชี้เป้าให้ได้ทันที เพื่อให้กิจการการค้าของเอกชนไม่ชะงัก โดย 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนักลงทุนเดิมที่อยู่ในไทยอยู่แล้วส่งออกไปสหรัฐ รัฐจะต้องออกมาตรการเยียวยา หยุดเลือดไม่ให้ไหลไปมากกว่านี้ อาจจะเป็นรูปแบบการขยายสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี 2.กลุ่มที่กำลังจะตัดสินใจลงทุน 3.กลุ่มที่คิดจะย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น รัฐต้องหามาตรการจูงใจดึงมาให้ได้ ให้การลงทุนจริงเกิดขึ้นให้ได้

บีโอไอจ่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มองว่า นี่ไม่ใช่วันพิพากษา แต่มันเป็นเกมยาวของสหรัฐ โจทย์สำคัญคือ ไทยจะรักษาสมดุลความสัมพันธ์ของคู่ค้าได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น จีน สหรัฐ รัสเซีย อินเดีย ตะวันออกกลาง ขณะที่ภาคเอกชนต้องหาจุดเเข็งของตนเองให้ได้ อุตสาหกรรมใดแข่งไม่ได้ก็ต้องทรานส์ฟอร์ม บีโอไอจึงออกมาตรการชุดใหม่ เรียกว่า “มาตรการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยเพื่อรองรับโลกยุคใหม่” เพื่อมาตอบโจทย์ 2 เรื่องสำคัญ คือ 1.สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้าง Supply Chain ในประเทศให้แข็งแกร่ง

2.การลดความเสี่ยงจากมาตรการการค้าของสหรัฐอเมริกา และจัดระเบียบการลงทุนในบางสาขา เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมที่เปราะบาง และรักษาระดับการแข่งขันให้เหมาะสม เช่น มาตรการส่งเสริมให้ SMEs ไทย ปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัล การประหยัดพลังงาน เพิ่มเป็นยกเว้นภาษีเงินได้ 5 ปี ในวงเงิน 100%

หรือจะเป็นมาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทย (Local Content) สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า หากได้รับรอง (Made in Thailand : MiT) จาก ส.อ.ท. จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 50% เพิ่มเติมอีก 2 ปี หรือจะเป็นการพิจารณากระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญบางกิจการหรือการสวมสิทธิ โดยกระบวนการผลิตต้องมีการแปรสภาพวัตถุดิบหลักเป็นผลิตภัณฑ์ ด้วยการเปลี่ยนพิกัดศุลกากรอย่างน้อยระดับ 4 หลัก หรือแม้แต่การปรับเงื่อนไขการจ้างงานบุคลากรต่างชาติที่จ้างบุคลากรไทยไม่น้อยกว่า 70% เป็นต้น

และบีโอไอเตรียมพิจารณามาตรการเพิ่มเติมให้กับอุตสาหกรรมที่ไทยเป็นฐานการผลิตหลักในการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ เช่น กลุ่มอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและอุปกรณ์ อัญมณีและเครื่องประดับ